วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลื่นล้ม ตัวเปียก เลอะแป้ง เปิดชีวิตพนักงานเดลิเวอรี่ ส่งอาหารช่วงสงกรานต์

ลื่นล้ม ตัวเปียก เลอะแป้ง เปิดชีวิตพนักงานเดลิเวอรี่ ส่งอาหารช่วงสงกรานต์

  • Share:

คุณเคยหรือไม่? สั่งอาหารให้มาส่งที่บ้านช่วงสงกรานต์

คุณเคยหรือไม่? เจอพนักงานสภาพตัวเปียก หน้าเปื้อนแป้ง

สิ่งที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะนำเสนอต่อไปนี้ คือ ประสบการณ์ของเหล่าพนักงานส่งอาหารจากร้านอาหารชื่อดัง พวกเขาจะต้องพบเจออะไรบ้างในช่วงสงกรานต์ โปรดติดตาม...

เจาะรายได้ พนักงานเดลิเวอรี่ ยิ่งวิ่ง ยิ่งคุ้ม !

นายวุฒิ อายุ 33 ปี พนักงานส่งอาหาร KFC อายุงาน 4 ปี ให้ข้อมูลว่า รายได้อัตราชั่วโมงละ 43 บาท และได้ค่าส่งออร์เดอร์ละ 22 บาท โดยวันหนึ่งจะวิ่งประมาณ 10 รอบ หากเป็นทางเดียวกันจะส่ง 2-3 ออร์เดอร์ในรอบเดียว โดยกระเป๋าบรรจุเต็มที่ได้ 3 ถังเท่านั้น แต่หากระยะเวลาสั่งห่างกันจะให้พนักงานคนอื่นไปส่งแทน เพราะจำกัดเวลาส่งภายใน
30 นาที

“ทำเที่ยวเหมือนวินมอเตอร์ไซค์เลยครับ ใครมาก่อนก็ไปส่งก่อน ส่งเสร็จก็กลับมาต่อคิว ยิ่งลูกค้าสั่งออร์เดอร์เยอะต้องรีบไปรีบกลับ ซึ่งปกติทำงานวันละ 8 ชม. หยุด 1 วัน แต่หากพนักงานน้อยหรือออร์เดอร์เยอะก็ต้องทำโอที แต่จำกัดแค่ 1 ชม.เท่านั้นครับ ส่วนรายได้ต่อเดือนประมาณ 17,000-18,000 บาท แล้วแต่เที่ยวด้วย บางวันลูกค้าน้อยก็ได้ออร์เดอร์แค่ 5 ใบ” นายวุฒิ อธิบาย

ด้าน นายแบงค์ และนายต้น อายุ 19 ปี พนักงานส่งอาหาร The Pizza Company อายุงาน 1 ปี เผยว่า รายได้คิดเป็นอัตราชั่วโมงละ 40 บาท ค่าส่งออร์เดอร์ละ 22 บาท หากมีออร์เดอร์พร้อมกันและไปทางเดียวกัน รวมถึง สั่งน้อยก็ได้ 2-3 ออร์เดอร์ ก็สามารถไปส่งเที่ยวเดียวได้เลย แต่ต้องดูเวลาที่สั่งว่าใกล้เคียงกันหรือไม่ ถ้าห่างกันนานคงให้คนอื่นไปส่งแทน เพราะอาจจะเกินเวลาที่กำหนด คือ ส่งภายใน 30 นาที

“ผมทำงานวันละ 8 ชม.ครับ แต่บางวันก็ทำเกินเวลาไป 10-11 ชม. โดยจะได้ค่าแรงเพิ่มเป็นชั่วโมง ถามว่าเหนื่อยล้า เพลียไหม ก็มีบ้างครับ แต่ว่าต้องการหาเงิน” นายแบงค์ กล่าว

ขณะที่ นายท็อป อายุ 22 ปี พนักงานส่งอาหาร S&P อายุงาน 5 เดือน ให้ข้อมูลว่า รายได้ชั่วโมงละ 38 บาท และได้ค่าส่งออร์เดอร์ละ 22 บาท บางครั้งก็พ่วงออร์เดอร์อื่นๆ ไปส่งครั้งเดียว เพราะพนักงานที่สาขาน้อย มีเพียง 3 คนเท่านั้น แต่หากออร์เดอร์ไม่เยอะก็ต้องผลัดเปลี่ยนกันไปส่ง ซึ่งบางทีก็ต้องทำรอบให้ได้เยอะ เพื่อจะได้เงินเยอะตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม รัศมีในการส่งของพนักงานเดลิเวอรี่นั้น ขึ้นอยู่กับสาขา แต่เท่าที่ซักถามไม่เกิน 10 กม.

เผยยอดคนสั่งอาหารเดลิเวอรี่ช่วงสงกรานต์

พนักงาน The Pizza Company เปิดเผยว่า ช่วงสงกรานต์ออร์เดอร์จะเยอะกว่าปกติ เนื่องจากคนหยุดอยู่บ้าน จึงสั่งพิซซ่ามารับประทานกันในครอบครัว หรือสั่งไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท แต่ยิ่งเป็นช่วงที่มีโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 คนยิ่งสั่งออร์เดอร์มากกว่าปกติ

ขณะที่ พนักงาน KFC และพนักงาน McDonald's ระบุว่า มีออร์เดอร์เรื่อยๆ ไม่ได้เยอะเป็นพิเศษ

แตกต่างจากที่พนักงาน S&P ระบุว่า ออร์เดอร์ช่วงสงกรานต์ไม่เยอะ โดยวันปกติจะเยอะกว่า

สงกรานต์สุดเสี่ยง! ลื่นล้ม ตัวเปียก เลอะแป้ง ไม่ชินทาง โอ้ชีวิตพนักงานเดลิเวอรี่

นายอ้วน พนักงานส่งอาหาร McDonald's อายุงาน 1 ปี ได้แชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วยว่า “ช่วงสงกรานต์ ระหว่างที่ผมต้องไปส่งออร์เดอร์ที่หนึ่ง ด้วยความที่ถนนลื่นจากการสาดน้ำเล่นกัน รถที่ผมขับมาจู่ๆ มันก็ลื่นน้ำ ล้อปัด ทำให้รถล้มอยู่ข้างทางครับ แต่โชคดีที่ผมขับมาช้า ก็เลยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย แต่ถลอกนิดหน่อย

จากนั้น ผมก็รีบลุกขึ้นมายกรถขึ้นแล้วขี่ไปส่งของต่อครับ เพราะของไม่ได้เสียหายอะไร เก็บไว้ในกระเป๋าแมค ซึ่งกันน้ำและปิดมิดชิด หลังจากนั้นมาก็จำไว้เป็นบทเรียนให้เราขับขี่รถระมัดระวังมากขึ้น แม้สภาพถนนจะลื่นน้ำ ทัศนวิสัยจะไม่ดี แต่ถ้าเราขี่อย่างระมัดระวังก็จะเป็นการป้องกันการเกิดอันตรายได้ครับ”

นอกจากนี้ นายอ้วน ยังกล่าวอีกว่า อุปสรรคสำคัญในช่วงสงกรานต์ ก็คือ คนสาดน้ำกัน บางคนเอาสายยางออกมาฉีดอยู่ริมถนน ขณะที่ตนต้องขี่รถผ่านไป ซึ่งจะเกิดอันตราย แต่ทางบริษัทก็มีแนวทางป้องกัน เช่น ต้องไม่ฝ่าไฟแดง หลบเลี่ยงเส้นทางที่มีการสาดน้ำ เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ เรื่องตำแหน่งที่อยู่ของลูกค้าด้วย บางครั้งพนักงานไม่ชินเส้นทางตามตรอก ซอก ซอย ทำให้ระหว่างขับขี่ต้องคอยหาจุดสังเกต

ขณะที่ นายต้น พนักงาน The Pizza Company เล่าว่า “ตัวผมเองก็โดนสาดน้ำประจำ โดนประแป้งบ้าง มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ แต่ผมก็จะบอกเขาว่า ผมต้องไปส่งออร์เดอร์นะ เขาก็ไม่อะไร แต่ก็เปียกไปแล้ว (หัวเราะ) และสำหรับคนที่เล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ก็อยากฝากให้เล่นอยู่ในกรอบ เล่นด้วยความระมัดระวัง ให้เห็นใจคนทำงานบ้าง โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถส่งของ ซึ่งมันอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้เขาได้ครับ”

บริษัทฟาสต์ฟู้ด วางกฎเหล็กใส่หมวก ขับขี่ปลอดภัย

ทีมข่าวจึงได้ติดต่อไปสัมภาษณ์บริษัทไก่ทอดชื่อดังอย่าง KFC โดยได้ตอบคำถามประเด็นเกี่ยวกับเดลิเวอรี่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ในช่วงสงกรานต์ เคเอฟซีมีนโยบายให้พนักงานเดลิเวอรี่หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อลดการล่าช้า และเพิ่มความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเคเอฟซีมีการอบรมในเรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยให้พนักงานเดลิเวอรี่อยู่อย่างสม่ำเสมอด้วย

ส่วน พนักงาน The Pizza Company กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์อันตรายกว่าปกติหรือไม่ คงเหมือนกับช่วงฝนตกก็มีความเสี่ยงพอสมควรเช่นกัน ซึ่งพนักงานจะต้องใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง เพราะเป็นกฎระเบียบของทางร้าน หากไม่ใส่หมวกกันน็อกมีสิทธิ์โดนไล่ออกได้

7 ข้อ สาเหตุความเสี่ยงอันตรายของรถเดลิเวอรี่

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุที่บาดเจ็บและเสียชีวิต อันดับ 1 คือ รถจักรยานยนต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 20-29 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มเยาวชน อายุ 15-19 ปี แต่ทั้งนี้ ในสถิติไม่ได้แยกประเภทชัดเจนว่าเป็นรถจักรยานยนต์ส่งของ โดยจะพบข้อมูลจากการเป็นข่าวสัปดาห์เฉลี่ย 1-2 เคส รวมส่งของ ส่งอาหาร และวินมอเตอร์ไซค์ด้วย แต่คาดว่าที่ไม่เป็นข่าวมีเยอะกว่านั้น

สำหรับแบบแผนความเสี่ยงที่พบ คือ การขับเร็ว ขับซิกแซ็ก ขับปาดไปมา โดยมีตัวแปรที่จะส่งผลต่อความเสี่ยง ดังต่อไปนี้...

1. ช่วงเวลาพีคมีออร์เดอร์เยอะ เช่น ช่วงเที่ยง ช่วงเย็น และช่วงค่ำ ส่งผลให้พนักงานต้องเร่งรีบที่จะไปส่งออร์เดอร์

2. พนักงานต้องทำเวลาในการส่ง เช่น ส่งสินค้าให้ทันภายในกี่นาที ซึ่งหากไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานจะไม่เร่งรีบ

“ผมมองว่า หากต้องเร่งรีบเพราะถูกกำหนดให้ส่งให้ทันเวลาภายในกี่นาที อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ก็ต้องมีความรับผิดชอบจากบริษัทด้วย เพราะกำหนดให้เร่งรีบ”

3. ระบบค่าตอบแทน คิดจากจำนวนรอบส่งของ เช่น การกำหนดรายได้ในแต่ละวันจากจำนวนรอบที่วิ่ง ยิ่งวิ่งหลายรอบยิ่งได้เงินมาก

“เรื่องนี้หากเปลี่ยนเป็นเงินเดือน fix cost แต่อาจจะมีโบนัสจำนวนรอบ แต่ไม่ใช้จำนวนรอบเป็นหลัก ไม่เช่นนั้นแล้ว พนักงานก็ต้องเร่งรีบ ทำเวลา และเกิดอันตรายได้”

4. ระยะทางการส่งของ ถ้าในกรุงเทพฯ มีสาขาเยอะ รัศมีการส่งอาจจะแค่ 3-5 กม. ขณะที่ในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ไกลเป็น 10-20 กม. อาจจะต้องเร่งรีบที่จะไปส่ง

5. ตำแหน่งพิกัดลูกค้าไม่ชัดเจน พนักงานจะพะวงอยู่กับการมองป้ายข้างทาง หรือจุดสังเกตต่างๆ แทนที่จะระมัดระวังการจราจรบนถนน กลับกลายเป็นว่าต้องมองหาพิกัดบ้านลูกค้า จึงเกิดความเสี่ยงในการขับขี่

6. โทรถามลูกค้า หรือลูกค้าโทรถาม บางกรณีพนักงานอาจจะไปไม่ถูกต้องโทรถามลูกค้า หรือลูกค้าโทรตามว่าถึงไหนแล้ว ก็จะทำให้คอยพะวง ขาดสมาธิในการขับขี่รถได้

7. กรณีทำเกินลิมิต เช่น ทำเกินเวลา หรือทำในตอนดึก ซึ่งผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์เป็นเวลานาน จะเกิดความอ่อนล้าและวูบได้ ไม่ใช่มีแต่คนขับรถยนต์เท่านั้นที่มีอาการหลับใน

แต่ทั้งนี้ก็ยังพบข้อดี คือ รถจักรยานยนต์เดลิเวอรี่ มักจะสวมหมวกกันน็อก โดยอาจจะเป็นเพราะไม่อยากทำผิดกฎหมาย หรือเป็นกฎระเบียบของบริษัทก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงสงกรานต์ นักท่องเที่ยวไม่ควรจะไปสาดน้ำพนักงานเดลิเวอรี่ ยิ่งหากไม่เต็มใจแล้วยิ่งไม่ควร ยกเว้นว่าเต็มใจ ยินดี แต่เชื่อว่า คนกลุ่มนี้ เตรียมใจอยู่แล้วว่าต้องเปียกแน่ แต่ทำอย่างไร คนที่สาดน้ำจะสาดอย่างปลอดภัย หรือทางที่ดีที่สุดคือ ไม่สาดน้ำเลย

นอกจากนี้ ยังมองว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับงาน ควรมีการเชื่อมโยงความรับผิดชอบร่วมไปที่บริษัท เพราะนโยบายแนวปฏิบัติของบริษัท มีผลต่อพฤติกรรมขับขี่ของพนักงาน รวมทั้งสังคมก็ต้องตั้งคำถามกับบริษัทที่ปล่อยให้พนักงานมาสร้างความเสี่ยงบนถนนด้วย

ท้ายที่สุดนี้ เหล่าพนักงานเดลิเวอรี่ ยังฝากไปยังนักท่องเที่ยวทุกคนด้วยว่า อยากให้ระมัดระวังคนขับรถส่งอาหารบ้าง ไม่ควรที่จะฉีดหรือสาดน้ำโดยเฉพาะเวลาขี่รถผ่าน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้