วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ของดีราคาไม่แรง รีวิว MERCEDES BENZ GLA200 URBAN

ของดีราคาไม่แรง รีวิว MERCEDES BENZ GLA200 URBAN

  • Share:

ปัจจุบัน อะไรก็ตามที่มี 4 ล้อ Mercedes Benz ก็จะเอามาปรับให้กลายเป็นรถอเนกประสงค์ PPV-SUV หรือ Crossover เนื่องจากความนิยมและถูกใช้งานอย่างแพร่หลายบนถนนทั่วโลก ยอดขายที่สร้างกำไรมหาศาลให้กับค่ายรถทำให้รถยนต์อเนกประสงค์ไม่ว่าจะเป็นรถเอสยูวีหรือรถครอสโอเวอร์หรูจากยุโรปราคา 2 ล้านบาท อย่าง BMW X1 / MINI Countryman / Audi Q3  ต่างก็มีกลุ่มลูกค้าของตัวเอง โดยเฉพาะ Merecedes Benz GLA ที่กำลังทำตลาดอย่างมุ่งมั่นกับครอสโอเวอร์รุ่นปรับโฉมอย่าง GLA 200 Urban

Mercedes Benz Thailand แบรนด์รถหรูตราดาวทำการเปิดตัว The New GLA-Class ครอสโอเวอร์กะทัดรัดรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา (2017) โดยส่งออกมาทำตลาดครบทั้งรุ่นเริ่มต้น GLA200 Urban คันรีวิว ราคา 2,090,000 บาท รุ่น GLA250 AMG Dynamic ราคา 2,390,000 บาท และรุ่นท็อปสุด GLA 45 AMG ราคา 4,840,000 บาท

Mercedes Benz GLA เป็นรถยนต์ในกลุ่ม Premium Compact Car ประเภท Crossover รูปลักษณ์ดีไซน์สไตล์คอมแพ็คคาร์ 5 ประตู ด้วยยอดขายทั้งหมด 10,962 คันในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวรถยนต์กลุ่มดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2012 มาจนถึงปี 2017 Mercedes Benz พัฒนารูปทรงของรถยนต์ครอสโอเวอร์ในโมเดล GLA รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ด้วยการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์โดยทดลองภายในอุโมงค์ลมที่สามารถ ปล่อยลมความเร็วสูงได้ โดยอุโมงค์ลมนี้ตั้งอยู่ที่โรงงานประกอบรถยนต์ Mercedes Benz ในเมืองซินเดลฟิงเกน ประเทศเยอรมนี

รูปลักษณ์ที่ลู่ลมของ GLA 200 Urban ทำให้ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง มิติตัวถังของ Mercedes Benz GLA200 Urban มีความยาว 4,424 มิลลิเมตร กว้าง 1,804 มิลลิเมตร สูง 1,494 มิลลิเมตร แนวคิดทางการออกแบบที่ Mercedes Benz ใช้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ของ GLA ประกอบด้วยการปรับแต่งรูปทรงของเสาเอให้ลาดเป็นวงโค้ง การปรับปรุงกรอบกระจกรอบตัวถังให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศด้านใต้ท้องรถ การปรับแต่งปลายขอบตัวถังบริเวณส่วนล่างของตัวรถให้เป็นพื้นที่ลู่ลมขนาดใหญ่ รวมถึงการปรับแต่งบริเวณส่วนกลางของเพลาหลังและท่อระบายไอเสียด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับดิฟฟิวเซอร์ GLA ติดตั้งสปอยเลอร์หลังคา พร้อมไฟท้ายแบบใหม่ที่ สปอยเลอร์ที่ด้านข้างตัวรถทั้ง 2 ด้าน เพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศทางด้านหลังของตัวรถให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

GLA 200 Urban ถูกยกตัวถังให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างพื้นถนนกับใต้ท้องรถให้มากขึ้น การยกตัวถังให้สูงขึ้นทำให้ลุยได้เล็กๆน้อยๆ พอหอมปากหอมคอ เนื่องจากเป็นเวอร์ชั่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ตำแหน่งเบาะนั่งยกสูงขึ้นเพื่อทัศนวิสัยมุมมองรอบคันที่คลอบคลุม รูปลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบัน การปรับปรุงเริ่มจากสปอยเลอร์หน้าแบบใหม่, ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance ทดแทนไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ระบบไฟแบบใหม่ให้กำลังในการส่องสว่างดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยอุณหภูมิแสงที่ใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ ระบบ Adaptive highbeam Assist ที่ช่วยปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติ เพื่อลดการบดบัง ทัศนวิสัยของผู้ร่วมใช้ถนน, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันหลอด LED กรอบไฟหน้าใช้ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย LED แบบใหม่ที่ลงตัวและมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม ไฟเบรกดวงที่ 3 หลอด LED กระจกมองข้างปรับ-พับเก็บด้วยไฟฟ้า กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่ และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้า ราวหลังคาอะลูมิเนียม ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมี่ยม 2 ท่อ รุ่น GLA 200 Urban ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าทรงกลม พร้อมล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว 

ห้องโดยสารของครอสโอเวอร์ราคา 2 ล้านมีการประดับประดาด้วยของหรูๆ ที่ทำให้ดูดีน่าใช้งาน แดชบอร์ดทรงสูงวางตำแหน่งอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ง่าย เบาะหนังคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เบาะหนังสีเบสดูแลรักษายากแต่โทนสีอ่อนตัดกับสีดำของแดชบอร์ดอย่างสวยงาม แผงคอนโซลคาดด้วยงานอัลลอยสีเทา ช่องแอร์แบบ 3 ช่องที่ออกแบบได้ดีและใช้วัสดุราคาแพงเพื่อสร้างบรรยากาศของความหรูหรา เบาะหลังแบบ 3 ที่นั่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่งออกแบบให้นั่งโดยสารได้ 3 คน เบาะหลังพับราบกับพื้นได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ แผงประตูแบบทูโทนใช้สีเบสตัดกับสีดำ ผู้โดยสารตอนหลังยังเย็นสบายด้วยช่องแอร์ด้านหลังที่เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานสำหรับพื้นที่เขตร้อน พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 421 ลิตร และ 1,235 เมื่อพับเบาะหลัง

พวงมาลัย 3 ก้านของ Mercedes Benz GLA200 Urban ถึงจะเป็นรถรุ่นต่ำที่มีออฟชั่นไม่มากแต่แบรนด์ตราดาวก็ยังติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift มาให้สับเกียร์เล่นบนเส้นทางคดเคี้ยว พวงมาลัย 3 ก้านยังมีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นใช้สั่งงานระบบเครื่องเสียง สวิตช์รับหรือวางสายโทรศัพท์แบบบลูทูธ คันเกียร์แบบก้านติดตั้งอยู่บริเวณด้านขวาของพวงมาลัย แรกๆ ใช้งานไปอาจไม่คุ้นเนื่องจากชินกับเกียร์แบบเดิม เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่า ก้านเกียร์ที่คล้ายกับก้านไฟเลี้ยวของ Mercedes Benz นั้นใช้งานได้สะดวกมากกว่าคันเกียร์ออโต้แบบเดิมๆ ที่มักอยู่ในตำแหน่งถัดจากคอนโซลกลาง 

Mercedes Benz GLA200 Urban ติดตั้งระบบมัลติมีเดียมาตรฐานรุ่นใหม่ หน้าจอขนาด 8 นิ้ว, มาตรวัดแบบใหม่พร้อมกับเข็มชี้สีแดงทำให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้น GLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เบาะนั่งด้านหลังพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้ พร้อมกล่องเก็บของ ตาข่ายสัมภาระซ้าย-ขวา ช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ บริเวณที่เก็บสัมภาระ ด้านท้าย ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, วิทยุ-ซีดี MB Audio 20, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (BlueTooth), รองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation), ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™), MB Apps, ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร แบบ 12 สี และกาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz

Mercedes Benz GLA200 Urban วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ มีปริมาตรความจุ 1595 ซีซี เครื่องยนต์วางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู้หน้าให้กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ หรือ 156 แรงม้า ที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดทำได้ 250 นิวตันเมตร ที่ 1250-4000 รอบต่อนาที เป็นตัวเลขแรงบิดที่สมน้ำสมเนื้อกับขนาดและน้ำหนักทำให้เกิดความคล่องตัวเนื่องจาก GLA200 เป็นรถคันเล็กมีน้ำหนักตัวไม่มาก เครื่องยนต์แค่ 1.6 ลิตรเทอร์โบก็เอาอยู่และสามารถใช้งานได้ดีจากแรงฉุดลากหรือแรงบิดแบบจัดเต็ม สมรรถนะของ GLA200 Urban มีอัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.1 วินาที ความเร็วสูงสุดโดยประมาณทะยานไปได้ถึง 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของครอสโอเวอร์รุ่นนี้ ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G - DCT) เป็นเกียร์ทวินคลัตช์ พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering - wheel Gearshift Paddles ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Mercedes Benz GLA200 Urban ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์พร้อมชิ้นส่วนของช่วงล่างที่ทำจากอะลูมินั่มอัลลอยเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้วลาย 5 ก้านที่ล้างทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนยางหน้า-หลัง มีขนาด 235/50 R18 จัดยางประสิทธิภาพดีของ Dunlop รุ่น SP Sport MAXX มาให้จากโรงงานซึ่งเป็นยางเนื้อนิ่มวิ่งเงียบใช้ได้

ระบบความปลอดภัย
ความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เพิ่มเติม คือ การติดตั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) เป็นระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ระบบนี้จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่ระยะห่างระหว่างรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ขับอยู่กับรถยนต์คันข้างหน้านั้นมีน้อยเกินไป และหากจำเป็น ระบบนี้สามารถสั่งชะลอหรือหยุดรถให้โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะที่เหมาะสมได้ หากเกิดสถานการณ์อันตราย ระบบนี้ยังสามารถสั่งหยุดรถได้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ เช่น ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง, กล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถ, โปรแกรมควบคุม การทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันยาง (tyre pressure loss warning system) และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)

ตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อ 6 ปีก่อน Mercedes Benz GLA เดินหน้าสร้างความแปลกประหลาดใจให้กับลูกค้าแบบไม่หยุดหย่อน ด้วยราคา 2 ล้านนิดๆ กับกลไกของระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่พ่วงกับรถเล็กในรุ่น A-Class และ CLA-Class รูปแบบของการขับที่เน้นความคล่องตัวกระชับฉับไวด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัดกับน้ำหนักตัวเบาหวิวคล้ายรถแฮตชแบคตัวเล็กที่ยกสัดส่วนความสูงให้มากกว่าปกติ ขุมกำลัง 1.6 ลิตร เทอร์โบ มีแรงบิดมาให้ใช้งานเยอะพอสมควร การปรับตั้งเครื่องยนต์กับชุดส่งกำลังให้ตอบสนองได้ดีขึ้นคือสูตรสำเร็จในการเอาชนะ BMW เครื่องยนต์เบนซินอัดเทอร์โบประสิทธิภาพสูง เสริมระบบระบายความร้อน ปรับปั๊มเชื้อเพลิง ปรุงแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้น่าขับมากยิ่งขึ้นในรุ่นไมเนอร์เชนจ์พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าที่แม่นยำและเที่ยงตรง จ่ายไป 2 ล้านได้ตราดาวตัวเล็กที่ขับได้ร้อนแรงแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มละครับ 

กำลัง 156 แรงม้ากับแรงบิด 250 นิวตันเมตร เมื่อขับออกทางไกลก็ให้ประสิทธิภาพของการวิ่งยาวๆ บนไฮเวย์น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะอรรถรสของการขับที่เน้นความสนุก รถยนต์แบบครอสโอเวอร์ยกสูงแบบ GLA มีอาการโคลงหรือส่ายน้อยลงเนื่องจากไม่ได้ทำตัวหนักหรืออุ้ยอ้าย ขนาดของตัวถังไม่เป็นอุปสรรคในการทำความเร็ว ช่วงล่างที่ปรับตั้งมาจากโรงงานทำหน้าที่อย่างรัดกุมสอดคล้องกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายในประเทศไทย บนถนนลาดยางจากสุพรรณบุรีมุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรีเจ้า GLA200 เวอร์ชั่นต่ำสุดก็วิ่งได้อย่างมั่นคงแม้บางช่วงบางตอนจะเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอแต่ช่วงล่างกับยางก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดี ยาง Dunlop รุ่น SP Sport MAXX มีแก้มและเนื้อยางที่นิ่มขึ้น ทำให้เสียงรบกวนเมื่อบดลงไปกับผิวถนนลดลง การยึดเกาะของยางรุ่นนี้อยู่ในเกณฑ์กลางๆ ไม่ว่าจะแห้งหรือเปียกก็ให้ความมั่นใจได้ดี เมื่อผสมกับมาตรการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกทำให้ GLA200 Urban เป็นรถที่เงียบใช้ได้เลยทีเดียว 

เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ไม่ได้ดึงสนุกเท่า GLA250 รุ่นที่แพงกว่า (เยอะ) แต่ GLA200 Urban ก็เป็นรถที่ชอบให้ลงคันเร่งหนักๆ การเร่งความเร็วแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ก็พุ่งลิ่วๆ ไปตามแรงเท้าซึ่งให้ความรู้สึกในการตอบสนองไม่เป็นรอง BMW X1 รุ่นเครื่องยนต์ 3 สูบ การขับเข้าโค้งด้วยการเบรกลดความเร็วก่อนถึงจุดที่จะเริ่มหมุนพวงมาลัย การถ่ายเทน้ำหนักที่ค่อนข้างสมดุลทำให้มันเป็นรถเล็กที่ทรงตัวดีในโค้งมุมกว้าง กลไกขับเคลื่อนล้อหน้าไม่ส่งผลกระทบกับชุดบังคับเลี้ยวมากนัก ขณะที่เร่งออกจากปลายโค้งด้วยการกดคันเร่งส่งอย่างเต็มเหนี่ยว บาลานซ์ที่ดีของรถมอบความมั่นคงจนรู้สึกได้ว่ามันไปได้เร็วกว่านี้ ช่วงล่างรองรับแรงม้าและแรงบิดสอดคล้องกับรูปแบบของตัวถังจากการปรับตั้งที่ดีทำให้เผลอตัวขับเร็วบ่อยครั้งจนโดนใบสั่งแทบจะทุกครั้งที่ขับออกทางไกลคือสิ่งที่ต้องระวังในการทำความเร็ว

จังหวะของการเปลี่ยนเกียร์คืออีกหนึ่งจุดเด่นที่อยากจะบอก เกียร์ 7G - DCT
พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering - wheel Gearshift Paddles อัพเกรดซอฟต์แวร์เพื่อทำให้มันเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้นอีกนิดและมีความนุ่นนวลมากยิ่งขึ้นโดยเชื่อมโยงกับโหมดขับเคลื่อน 4 แบบ (ECO / COMFORT / SPORT / INDIVIDUAL) เกียร์ของ GLA200 มีประสิทธิภาพดีแม้จะมีแค่ 7 เกียร์ก็เหลือพอต่อการใช้งาน เกียร์ 7 สปีดของแบรนด์ตราดาวถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ในช่วงแรงบิดกว้างๆ ทำให้แทบจะไม่มีอาการรอรอบซึ่งเป็นปัญหาเก่าๆ ของเครื่องยนต์ 4 สูบติดเทอร์โบ น้ำหนักของพวงมาลัยที่ขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อนจะแม่นสุดในโหมด Sport ส่วนโหมด Comfort ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่รัดกุมมากจนเกินไป โหมด ECO เป็นการปรับตั้งค่ากลางๆ ทำให้พวงมาลัยเบาและตอบสนองต่อการหักเลี้ยวในย่านความเร็วต่ำเมื่อขับใช้งานในเมือง แต่โหมด ECO ซึ่งเป็นโหมดประหยัดโดนจำกัดการใช้คันเร่งด้วยการปรับให้คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองช้าลงเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง ไม่ว่าคุณจะคาอยู่โหมดไหนเมื่ออยากไปให้ไวขึ้นก็แค่ลงน้ำหนักเท้ากดคันเร่งให้สุดแค่นั้นเจ้า GLA200 ก็จะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว 

อัตราทดของเกียร์ 7 สปีดทวินคลัตช์นั้น ที่เกียร์ 1-4 ถูกปรับให้ชิดขึ้น ส่วนเกียร์สุดท้ายหรือเกียร์ 7 เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งบนไฮเวย์ ช่วยทำให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้น (นิดๆ) ขณะที่ผมขับแช่ความเร็วอยู่บนไฮเวย์ หรือขับด้วยความเร็วต่ำบนทางหลวงชนบท เมื่อลองเปลี่ยนเกียร์ด้วยแป้น Paddle Shift เกียร์ของ GLA200 เปลี่ยนอัตราทดแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่กระโชกโฮกฮากจนออกอาการกระตุกกระชาก คลัตช์ 2 ชุดเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนอัตราทดได้ว่องไวพอใช้ การเปลี่ยนเกียร์ในโหมด Auto นิ่มนวลไหลลื่นมากและเข้ากับรูปแบบรถอเนกประสงค์ได้ดี การได้อัดมันไปบนทางหลวงชนบทที่เงียบสงัดโดยสับเกียร์เล่นขึ้นๆ ลงๆ เมื่อเจอกับโค้งแปลกๆ คือ ความสนุกขั้นเสพติดจากความมั่นคงของช่วงล่าง ยางและชุดบังคับเลี้ยว แม้ฝนจากพายุฤดูร้อนก็ไม่อาจหยุดยั้งความสนุกของเจ้า GLA200 Urban แต่อย่าเพลินมากจนเกินไปเมื่อผิวถนนไม่อยู่ในสภาวะปกติแบบนี้  

มีดีก็ต้องมีด้อยบ้างเป็นธรรมดา GLA200 ไม่ได้มีอุปกรณ์ในห้องโดยสารเท่ากับรุ่นที่แพงกว่าอย่าง GLA250 AMG ห้องโดยสารของมันถึงแม้จะจัดมาค่อนข้างครบแต่ก็ยังขาดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบางอย่างซึ่งทำให้ดูโล่งๆ อยู่เหมือนกัน แดชบอร์ดทำจากพลาสติกกับชิ้นงานพวกปุ่มหรือสวิตช์ที่ชอบลอกนั้นทางแบรนด์ตราดาวคงต้องนำจุดด้อยเหล่านี้กลับไปปรับปรุงให้ดีขึ้น พวงมาลัยแม้จะแม่นยำมั่นคงแต่ยังคงขาดสัมผัสที่ดีแบบรถขับเคลื่อนล้อหลังเนื่องจากเจ้า GLA200 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนจุดเด่นที่โดนใจก็คือการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวทำให้ขับสนุกลุกนั่งสบาย เบาะคนขับนั่งขับได้ทั้งวันไม่เมื่อยคอเหมือนขับ A250 AMG หรือ CLA250 

Mercedes Benz GLA200 Urban เป็นครอสโอเวอร์ที่มีชีวิตชีวาจากการขับที่ดีของมัน คำถามก็คือ ทำไมไม่เลือกรุ่น 250 ที่ครบกว่า ก็ขอตอบว่าเพราะคุณจ่ายเงินน้อยกว่า 4 แสนบาท เงินส่วนต่างนั้นเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะหากเป็นคนที่ไม่เน้นการขับเร็วหรือไม่เน้นอุปกรณ์ออฟชั่นเต็มคัน รุ่น 200 ก็เพียงพอต่อการใช้งาน สุดท้าย เจ้า GLA200  คือการอัพเกรดยานพาหนะของคุณ หลังจากขับ Camry หรือ Accord มานาน ก็อยากจะเปลี่ยนพาหนะคันใหม่จากรถญี่ปุ่นเป็นรถยุโรปที่หรูหรามากกว่า การจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อขยับมาเป็นรถตราดาวแม้ขนาดจะเล็กแต่ก็เหมาะสมกับการใช้งานหากไม่คิดมาก GLA200 Urban เครื่องยนต์ 1.6 ลิตรเทอร์โบกับเกียร์ทวินคลัตช์ 7 สปีดพร้อมช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวแหล่มๆ ก็ทำให้คนที่ใช้รถญี่ปุ่นรู้สึกหวั่นไหวได้เหมือนกัน. 

MERCEDES BENZ GLA200 URBAN

รายละเอียดด้านเทคนิค GLA 200 Urban 
เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ / แถวเรียง / 4 วาล์วต‹่อสูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,595 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 115 กิโลวัตต์ 156 แรงม้า ที่ 5,300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1250-4000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0 - 100 กม. / ชม. 8.1 วินาที 
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 215 กม. / ชม.
ความจุถังเชื้อเพลิง  50 ลิตร
พื้นที่บรรทุกสัมภาระ  421 ลิตร และ 1,235 เมื่อพับเบาะหลัง
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G - DCT) 
พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering - wheel Gearshift Paddles
ขนาดล้อและยาง หน้า- หลัง 235 / 50 R18 dunlop sp sport maxx

มิติตัวถัง กว้าง 1,804 มิลลิเมตร ยาว 4,424 มิลลิเมตร สูง 1,494 มิลลิเมตร 

ระบบความปลอดภัย GLA 200 Urban GLA 250 AMG Dynamic
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง 
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยรถ 
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti - lock braking system) 
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill - Start Assist 
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) 
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) 
ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) 
ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator)
ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system)
ยางรถยนต์ Run-flat tyres 
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)


อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLA 200 Urban 
ไฟหน้าแบบ LED High Performance 
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้า 
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)
ไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด 
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED 
ไฟตัดหมอกหน้า 
กระจกมองข้างปรับระดับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่ และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ 
ใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน 
กุญแจรีโมตคอนโทรล
ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้า
ราวหลังคาอะลูมิเนียม
ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ
ล้ออัลลอย แบบ 5 ก้าน ขนาด 18" 


อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLA 200 Urban 
ฟังก์ชัน ECO start /stop
เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO 

เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 
ที่วางแขนสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start)
วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผล ขนาด 8 นิ้ว 
ระบบสำหรับเชี่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) 
รองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation)
ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) 
MB Apps 
ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 12 สี (ambient lighting) 
ที่วางแก้วน้ำบริเวณคอนโซลกลาง 
กล่องเก็บสัมภาระติดตั้งใต้เบาะนั่งคู่หน้า
กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ “Mercedes-Benz” 
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้ พร้อมกล่องเก็บของ ตาข่ายสัมภาระซ้าย-ขวา และช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ บริเวณที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
แผ่นปิดสัมภาระด้านท้าย.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้