วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช็อก! หนูแหม่ม เผยครั้งแรก เคยท้องแฝด แต่แท้งต้องเสียลูกไป!

คู่รักอารมณ์ดี หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา และ บ๊อบบี้ โรเบิร์ต พูนพิพัฒน์ แต่งงานกันมา 21 ปี ทั้งคู่ผ่านการพยายามมีลูก แต่ก็ไม่สำเร็จ และยังเคยผ่านอุปสรรคชีวิตเรื่องการเงินมาด้วยกัน ล่าสุดทั้งคู่มาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตคู่ในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ช่อง GMM25

เห็นเถียงกันตลอด?

หนูแหม่ม : "ส่วนใหญ่เถียงกันได้ทุกเรื่อง เรื่องเล็กๆ ก็เถียงกันได้เลย"

บ๊อบบี้ : "แหม่มสามารถสั่งผมได้ทุกเรื่อง ผมก็จะบอกว่าแหม่มจำไว้ เดี๋ยวผมเอาคืน (หัวเราะ) แต่เราไม่ได้เถียงกันให้แตกหัก"

รู้จักกันได้ไง?

หนูแหม่ม : "พี่ๆ ยุทธการขยับเหงือกรู้จักกับคุณพ่อของบ๊อบบี้ เป็นเพื่อนๆ กัน"

บ๊อบบี้ : "ตอนเจอแหม่มครั้งแรก ผมอยู่ไฮสคูล มางานศพของตาที่เมืองไทย ไม่มีเพื่อน พ่อพารู้จักกับยุทธการขยับเหงือก ตอนนั้นแหม่มสวยผอมเป็นลูกครึ่งด้วย คอยาวเชียว ก็เข้าไปคุยกับเขา"

หนูแหม่ม : "เขามาชวนคุย ก็ตอบเค้าว่าน้องยังพูดไทยไม่ได้ ไปฝึกพูดภาษาไทยมาให้ได้ก่อน เขาก็จ๋อย แต่ก็กลายเป็นเพื่อนกัน"

บ๊อบบี้ : หลังจากนั้น 4 ปีเรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็มีแหม่มพาไปไหนมาไหน ตอนอยู่มาบตาพุด"

หนูแหม่ม : "เราก็เหนื่อยมากเลยต้องคอยมาพาไปไหน แล้วก็ชักรู้สึกว่ายังไงๆ ก็เลยถามว่าเอาไง จะเป็นแฟนหรือเป็นเพื่อน"

บ๊อบบี้ : "ผมก็บอกว่าแฟนไหม (หัวเราะ)"

แตกต่างมั้ย บ๊อบบี้โตอเมริกา แหม่มโตเมืองไทย?
หนูแหม่ม : "ต่างมากคนละโลก"

บ๊อบบี้ : "เกือบเลิกเลย เรื่องการดูแลครอบครัวของเขา เรามองว่าเยอะไป เราว่าทำแบบนี้จะผิดนะ แหม่มทำงานเลิกเที่ยงคืน ทำไมยังต้องคอยซื้อของกินให้ทุกคน แต่แหม่มบอกไม่ผิด ฉันคือหัวหน้าครอบครัว เราก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้เข้าใจแล้ว"

เรื่องความโรแมนติกล่ะ?
หนูแหม่ม : "หนูแหม่มไม่มีเลย บ๊อบบี้เป็นแนวหวาน เซ้นสิทีฟ เหมือนผู้หญิง จนต้องขอให้หยุด เสียเซลฟ์มั้ยที่ไม่ให้ทำแล้ว"

บ๊อบบี้ : "โน!! โล่ง (หัวเราะ)"

แต่เห็นมีอารมณ์ดีกันแบบนี้ก็ผ่านปัญหาอะไรมาเยอะ?

บ๊อบบี้ : "ตอนนั้นเราเพิ่งผ่อนบ้านทาวร์เฮาส์เสร็จ กำลังมีธุรกิจร้านเล็บ ซื้อออฟฟิศ มีลูกน้อง แล้วแหม่มแอบไปซื้อบ้านผ่อน 7 ปี ซึ่งปกติคนอื่นผ่อน 25 ปี 30 ปี แหม่มผ่อน 7 ปี เดือนละ 6 แสน!!

ตอนนั้นผมตกใจมาก มีตังค์ที่ไหน แหม่มบอกมี แต่! วันรุ่งขึ้นรายการเลิกสองรายการ ชมดาวเลิก มีหนี้ร้านใหม่ มีหนี้ออฟฟิศ มีหนี้บ้าน มีลูกน้อง ที่นี้มีหนี้เยอะมาก"

หนูแหม่ม : "ช่วงนั้นลำบาก หมุนกันแบบหมุนติ้ว"

บ๊อบบี้ : "ตอนนั้นมีหนี้ 50 ล้าน เงินในบัญชีติดลบแล้ว คราวนี้มีปัญหาหนักเลย ก็ต้องขายของออก ขายรถผม ผมนั่ง BTS กับแท็กซี่ไปเรียน ขายทุกอย่าง"

หนูแหม่ม : "แต่เราก็กลับมาทำงาน อุดทุกรอยรั่ว จนผ่านไปได้"

จังหวะนั้นเหมือนอยากมีลูกด้วย?

หนูแหม่ม : "ใช่ค่ะ เงินที่เรามี ส่วนหนึ่งก็เอาไปทำลูก เพราะทำกิฟต์ทีใช้เงินเยอะ ต้องมี 5-6 แสน

ตอนนั้นติดแล้วด้วย 3-4 ครั้ง ติดแฝดด้วยตั้ง 2-3 ครั้ง แต่ว่าหลัง 8 สัปดาห์ สัญญาณของหัวใจเขาไม่พัฒนา แล้วอีกอย่างเราทำงานด้วย ถามว่าเครียดหรือเปล่า หนูแหม่มเป็นคนไม่เครียด แต่หนูไม่สามารถบอกได้ว่าเครียด เพราะอาจเป็นความออโต้ของร่างกาย

แล้วช่วงนั้นเราก็ต้องไปเอาของร้านเล็บจากอเมริกา เราทำเอง บ๊อบบี้ก็เรียน พอคุณหมอบอก เอ้า คุณหนูแหม่มติดแล้วนะครับ แต่ทุกอย่างมันรันแล้ว มันไม่ได้มีโอกาสที่จะต้องมานั่งแบบพักนะคะคุณหนูแหม่ม เอ้าพัก มันไม่ได้"

บ๊อบบี้ : ทุกคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่พัก ถ้าอยากมีลูกแหม่มต้องพัก แต่พักไม่ได้เพราะเรามีหนี้เยอะมากเลย เราต้องปลดหนี้ อยากมีลูก แต่หนี้ตามเรามาใกล้ชิดเลย ตอนนั้นผมโกรธมากเลย ที่ไปสร้างหนี้ (หัวเราะ)"

คิดจะเลิกมั้ย หนี้ 50 ล้าน?

บ๊อบบี้ : "ถ้าเลิกหนี้ก็ไม่ได้หาย หนีไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราแต่งงานกันแล้วเราจะหนี เพราะมีหนี้ไม่ได้เลย"

ตอนนั้นกลัวมั้ย หรือคิดว่าหนี้หมดแน่นอน? 
หนูแหม่ม : ไม่กลัวค่ะ เพราะเรายังรู้ว่าเรายังทำงานอยู่ ร้านเล็บก็เริ่มเปิด ทุกอย่างรัน สัก 1-2 ปีทุกอย่างก็รันมาเหมือนเดิม จนถึงอายุที่เราตกลงกันว่าไม่ทำลูกแล้ว

คือตอนนั้นเวลาไปขนของ หนูแหม่มเวลาขึ้นเครื่องไปยังไม่ทันถึงสถานีปลายทางเลยเลือดหนูแหม่มก็ซึมแล้ว เราไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องทำเพราะหนี้ แต่เราต้องทำเพราะเราทำทุกอย่างไว้แล้ว มันรันไปหมดแล้ว อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำเองต่อ

ลูกติดแล้วพอไปถึงเลือดก็ไหลออก มันก็หลุด เอ้าหลุดเหรอ ไม่เป็นไร ฉันก็แพ็กของของฉันต่อ หนูแหม่มเป็นคนแบบนี้แหละ อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป อันนี้ก็เหมือนกัน เราก็ต้องพยายามทำทุกอย่างอุดรอยรั่ว สองปีก็เข้าที่"

ต้องจับมือกันแน่นมากกับปัญหาตรงนี้?
หนูแหม่ม : "ต้องอย่างนั้นแหละค่ะ ถ้าเราคิดจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อยู่ในเรือลำเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันทำ แต่ถ้าใครคนใดจะไปเราก็ต้องสู้ แหม่มไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว"

เห็นเข้มแข็งแบบนี้ หนูแหม่ม ร้องไห้มั้ย?
หนูแหม่ม : "น้อย"

บ๊อบบี้ : "น่าจะแค่ 2 ครั้ง ครั้งแรกทะเลาะกันเรื่องที่บ้าน สองตอนจะมีลูก สามตอนวิ่งมาราธอนเมื่อเดือนที่แล้ว (หัวเราะ)"

เรื่องอยากจะมีลูก เห็น หนูแหม่ม เคยให้สัมภาษณ์ว่าเจ็บกายไม่เท่าเจ็บที่หัวใจ?

หนูแหม่ม : "ใช่มันอย่างนี้ค่ะ พอเราทำมันติดปุ๊บ ใจเรามันจะพุ่งขึ้นเลย เพราะเรารอคอยมาตลอด เฮใจพุ่งเลย พออีกอาทิตย์จะรู้ผล พอมันไม่ติดใจมันจะตกเลย เพราะเราคาดหวัง แล้วเวลามันไม่ได้ตามหวัง มันเสียใจ แต่ดีแล้วที่ไม่มีลูก สรุปวันนี้คำนี้ใช้ได้เลย ดีแล้วที่ไม่มีลูก

พอเวลาเห็นน้องเลี้ยงเด็ก เลี้ยงลูก เพิ่งรู้สึกว่าเราไม่เหมาะจะเป็นแม่คนจริงๆ ไม่งั้นเสียคนหมด เพราะตามใจเด็กมาก ไม่ก็เลิกกันไปเลย"

บ๊อบบี้ : "ถ้ามีผมว่าเลิกกัน เพราะน่าจะคนละแบบ"

หนูแหม่ม : "บ๊อบบี้เขาน่าจะเลี้ยงอีกแบบ แล้วหนูแหม่มก็จะเป็นคนไม่ยอม ต้องเอาวิธีฉันสิ"

ที่อยู่ๆ กันมา พี่หนูแหม่ม ปรับตัวเองลงมาบ้างมั้ย?
หนูแหม่ม : หนูแหม่มรู้สึกตัวเองว่าปรับ หนูแหม่มเป็นคนจริงจัง เป็นคนดุนะคะ เป็นคนยอมไม่ชอบความอึดอัด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่หนูแหม่มดุ หรือต้องจริงจัง คือแตกขาดไปเลย ไม่มีก็ได้ ไม่อยู่ด้วยก็ได้ หนูแหม่มเป็นคนแบบนี้

แต่ว่าหนูแหม่มเปลี่ยนมุมมองตัวเองว่า ไม่สิ มันไม่ได้เป็นที่หนูแหม่มคนเดียว หนูแหม่มตัดสินใจแทนทุกคนได้ยังไง

เมื่อก่อนหนูแหม่มตัดสินใจแทนทุกคนเพื่อให้ได้ดั่งใจตัวเรา (แทนผมด้วยบางครั้งบ๊อบบี้พูดเสริม) ทุกวันนี้ก็ยังเป็น ตัวเราเองเปลี่ยนยากที่สุด แต่ถ้าเราเห็นรู้สึกตัวเองเร็ว น่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด หนูแหม่มก็จะเปลี่ยนตรงนี้พอสมควร"

บ๊อบบี้ : "เขาเปลี่ยนเยอะมาก หลังจากปฏิธรรม หลังจากใจร้อน ต้องการทุกอย่างเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ตอนนี้สโลว์มาก เค้าคิดก่อนที่จะพูดอะไรออกมา"

หนูแหม่ม : "รู้งี้หนูแหม่มเปลี่ยนนานแล้ว แต่ก่อนเหนื่อยเชียว ยกทุกอย่างไว้หมด"

ใจดีขนาดให้ บ๊อบบี้ ไปเที่ยวกับสาวๆ ก็ได้
หนูแหม่ม : "ไม่ได้เป็นมาตลอด เพิ่งมาเป็น อาจจะเป็นเพราะเราเป็นเพื่อนกัน เรารู้ว่าความสุขคนเราไม่เหมือนกัน แต่มันต้องอยู่บนการพิสูจน์ ไม่ใช่ว่าหนูแหม่มซื้อเมมเบอร์ให้ผัว ใช่ หนูแหม่มซื้อ อยากเมมเบอร์ที่ไหนบอกเลย หนูแหม่มซื้อให้ได้ แต่หนูแหม่มรู้ว่าขอบเขต ลิมิตของบ๊อบบี้มีแค่ไหน"

แตกต่างกันมาก ทำยังไงอยู่ด้วยกัน อะไรคือหลักชีวิตคู่
หนูแหม่ม : "เป็นเพื่อน ต้องเป็นเพื่อน เวลาเราพูดเล่นกันแรงๆ ได้นะ แต่เวลาเรารับรู้อารมณ์กันได้ เราเอาไปปรับ เราคิดทัน เรากลับไปในโหมดที่ไม่ได้เฟค หรือทำการแสดง แต่เราสามารถกลับไปพูดกันแบบหวานๆ ได้ ครอบครัวแต่ละครอบครัวคนละบริบทอยู่แล้ว เผอิญเราเอาคำว่าเพื่อนเป็นหลัก เราต้องมีเพื่อนในชีวิต"

บ๊อบบี้ : "เพราะเราเป็นเพื่อนก่อน ถึงค่อยแต่ง"

หนูแหม่ม : "ที่เราอยู่ด้วยกันมันจะมีความดี หรือความน่ารัก อย่างหนูแหม่มจะรู้สึกตลอดเลยว่า โชคดีจังเลยที่บ๊อบบี้ใจเย็น มันต้องมีอันนี้ ที่เราจะนึกถึงแล้วใช้ข้อดีอันนี้ให้บ่อยที่สุด ในโซเชียลมักเขียนว่า อีอ้วนอวดผัว จะว่าอวดก็ได้เพราะมันมีเพื่อนคนหนึ่งที่ดีขนาดนี้จะไม่อวดเหรอ"

บ๊อบบี้ : "โอ้โห ผมเพิ่งรู้ (แซวภรรยา)"

ในขณะที่ หนูแหม่ม ใจกว้าง บ๊อบบี้หึงมั้ย?
หนูแหม่ม : "ไม่หึงนะ แต่มาแรกๆ เพื่อนแหม่มเป็นผู้ชายเยอะมาก ก็คิดว่าทุกคนต้องจีบเค้า มาตอนแรกหึงพี่ดู๋ สัญญา หึงมาก ใส่แว่น ขาว ดูเท่ พี่ดู๋จะจีบแหม่มแน่"

หนูแหม่ม : "สงสารพี่ดู๋มั้ย (หัวเราะ)"

บ๊อบบี้ ขี้ใจน้อยมั้ย?

หนูแหม่ม : "เค้าเป็นแต่เค้าไม่รู้ตัว"

บ๊อบบี้ : "ผมน้อยใจแหม่ม เมื่อก่อนน้อยใจว่าเค้าดูแลครอบครัวมากกว่าดูแลไอ ความเป็นฝรั่ง ภรรยาต้องดูแลไอก่อน แล้วค่อยดูแลครอบครัว แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว"

อยากจะบอกอะไรกันและกัน

บ๊อบบี้ : "อยากจะขอบคุณที่ให้ความอิสระตลอดเวลา ถ้าไม่ให้ก็หนี (หัวเราะ) ขอบคุณที่ดูแลตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทย"

หนูแหม่ม : "หนูแหม่มไม่อยากได้อะไร มันได้หมดแล้ว หลังจากนี้คือโบนัส บ๊อบบี้เป็นแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ ต้องขอบคุณที่เค้าใจเย็น และฟังไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ)"

บ๊อบบี้ : "ผมฟังรู้แต่บางอย่างต้องคัตออก แต่ละคนต้องเอาอีโก้มาวางข้างๆ อย่าเอาอีโก้มาใช้ในความสัมพันธ์ ไอจะวางทิ้ง ไม่รู้สึกว่าเอาชนะกัน ถ้าแหม่มเป็นแบบไหนผมเข้าใจ เพราะเราวางอีโก้ไว้ ไม่ได้มีว่าผมจะแพ้ แหม่มจะชนะ"

คู่รักอารมณ์ดี หนูแหม่ม และ บ๊อบบี้ แต่งงานกันมา 21 ปี ทั้งคู่ผ่านการพยายามมีลูก เผยเคยสำเร็จแต่.... 14 เม.ย. 2561 18:37 14 เม.ย. 2561 20:11 ไทยรัฐ