วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“การประสานงา” ของระบบบริการ สุขภาพในประเทศไทย (ตอนที่ 1)

การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ มีความจำเป็นทั้งนี้ เนื่องจากในอดีตการให้บริการสุขภาพ เน้นปัญหาสุขภาพด้านชีวการแพทย์ ความเจ็บป่วยบุคคลและการรักษา

หากแต่ในปัจจุบันกรอบแนวคิดระบบสุขภาพ ได้ขยายขอบเขตกว้างมากกว่าการดูแลทางการแพทย์และสาธารณสุข ครอบคลุมการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค มีมุมมองในมิติสังคม วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต ความเชื่อ สิ่งแวดล้อม ดุลยภาพเชิงสังคม

ปรากฏการณ์ที่เกิดสะท้อนถึงความหมายของสุขภาพที่มีบริบทกว้างขึ้น แนวโน้มปัญหาสุขภาพมีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบาดวิทยา โรคติดต่ออุบัติใหม่เพิ่มขึ้น โรคไม่ติดต่อกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ รวมถึงภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ สิ่งที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ผลที่เกิดขึ้น คือ แนวโน้มสัดส่วนของประชากรที่มีอายุมากและต้องการการดูแลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชากรที่เป็นวัยแรงงานและแข็งแรง

จะค่อยๆลดลงนำไปสู่ความเสี่ยงทางด้านงบประมาณในการจัดการดูแล รวมทั้งการเกิดภาระทางการเงิน การคลัง ทางด้านสุขภาพ เกิดการขยายตัวของงบประมาณ มีความต้องการและแนวโน้มค่าใช้จ่ายทางสุขภาพมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาสุขภาพและเพิ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้อัตราการขยายตัวของการใช้จ่าย (Health Expenditure) ของประเทศสูงกว่าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง ซึ่งถือเป็นปัจจัยคุกคามต่อความยั่งยืนทางด้านการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว

ประเทศไทย กล่าวได้ว่าประสบผลสำเร็จในการขยายบริการสาธารณสุขให้กับประชาชนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะชนบทที่ห่างไกล ทั้งนี้ สถานพยาบาลส่วนใหญ่เป็นสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ยังมีสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสถานพยาบาลเอกชน แต่ระบบบริการสุขภาพในประเทศไทยไม่มีการประสานงานในการวางแผน กำกับการจัดบริการ และการอภิบาลในภาพรวม เนื่องจากการที่มีสถานพยาบาลหลากหลายสังกัด ทำให้มีปัญหาการกระจายตัวของสถานพยาบาลและการเข้าถึงบริการของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาทั้งในเรื่องประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเป็นธรรมในระบบในขณะเดียวกัน

การอภิบาลระบบบริการสุขภาพมีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับการจัดบริการและการคลัง รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและสังคมโดยรวม รัฐบาลต้องทำหน้าที่อภิบาลระบบบริการสุขภาพโดยรวมในฐานะที่ต้องรับผิดชอบผลักดันนโยบายสุขภาพของประเทศไปในทิศทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญโดยคำนึงถึงความเป็นอิสระทางวิชาการของบุคลากรสาธารณสุขเพื่อให้เกิดระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ในขณะเดียวกันต้องตอบสนองต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละพื้นที่

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการกระจายอำนาจให้กับหน่วยงานภาครัฐในระดับรอง ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น องค์กรชุมชน และภาคเอกชน เพื่อให้มีการปรับแต่งนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และปัญหาเฉพาะของกลุ่มคน

สรุปประเด็นต่างๆ ด้านการอภิบาลระบบบริการสุขภาพ ได้ดังนี้

1) ระบบบริการสุขภาพประเทศไทยมีหลายระบบและไม่บูรณาการกัน ทั้งจากระบบภาษีและระบบประกันสุขภาพภาคบังคับ ในระบบภาษียังมีแยกย่อยเป็นระบบงบประมาณปกติ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ รวมถึงระบบงบประมาณท้องถิ่น พระราชบัญญัติผู้ประสบภัยจากรถ สวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

รวมถึงหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับของรัฐ ฯลฯ โดยการอภิบาลการคลังระบบบริการสุขภาพแต่ละระบบย่อย มีลักษณะเบ็ดเสร็จภายในระบบย่อยเอง

2) มีการแยกบทบาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพ คือ กองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ อย่างไรก็ดี เนื่องจากกลไกตลาดในระบบบริการสาธารณสุขโดยเฉพาะในภูมิภาคและชนบทไม่

ทำงาน เนื่องจากมีเพียงสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก กลไกการซื้อขายบริการจึงทำงานได้จำกัด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงต้องแทรกแซงให้เกิดการพัฒนาระบบบริการเพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ

3) แม้กระทรวงสาธารณสุขโดยพันธกิจตามกฎหมายจะเป็นองค์กรรัฐระดับชาติที่ต้องกำกับทิศและอภิบาลระบบสาธารณสุขโดยรวม อย่างไรก็ดีเนื่องจากกระทรวงเองก็เป็นผู้ให้บริการรายหนึ่งถึงแม้จะเป็นรายใหญ่ของประเทศก็ตาม ทำให้บทบาทกระทรวงสาธารณสุขจึงเสมือนเป็นผู้ให้บริการ และไปเจรจาต่อรองกับกองทุนต่างๆ ในเรื่องค่าบริการ มิได้ดำเนินการตามพันธกิจที่ควรจะเป็นในการคลังระบบสุขภาพ

4) หากพิจารณาจากโครงสร้างการดำเนินงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะเห็นว่าช่องว่างสำคัญในระบบคือ กลไกการกำกับทิศทางและอภิบาลระบบบริการสุขภาพของไทยไม่ทำงาน

สำนักงบประมาณดำเนินบทบาทเพียงการจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่จำกัดในแต่ละปีให้แก่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆอย่างไร ในขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็มุ่งตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตเป็นสำคัญ แม้ทุกระบบต้องรายงานต่อรัฐบาลและรัฐสภา แต่ไม่มีกลไกใดที่ทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศ รวมถึงการวางแผนระยะยาวและกำกับระบบให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของระบบสุขภาพโดยรวม

5) ปัญหาที่ประเทศไทยขาดกลไกบูรณาการนโยบายระบบสาธารณสุขของประเทศที่ครอบคลุมทุกกระทรวง หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งการอภิบาลระบบ กำกับติดตามการดำเนินการจัดระบบสาธารณสุขให้เป็นไปในทิศทางที่พึงประสงค์ ส่งผลทำให้ระบบบริการสุขภาพของประเทศในภาพรวมยังขาดประสิทธิภาพและความเป็นธรรม และมีความเสี่ยงในระยะยาวเกี่ยวกับการกำกับดูแลผลกระทบมหภาคทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจจากนโยบายสุขภาพด้านต่างๆได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง.

หมอดื้อ

การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ มีความจำเป็นทั้งนี้ เนื่องจากในอดีตการให้บริการสุขภาพ เน้นปัญหาสุขภาพด้านชีวการแพทย์ ความเจ็บป่วยบุคคลและการรักษา 7 เม.ย. 2561 13:55 ไทยรัฐ