วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลาก่อน..ออเจ้า




สุขสันต์วันสงกรานต์ สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก มาเจอกันวันนี้ตรงกับวันสงกรานต์พอดิบพอดี เป็นโอกาสดีปีใหม่แบบไทยๆ คุณครูลิลลี่ก็ต้องขออวยพรให้กับคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ ไร้โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เงินทองไหลมาเทมา มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ กิจการที่ทำ และให้สมหวังในทุกๆ สิ่งทุกคนทุกท่านนะคะ

ทักทายสวัสดีปีใหม่แบบไทยๆ ไปแล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาค่ะ พูดถึงเรื่องของละครไทยที่โด่งดังกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองและก็เพิ่งจะอวสานลาจอไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นก็คือ ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส อย่างที่บอกกันไปนะคะว่าไม่บ่อยครั้งที่ละครไทยจะได้รับความนิยมและกลายเป็นกระแสที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางขนาดนี้ คุณครูลิลลี่เคยลองนั่งวิเคราะห์กับเพื่อนๆ ในโต๊ะทานข้าวว่าทำไมละครเรื่องนี้ถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้ บางคนบอกว่า ดาราโดนใจ บางคนบอกว่า บทดี บางคนบอกว่า ดีตั้งแต่เป็นนิยายแล้ว บางคนก็บอกว่า มีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ทำให้น่าสนใจ ซึ่งตรงนี้คุณครูลิลลี่คิดว่าน่าจะเป็นทุกองค์ประกอบรวมกันนั่นแหละค่ะ


มาถึงเรื่องของเรากันค่ะ ไทยรัฐออนไลน์ครั้งก่อนคุณครูลิลลี่ได้นำเอาความรู้ภาษาไทยจากชื่อละครมาบอกเล่าเก้าสิบให้ได้รับทราบกันไป มาถึงไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ขอรวบรวมเอาเรื่องราวของภาษาไทยและความรู้ดีๆ จากในละครมาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

เริ่มกันที่คำนี้เลยค่ะ เป็นคำฮิตติดปากจนจะกลายเป็นชื่อละครอยู่แล้ว นั่นก็คือคำว่า ออเจ้า นั่นเอง คำนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้แน่นอน เพราะตอนนี้ไปไหนมาไหนก็มีคนเรียกกันว่า ออเจ้า เต็มไปหมด บางคนใช้กันแบบงงๆ เอามาแทนตัวเองว่า ออเจ้า ก็มี ไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ คุณครูลิลลี่จึงขอรวบรวมเอาความรู้ รวมกับข้อเขียนของนักวิชาการต่างๆ มาสาธยายให้เข้าใจกันนะคะ เริ่มกันที่คำว่า ออเจ้า มีอยู่จริงไหม ทำไมเราดูละครกันมาตั้งนาน โดยเฉพาะละครย้อนยุค หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า ละครพีเรียดก็บ่อย แต่ไม่เคยได้ยินพระเอกนางเอกเรียกกันว่าออเจ้าเลย เท่าที่ได้ไปค้นคว้าหาอ่านมาก็พอจะสรุปได้ว่า ออเจ้า เป็นคำเรียกกันจริงสมัยอยุธยา แต่เนื่องจากยังไม่ค่อยมีละครเรื่องไหนสร้างย้อนไปถึงสมัยพระนารายณ์ที่อยู่สมัยอยุธยาตอนกลาง เราจึงไม่ค่อยจะได้ยินคำเรียกนี้กันสักเท่าไหร่นัก อย่างละครเรื่องสายโลหิตก็เป็นช่วงอยุธยาตอนปลาย ทำให้เราเพิ่งมาติดหูกับคำว่า ออเจ้า ในละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนี่เอง


ทีนี้เรามาดูรายละเอียดกันนะคะ คำว่า ออเจ้า จริงๆ ต้องไปดูที่เริ่มต้นตรงคำว่า ออ ค่ะ คำว่า ออ ถ้าเปิดดูในพจนานุกรมจะมี 2 ความหมายนะคะ ความหมายแรก ออ เป็นคำกริยา แปลว่า รวมกันเป็นกลุ่ม คั่งกันอยู่ เช่น คนอออยู่หน้าประตู เป็นต้น ส่วนอีกหนึ่งความหมาย เป็นคำนามโบราณ แปลว่า คำนำหน้าชื่อผู้ชายที่ตนพูดด้วยหรือพูดถึง เช่น ออมั่น ออคง ส่วนคำว่า ออเจ้า ก็เป็นคำโบราณเหมือนกัน เป็นสรรพนามใช้แทนชื่อผู้ที่เราพูดด้วย เช่นในมหาชาติคำหลวง ในบทของชูชกที่ว่า “ทชีก็ปรับทุกข์ร้อนทางจะอวดมีว่า ออเจ้าเอ๋ยออเจ้าเราค่อยมั่งมีขึ้นถึงเพียงนี้มีเสียกว่าออเจ้า” ในที่นี้คำว่า “ทชี” อ่านว่า ทะ-ชี หมายถึง นักบวช ว่ากันว่าคำนี้กร่อนมาจากคำว่า ท่านชี นั่นเองค่ะ นอกจากนั้นยังมีการบอกเล่าอีกว่า คำว่า ออเจ้า พบในจดหมายเหตุ ลาลูแบร์ โดยใช้คำนี้เป็นสรรพนาม บุรุษที่ 2 และ 3 ใช้พูดแก่บุคคลที่มีฐานะต่ำกว่า และซึ่งผู้พูดไม่เคยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน เพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรยังระบุว่า มีหลักฐานการใช้คำว่า ออเจ้า จากวรรณคดีและเอกสารอื่นๆ อีกด้วย เช่น วรรณคดี เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ขุนแผนพูดกับพลายงามเรื่องความฝันเมื่อตอนจะได้นางศรีมาลาว่า

“ขุนแผนฟังความพลายงามเล่า เอ๊ะออเจ้าช่างฝันดูขันจ้าน

ฝันเช่นนี้มีตำรับแต่บุราณ ใครฝันมักบันดาลได้เมียดี”

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของคำว่า ออเจ้า คำฮิตติดปากจากละครบุพเพสันนิวาส คุณครูลิลลี่อยากปรบมือดังๆ ให้กับทีมงานละครเรื่องนี้ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคน คุณไม่ได้แค่สร้างความบันเทิงในรูปแบบของละครเท่านั้น แต่คุณกำลังมาปลุกใจและสร้างให้คนไทยรักชาติ ไม่ต้องถึงกับรักประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง หรือเข้าใจประวัติศาสตร์ทุกบททุกตอน แต่แค่คุณได้กระตุ้นให้คนไทยรักการสวมใส่ชุดไทยและไปเที่ยวสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเรตติ้งใดๆ แล้วค่ะ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
 
instagram : kru_lilly , facebook : ครูลิลลี่

คุณครูลิลลี่

ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส อย่างที่บอกกันไปนะคะว่าไม่บ่อยครั้งที่ละครไทยจะได้รับความนิยมและกลายเป็นกระแสที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางขนาดนี้... 5 เม.ย. 2561 11:43 ไทยรัฐ