วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เติมเต็มสิทธิผู้สูงวัย คืนวันเก่าวิถีกตัญญู

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาคำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เริ่มถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง แพร่หลายออกจากแวดวงวิชาการสู่สังคมในระดับท้องถิ่น กลายเป็นคำที่คุ้นเคย ติดหู ติดปากคนไทยในยุค 4.0

สังคมผู้สูงอายุอาจดูเป็นเรื่องใหม่ในไทย แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่บนโลก เกิดขึ้นมาก่อนหน้าแล้วในหลายประเทศ เมื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี...ทางการแพทย์พัฒนาไปสูงถึงจุดหนึ่ง ประชากรในประเทศนั้นจะมีอายุขัยยาวนานขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดประชากรรุ่นใหม่เริ่มลด

จากการประมาณการสถิติประชากรของไทยเป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่า “ประเทศไทย” เองก็ต้องเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุในปี 2573...ระยะเวลาเพียง 10 กว่าปี แม้ไม่นานสำหรับบางคน ทั้งทำให้หลายๆคนต้องเปลี่ยนสภาพเป็นหนึ่งในประชากรผู้สูงอายุไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

หนทางออกที่ดีที่สุด คือการเตรียมรับมืออย่างชาญฉลาด การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ และพัฒนางานด้านสังคมสงเคราะห์ที่เป็นระบบ น่าจะทำให้สามารถรับรู้เท่าทันถึงปัญหา มองหนทางแก้ได้ครอบคลุมทุกมิติ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใช้เวลาผลักดันให้มีการจัดทำงานวิจัยวิชาการเชิงคุณภาพ เรื่อง “การศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิต่อผู้สูงอายุในไทย” มีหลายประเด็นน่าสนใจ

งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำโดย จิราพร เกศพิชญวัฒนา, สุวิณี วิวัฒน์วานิช จากคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สมจินดา ชมพูนุท, วรรณเพ็ญ อินทร์แก้ว จากวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย เป็นหนึ่งในงานวิจัยที่พยายามสะท้อนเหตุความรุนแรงและการละเมิดสิทธิ์ในผู้สูงอายุ ให้สังคมได้ตระหนักรู้

พบว่าสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิที่เกิดมากเป็นอันดับหนึ่ง คือการถูกทอดทิ้ง การถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ทั้งพบการข่มขืนและคุกคามทางเพศในผู้สูงอายุหญิงมีจำนวนมากขึ้น การเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงผู้สูงอายุให้เสียทรัพย์สิน นับวันยิ่งเพิ่มทวีคูณ

ที่สำคัญ...ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือจากบุคคลใกล้ตัว มากกว่าบุคคลภายนอก ทั้งยังพบภาวะของการปิดบังซ่อนเร้น ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ยอมก้มหน้ารับสภาพการถูกละเมิดโดยคนใกล้ชิดโดยไม่ปริปากบ่น เพราะไม่ต้องการให้ลูกหลานเดือดร้อน

ปัจจัยสำคัญของการละเมิดและความรุนแรงจากคนใกล้ชิดนั้น งานวิจัยพบด้วยว่ามาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจในครอบครัว บุตรหลานต้องย้ายถิ่นไปหางานทำมีรายได้ไม่พอ ความเครียดในครอบครัวจากปัญหาทางเศรษฐกิจ การติดสุรา ยาเสพติด ภาวะสมองเสื่อม

สำหรับข้อเสนอทางแก้ไข ต้องเริ่มจากระดับบุคคล ปลูกฝังทัศนคติ ส่งเสริมพฤติกรรมเกื้อกูล หนุนค่านิยมต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ ในระดับครอบครัวจะต้องส่งเสริมความสัมพันธ์...ในระดับชุมชนจะต้องมีการจัดกิจกรรมให้ชุมชนตระหนักถึงภัยความรุนแรงในผู้สูงอายุ จัดระบบเฝ้าระวัง...อาสาสมัครผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง

มองในภาพใหญ่ “ระดับสังคม” คือการให้ความรู้เพื่อเท่าทันกับระดับปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นและสามารถหาหนทางแก้ หน่วยงานรับผิดชอบที่ควรรับบทบาทนี้ควรเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกำหนดมาตรการบังคับใช้ให้สังคมต้องปฏิบัติในการดูแลผู้สูงอายุ

ทุกหน่วยงานควรมียุทธศาสตร์หรือแผนงานให้สอดคล้อง รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การทำให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในเชิงบวกให้กับประเทศ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อ “ผู้สูงอายุ”...มีรายได้ลดน้อยถอยลง แต่ค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพกลับเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน อาทิ เบี้ยยังชีพ หรือการให้บริการด้านสุขภาพแต่ในความเป็นจริง มาตรการให้ความช่วยเหลือเหล่านี้ ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ค่านิยมตะวันตกที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ ความสัมพันธ์แบบเกื้อหนุนในครอบครัวและชุมชนลดลง ต่างคนต่างอยู่มากขึ้น วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป ความเป็นพลวัตนี้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากความคุ้มครองทางด้านกฎหมายแล้ว การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุในชีวิตประจำวันหรือการดูแลสุขภาพล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางด้านทรัพย์สิน เพื่อให้เพียงพอต่อการยังชีพในบั้นปลายชีวิต

เวทีเสวนาวิชาการสาธารณะ เรื่อง “สิทธิของผู้สูงอายุไทยในสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” เมื่อเร็วๆนี้ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิต่อผู้สูงอายุไทย พบว่า...ปัญหาความรุนแรงและการละเมิดสิทธิผู้สูงอายุที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งคือ ปัญหาความรุนแรงด้านจิตใจ

โดย 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุให้ข้อมูลว่าเคยถูกกระทำรุนแรงด้านจิตใจ เช่น พูดไม่ดี ทะเลาะ ทำให้เสียใจ น้อยใจ อันดับที่ 2 คือ การทอดทิ้ง ไม่ดูแล สอดคล้องกับข้อมูลสถิติจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม (1300) พบปัญหาผู้สูงอายุขาดผู้ดูแล...เพิ่มเป็น 10 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

รวมทั้งปัญหาลูกหลานดูแลผู้สูงอายุไม่ไหว และสถานสงเคราะห์ของผู้สูงอายุมีจำนวนจำกัด

สำหรับปัญหาความรุนแรงอันดับ 3 คือการเอาประโยชน์ในด้านทรัพย์สิน โดยคนในครอบครัวหรือคนภายนอก หรือถูกหลอกให้ทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ถูกหลอกให้ซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หลอกให้ทำธุรกรรม จาก 70 ราย ในปี 2548 เพิ่มเป็น 700 ราย ในปี 2559 ซึ่งจะเห็นได้ว่า...ขนาดของปัญหาเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความรุนแรงในการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมักพบปัญหานี้จากการนำเสนอของสื่อ คนที่ทำร้ายร่างกายมักเป็นคนใกล้ตัว ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่พบว่าผู้ทำร้ายมีปัญหาสุขภาพจิต หรือติดสุรา สารเสพติด เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และสุดท้ายคือความรุนแรงทางเพศถูกล่วงละเมิดทางเพศซึ่งถูกกระทำโดยคนใกล้ชิดในครอบครัว หรือในชุมชน และมักเกิดกับผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวลำพัง

สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของผู้สูงอายุ คือ...เมื่อสูญเสียคู่ครองหรือสมาชิกในครอบครัว เมื่อเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในสภาวะพึ่งพิง และเมื่อเกิดอาการโรคสมองเสื่อม

ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสริมว่า สสส.ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในการเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งการสร้างความรู้ ทำให้สังคมเกิดความตระหนักรู้และเกิดการเตรียมความพร้อม เพื่อให้เกิดข้อเสนอแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน...คุ้มครองพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ ตลอดจนเกิดการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย

ดร.ภัทรพร คงบุญ ผู้จัดการชุดโครงการการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ย้ำว่า ในช่วงท้ายของชีวิต ทุกคนเกิดมาล้วนต่างต้องการใครสักคนมาทำหน้าที่เป็นเสาหลักดูแลจิตใจก่อนลาโลก แม้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาจจะมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมยุค 4.0 ที่สะดวกสบายและทำให้เราทุกคนมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น แต่การพัฒนาที่เน้นไปในด้านวัตถุมากกว่าทางจิตใจ ล้วนกระทบถึงความสัมพันธ์ครอบครัว

ท่ามกลางความเจริญที่เกิดขึ้นโปรดอย่าได้หลงลืมวิถีวัฒนธรรมหลักคิดดั้งเดิมของ “คนไทย”...การเคารพผู้ใหญ่ และความกตัญญูกตเวที.

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาคำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เริ่มถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง แพร่หลายออกจากแวดวงวิชาการสู่สังคมในระดับท้องถิ่น 15 เม.ย. 2561 12:39 15 เม.ย. 2561 12:39 ไทยรัฐ