วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องขุมกำลัง 5 ชาติ จะงัดอาวุธอะไรมาใช้หากสหรัฐฯ โจมตีซีเรีย

เมื่อวันพุธที่ 11 เม.ย. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จุดกระแสความวิตกกังวลว่า อาจเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างแดนลุงแซมกับประเทศรัสเซีย หลังจากเขาทวีตข้อความว่า จะยิงขีปนาวุธโจมตีในซีเรียเพื่อตอบโต้รัฐบาลของบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรียที่ถูกกล่าวหาว่า ใช้อาวุธเคมีโจมตีฝ่ายกบฏในเมืองดูมา เมื่อ 7 เม.ย. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและล้มป่วยมากกว่า 500 คน

แม้ว่าในเวลาต่อมา นายทรัมป์จะทวีตข้อความใหม่ว่า ยังไม่ได้กำหนดเรื่องเวลาที่จะโจมตีซีเรีย แต่คำพูดของเขาก็กำลังบอกใบ้ว่า สหรัฐฯ มีแผนหรือกำลังวางแผนใช้จรวดโจมตีในซีเรีย ขณะที่พันธมิตรอย่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรก็เผยว่า พวกเขากำลังพิจารณาใช้มาตรการทางทหารกับซีเรียด้วย

แต่หากสหรัฐฯ รวมทั้งฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ตัดสินใจโจมตีซีเรียขึ้นมาจริงๆ พวกเขาจะใช้อาวุธอะไรในการโจมตี ขณะที่รัสเซียซึ่งเตือนว่าจะสอยมิสไซล์ทุกลูกที่ยิงเข้ามาในซีเรีย จะมีอาวุธอะไรที่ใช้ต้านทาน หรือตอบโต้การโจมตีจากมหาอำนาจตะวันตกทั้ง 3 ชาตินี้บ้าง

*สหรัฐอเมริกา

มหาอำนาจแห่งอเมริกาเหนือ ประเทศนี้มีงบประมาณกองทัพมากที่สุดในโลก ที่ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 18.7 ล้านล้านบาท) พวกเขาส่งเรือพิฆาต ‘ยูเอสเอส โดนัลด์ คุก’ ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีไปลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไว้แล้ว และมีความเป็นไปได้มากที่สหรัฐฯ จะโจมตีโรงงานสารเคมีในซีเรียด้วยขีปนาวุธร่อน ‘โทมาฮอว์ก’ เพื่อลดความเสี่ยงที่เครื่องบินรบจะถูกยิงตก

ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นโทมาฮอว์ก (TLAM) เป็นอาวุธทรงประสิทธิภาพของสหรัฐฯ มีพิสัยทำการมากกว่า 1,600 กม. บินในระดับความสูงที่ต่ำ ทำให้เรดาร์ตรวจจับได้ยาก นอกจากนี้ยังปล่อยความร้อนออกมาน้อย การตรวจจับด้วยอินฟราเรดจึงทำไม่ได้อีกด้วย เมื่อปี 2560 สหรัฐฯ เคยยิงจรวดชนิดนี้จำนวน 59 ลูกใส่ฐานทัพอากาศเชย์รัต ในจังหวัดฮอมส์ ของซีเรียมาแล้ว โดยอ้างว่าเป็นสถานที่เก็บอาวุธเคมี

นอกจากโทมาฮอว์ก สหรัฐฯ ยังมีฝูงบินขนาดใหญ่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินที่จอดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ส่วนที่ฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในประเทศกาตาร์ มีฝูงบิน เอ10 และ เอฟ-16 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก พร้อมจะออกเดินทางทันทีที่ได้รับคำสั่ง สหรัฐฯ ยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล บี-52 ที่พวกเขาเคยใช้โจมตีในภูมิภาคนี้มาแล้วรอให้ใช้งานด้วย

*รัสเซีย

หากสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงขีปนาวุธเข้าใส่ซีเรีย เชื่อว่ามหามิตรของอัสซาดอย่างรัสเซีย อาจต้องงัด ‘เอส-400’ ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศล้ำสมัย แต่ยังไม่เคยถูกทดสอบในสถานการณ์จริงออกมาใช้ โดย เอส-400 ถูกส่งเข้าไปติดตั้งในซีเรียหลังจากเครื่องบินรบรัสเซียถูกยิงตกเมื่อหลายเดือนก่อน แต่จนถึงตอนนี้มันทำหน้าที่เป็นเพียงอาวุธเพื่อป้องปราม ยังไม่เคยถูกใช้งาน

รัสเซียระบุว่า เอส-400 เป็นระบบต่อต้านอากาศยานหลายชั้น สามารถยิงจรวดได้ 3 ชนิดเพื่อจัดการกับเป้าหมายบนอากาศได้ทุกรูปแบบ ทั้งอากาศยานและขีปนาวุธที่อยู่ภายในระยะ 400 กม. ด้วยความเร็วและประสิทธิภาพที่ไม่ธรรมดา ทำให้สามารถคุ้มครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของซีเรียได้ นอกจากนี้ เอส-400 ยังมีขีดความสามารถในการต่อต้านระบบหลบเรดาร์ หรือ สเตลธ์ ที่โดดเด่นอีกด้วย

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่ารัสเซียมีอากาศยานรบหลายประเภทในซีเรีย เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิด ซู-24, เครื่องบินรบ ซู-25, เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์, เครื่องบินลำเลียง, เครื่องบินสอดแนม และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ มี-24 กับ มี-35 โดยส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศฮเมมิม อันเป็นฐานทัพหลักที่รัสเซียใช้ส่งเครื่องบินออกโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสซาด

ด้านขุมกำลังทางน้ำ รัสเซียเคยยิงขีปนาวุธร่อน ‘คาลิเบอร์’ จากเรือดำน้ำ ‘รอสตอฟ-ออน-ดอน’ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อโจมตีเป้าหมายในซีเรีย และเคยยิงจรวดจากเรือรบในทะเลแคสเปียนใส่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในซีเรียด้วย อย่างไรก็ตาม รัสเซียถอนกำลังเรือรบของพวกเขาที่ฐานทัพเรือในเมืองตาร์ตัสของซีเรียไปหมดแล้ว

*สหราชอาณาจักร

เจมส์ แลนส์เดล ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมของยูเคพร้อมที่จะเคลื่อนทรัพยากรของพวกเขาในซีเรีย รวมทั้ง เครื่องบินรบ ‘ทอร์นาโด’ ความเร็วเหนือเสียง 8 ลำที่ฐานทัพอากาศ 'ราฟ อัคโรติริ' ในประเทศไซปรัส ที่ถึงแม้จะเป็นเครื่องบินเก่าอายุเกือบ 30 ปี แต่พวกมันก็ได้รับการปรับแต่งติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง

ยูเคยังมีเครื่องบินรบ ‘ไต้ฝุ่น’ อีก 6 ลำ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจโจมตีกลุ่มไอซิสในอิรักมาตลอดช่วยหลายปีที่ผ่านมา รอให้เรียกใช้งาน โดยไต้ฝุ่นติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่ภาคพื้นนำวิถีด้วยเรดาร์อย่าง ‘บริมสโตน’ ซึ่งว่ากันว่ามีราคาลูกละ 142,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.4 ล้านบาทเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี ‘เอ็มคิว-9 รีเปอร์’ โดรนติดตั้งมิสไซล์พิฆาตรถถัง ‘เฮลไฟร์’ อีก 10 ลำ และเครื่องบินสอดแนม ริเวต ที่สามารถใช้การได้ในทุกสภาพอากาศ กำลังปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยูเคไม่มีเรือดำน้ำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และการส่งเรือดำน้ำไปประจำตำแหน่งดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายวัน

*ฝรั่งเศส

ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ประกาศเอาไว้ว่า การโจมตีใดๆ ที่พวกเขาจะกระทำกับซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุด จะไม่เล็งเป้าหมายไปที่กองกำลังพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย หรือใครก็ตาม แต่จะมีเป้าหมายที่ขีดความสามารถในการผลิตอาวุธเคมีของซีเรียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะโจมตีอย่างไร

อย่างไรก็ดี แดนน้ำหอมเคยส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ชาร์ลส์ เดอ โดล’ ไปร่วมในปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบัน เรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวของฝรั่งเศสลำนี้กำลังอยู่ระหว่างการยกเครื่องครั้งใหญ่ จึงไม่น่าจะสามารถนำมาใช้งานได้ในเร็วๆ นี้

ฝรั่งเศสจึงอาจใช้งานเครื่องบินรบ ‘มิราจ’ กับ ‘ราฟาเอล’ ที่มีอยู่หลายลำในจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพวกเขาเคยใช้โจมตีกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรักมาก่อน โดยเครื่องบินดังกล่าวแต่ละลำสามารถบรรทุกระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์น้ำหนัก 250 กก. ได้ 4 ลูก

*ซีเรีย

ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของซีเรียได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของอิสราเอลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พวกมันยังคงมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคุกคามอากาศยานทุกลำ เพราะจรวดของระบบป้องกันมีความเร็วพอที่จะสอยเครื่องบินใดๆ ให้ร่วงได้ เช่น เอฟ-16 ของอิสราเอลก็เคยถูกระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียยิงตกมาแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียเคยใช้ระบบ เอส-200 ซึ่งนาโต เรียกว่า ‘เอสเอ-5 แกมมอน’ เป็นส่วนใหญ่ โดยยิงจรวดเชื้อเพลิงเหลวความเร็วสูง ที่ออกแบบมาให้บินได้เร็วสุดถึง 8 มัค (ราว 2,744 เมตรต่อวินาที) นำวิถีด้วยเรดาร์ และทำลายเป้าหมายด้วยการจุดระเบิดหัวรบที่เป็นระเบิดอานุภาพสูงน้ำหนัก 217 กก.

ปัจจุบันซีเรียเริ่มนำอาวุธของรัสเซียมาเสริมมากขึ้น ทั้งระบบอาวุธ ‘เอสเอ-22’ และ ‘เอสเอ-17’ นอกจากนี้ยังใช้ระบบเรดาร์หลากหลายรูปแบบจากจีนอีกด้วย

ขณะเดียวกัน แม้ฐานทัพอากาศเชย์รัตจะถูกสหรัฐฯ โจมตีจนได้รับความเสียหาย แต่ซีเรียยังมีเครื่องบินรบอีกหลายลำประจำการอยู่ ทั้ง ซู-22 และ มิก-23 แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า เครื่องบินเหล่านี้ส่วนใหญ่เก่าหรือล้าสมัยไปแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ เพื่อให้มีขีดความสามารถพอใช้ในทางทหารได้.

หากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ตัดสินใจโจมตีเป้าหมายในซีเรีย พวกเขาจะใช้อาวุธอะไรบ้าง ส่วนซีเรียและรัสเซีย จะมีอาวุธอะไรเพื่อป้องกันการโจมตีครั้งนี้... 13 เม.ย. 2561 02:38 ไทยรัฐ