วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


คนแก่ดื้อผู้น่ารัก

โดย ครูเคท

ช่วงปีใหม่ไทยนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว และยังมีวันสำคัญคือ วันผู้สูงอายุ และวันครอบครัวอีกด้วย วันนี้เลยขอเขียนเรื่องผู้สูงอายุที่น่ารักและดื้อที่สุดของเรา นั่นก็คือ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และท่านผู้มีพระคุณที่อบรมเลี้ยงดูเรามา ซึ่งวันนี้ท่านทั้งหลายได้เข้าสู่วัยสูงอายุ และส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงาน แถมยังมีร่างกายที่เสื่อมสภาพไปตามกฎของธรรมชาติ

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2559 ระบุว่า ในปี 2559 ประเทศไทยมีจํานวนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ทั้งสิ้น 10.91 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุที่ยังคงทํางานอยู่ 4.02 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 36.8 ของผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มที่ยังทำงานอยู่นี้ถือเป็นกลุ่มที่ยังไม่ดื้อ เพราะยังทำงานได้ อารมณ์ดี เพราะรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าอยู่ แต่กลุ่มที่เริ่มดื้อ คือกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานแล้ว เพราะร่างกายเริ่มไม่อำนวย แต่ใจยังสู้ไม่ถอย ลูกหลานทั้งหลายพยายามห้ามปรามไม่ให้ทำนู่นนี่ ก็เลยกลายเป็นศึก 2-3 วัยในครอบครัวกันขึ้น

ความจริงความดื้อของท่าน สว.ในบ้านเรา เกิดจากการที่ลูกหลานอย่างเราๆ ไม่เข้าใจจิตใจท่าน และไปตัดสินท่านว่าแก่แล้ว ไม่ควรทำอะไร และที่สำคัญเกิดจากความกลัวในใจลูกหลานเอง ที่กลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุภายในบ้าน อาการเจ็บป่วยในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน และกลัวปัญหาและความรับผิดชอบที่จะต้องตามมาสารพัด ความกลัวที่ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว และพยายามปกป้อง หรือลดความเสี่ยงของปัญหาต่างๆ ของลูกหลานนี้ ก็เลยส่งผลทำให้ท่าน สว.ที่รักของเรา ถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพไปโดยปริยาย คือถูกห้ามนู่นนี่จนเกิดอาการอึดอัด น้อยอกน้อยใจ และนำไปสู่อาการดื้อกับลูกหลานนั่นเอง เช่น ถูกห้ามออกจากบ้านโดยไม่มีลูกหลาน หรือผู้ดูแลไปด้วย สว.ก็รู้สึกว่าท่านยังเป็นเจ้าของชีวิตของท่านอยู่ ท่านรับผิดชอบชีวิตของท่านได้ ว่าแล้วเมื่อไม่ให้ไปดีๆ ก็มีแอบหนีออกจากบ้านเดินไปร้านขายของปากซอยบ้าง กลับมาก็ถูกลูกหลานดุ (ตกลงใครเป็นพ่อเป็นแม่กันแน่) คุณพ่อเพื่อนของครูเคทท่านอายุ 90 กว่าแล้ว อยากไปสูดอากาศชายทะเล แต่ลูกหลานไม่มีใครว่า ว่าแล้วก็เลยขับรถไปชายทะเลกันสองคนตายาย ไม่บอกลูกหลาน พอลูกหลานรู้ก็อกสั่นขวัญแขวน รุมต่อว่า และสั่งห้ามขับรถ บอกว่ากลัวเกิดอุบัติเหตุ และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย ฯลฯ

สาเหตุที่คนเรามีอาการดื้อ ก็เพราะความรู้สึกว่าอึดอัด ถูกบังคับ และขาดอิสรภาพทั้งด้านความคิดและการกระทำ เมื่ออึดอัดมากขึ้น ก็เลยระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรมต่อต้าน หรือ ดื้อ นั่นเอง ยิ่ง สว.ที่มีการศึกษาสูง มีความมั่นใจสูง เป็นหัวหน้าครอบครัว ก็จะยิ่งดื้อมากขึ้น

ดังนั้น การรับมือกับ สว.ผู้น่ารักของเรา อย่าไปห้ามอะไรท่านเลย แต่ให้เปลี่ยนมุมมองเป็นหาวิธีป้องกันภัย และปัญหาต่างๆ ร่วมกันระหว่าง สว.และลูกหลาน และต้องเคารพการตัดสินใจของท่านด้วย เช่น ปัญหาการขับรถ ข้อดีคือทำให้สมองตื่นตัว ไม่หลงลืมง่าย ข้อเสียคือ อุบัติเหตุ จุดลงตัวน่าจะเป็นการให้ขับได้ช้าภายในหมู่บ้าน และลูกหลานควรตรวจสอบสภาพของรถยนต์เป็นประจำ ติดสติกเกอร์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบว่าคันนี้ สว.ขับ หากจะขับออกไปไกลๆ สอนให้รู้จักการเรียกใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ หรือโทรเรียกลูกหลานมาขับให้ หรือ หาคนขับรถฟูลไทม์ หรือพาร์ทไทม์ให้ ฯลฯ

อาการดื้ออื่นๆ เช่น ยืนยันที่จะพักชั้นบน ขึ้นลงบันไดวันละหลายรอบ อย่าหักหาญน้ำใจด้วยการบังคับให้ลงมาอยู่ห้องข้างล่าง แต่เจรจาตกลงกันว่าถ้าจะขึ้นลงให้กดกริ่งเรียกคนให้ไปช่วยประคอง หรือติดสายคาดข้อมือที่จะส่งสัญญาณให้ลูกหลานทราบกรณีหกล้ม (คุยกันดีๆ ไม่อย่างนั้น ถอดทิ้งแน่ๆ) ปูพรมหนาๆ ทั่วบ้าน เพื่อป้องกันการลื่น และลดความรุนแรงกรณีหกล้ม ติดราวจับบริเวณทางเดินและห้องน้ำ ฯลฯ กรณีชอบเดินออกไปนอกบ้าน ให้ลูกหลานไปตีสนิทกับผู้คนแถวบ้านไว้ จะได้คอยช่วยกันดู และอาจทำป้ายห้อยโลหะคอแบบทหารมีชื่อท่าน สว. ชื่อลูกหลาน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และอาการและวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น หากชอบหน้ามืดเวียนหัว ให้ใส่ยาพร้อมคำอธิบายการใช้ยาไว้ในกระเป๋าเสื้อ เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อย่าพูดหรือทำอะไรให้ท่านรู้สึกไร้ค่า เป็นภาระให้ลูกหลาน อย่าแสดงความวิตกกังวลหรือพูดเรื่องความเป็นห่วงซ้ำๆ ซากๆ เพราะจะยิ่งตอกย้ำให้ท่านรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ให้เป็นภาระลูกหลาน จำไว้ว่าท่านแก่แต่กาย แต่ใจท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเราๆ เวลาชวนคุยก็สรรหาเรื่องสนุกๆ ต่างๆ มาคุย ไม่ใช่เจอหน้ากันก็ถามแต่เรื่องอาการ (คนแก่เซ็งอะ) ท่านที่ถูกควบคุมอาหารตามแพทย์สั่ง ก็ควรมีวันหมอไม่ว่าสักสัปดาห์ละ 1 มื้อก็ยังดี(ปริมาณไม่ต้องมาก แค่ได้ลิ้มรสก็ชื่นใจแล้ว) ปรึกษาสอบถามความคิดเห็นท่านในเรื่องต่างๆ บ้าง ท่านจะได้รู้ว่าท่านยังมีค่ากับสมาชิกในบ้านอยู่ และลูกหลานต้องรักษาอารมณ์ของตัวเองให้สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา เพราะอารมณ์ที่ขุ่นมัวจะมีผลกระทบต่อ สว. (รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆในบ้านด้วย) ทั้งทางตรงและทางอ้อม

พ่อแม่รักเราด้วยเมตตาเสมอ เราดื้อท่านก็ยังเมตตา เมื่อท่านแก่ชรา เราก็ควรจะรักท่านด้วยเมตตาและเคารพในความเป็นมนุษย์ของท่านด้วย ถ้าท่านดื้อ ให้เมตตาเข้าใจความอึดอัดของท่าน และหันมาทบทวนว่าคำพูดและการกระทำอะไรของเราทำให้ท่านอึดอัด และหันมาแก้ไขที่ตัวเราค่ะ ไม่ใช่บังคับแก้ไขที่ท่าน

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท

ช่วงปีใหม่ไทยนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว และยังมีวันสำคัญคือ วันผู้สูงอายุ และวันครอบครัวอีกด้วย 14 เม.ย. 2561 12:45 15 เม.ย. 2561 07:33 ไทยรัฐ


advertisement