วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวย เก่ง จอมวางแผน! 'มาย-จิดาภา' ลูกสาวเจ้าพ่ออีเวนต์เมืองไทย

สวย เก่ง จอมวางแผน! 'มาย-จิดาภา' ลูกสาวเจ้าพ่ออีเวนต์เมืองไทย

  • Share:

พี่แคมปัส จะพาไปรู้จักสาวน้อยน่ารักที่มีชื่อว่า "จิดาภา กาญจนะโภคิน" หรือ "มาย" สาววัย 26 ปี ลูกสาวคนสวยของ "เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน" เจ้าพ่ออีเวนต์ของไทย งานนี้ได้ลูกสาวคนสวยมาช่วยทำงานดูแลธุรกิจ และมายก็ชื่นชอบเป็นอย่างมากกับงานที่ทำอยู่ อย่าพูดพร่ำทำเพลง เราไปรู้จักน้องมายพร้อมๆ กัน

มายเริ่มเล่าว่า...

ตั้งแต่มายยังเด็ก พ่อกับแม่ให้ทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนเสมอ ปิดเทอมก็ให้ไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ ครั้งแรกนี่รู้สึกจะประมาณ 7 ขวบ คือแทบจะทำกิจกรรมนอกบ้านตลอด พ่อจะค่อนข้างสนับสนุนให้เล่นดนตรีกับเรียนศิลปะ ตัวมายก็สนุกที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ พอโตมา อย่างช่วงปิดเทอมพ่อก็จะส่งไปฝึกงานตามที่ต่างๆ หลากหลายสายงาน แต่ที่ประทับใจที่สุดคงเป็นตอนไปฝึกด้านออกแบบภายใน เพราะโจทย์ที่ได้มา มันจะค่อนข้างหลากหลาย เราก็สนุกเวลาเห็นพี่ๆ เค้าพัฒนางาน โดยเลือกสิ่งที่เราเสนอนำไปใช้

ไปเรียนไกลบ้าน

มายย้ายไปเรียนที่อังกฤษตอนประมาณ ม.2 ตอนนั้นเดินไปบอกพ่อกับแม่เองเลยว่า จะขอย้ายโรงเรียนแล้วนะ เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าเราเริ่มเกเร ก็เลยคิดว่าการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมน่าจะดีสำหรับตัวเอง ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ขัดอะไร ก็เลือกโรงเรียนแล้วไปเลย ไม่มีการไปดูโรงเรียนแต่อย่างใด คือเรามั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองมาก พอมองกลับไปวันนั้น คือ คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่สุดในชีวิตเลย มันทำให้เรารู้จักการรับผิดชอบตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง รู้จักหน้าที่ พอ 2 ปีสุดท้ายเราก็ได้ทุนจากโรงเรียน และก็ได้เป็นรองประธานนักเรียนผ่านการโหวตของครูกับเพื่อนๆ

เรื่องเรียน...นิดนึง

คือมายเรียนวัฒนาวิทยาลัยจนถึง ป.6 แล้วย้ายไปเรียนโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ได้อยู่ประมาณปีครึ่ง ก็ย้ายไปเรียนต่อที่อังกฤษที่ Westonbirt School จนจบ Year 13 จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อที่ Central Saint Martins ทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลังจากกลับมาทำงานได้ 1 ปี ก็ไปเรียนต่อโททางด้าน Marketing and Communications ที่มหาวิทยาลัย Westminster University ที่อังกฤษเช่นกัน รวมๆ ก็อยู่อังกฤษมา 10 ปีค่ะ นานเหมือนกันนะ

กลับมาเมืองไทย ทำอะไร?

ปัจจุบันมายก็มาทำตำแหน่ง Strategic planner ใน Communications unit ของบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) หน้าที่หลักของเราก็คือ การวางแผนการตลาดให้ลูกค้าค่ะ วิเคราะห์จุดแข็ง จุดด้อยของแบรนด์ และวางแผนการสื่อสารต่อกลุ่มลูกค้าอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยก่อนหน้านั้นมายเคยเป็น Creative ในแผนก Event unit มาก่อน 1 ปีค่ะ สำหรับมายทั้ง 2 งานมี scope งานค่อนข้างต่างกัน แต่ก็ท้าทาย และสนุกทั้งคู่ค่ะ ทุกวันนี้มายก็ยังไปช่วยเป็น Creative ให้บาง Event บ้างค่ะ

สาวจอมวางแผน

สิ่งที่ทำอยู่เป็นนักคิดนักวางแผน ถามว่าได้จากคุณพ่อโดยตรงมั้ย? มายก็ว่ามายได้จากพ่อนะคะ แต่ก็ไม่เก่งเท่าพ่อ ก็เรียนรู้จากพ่อไปเรื่อยๆ พ่อเป็นคนแอ็กทีฟมาก คือพ่อจะสอนให้เป็นคนช่างสังเกต โดยเฉพาะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เวลาไปเที่ยว ไปร้านอาหาร ก็ต้องสังเกตการออกแบบแต่งร้านระหว่างเที่ยว พ่อก็จะสอนว่า ร้านนี้วางอันนั้นอันนี้ดีนะ และให้เราได้เรียนรู้ไปด้วย นอกจากเราจะได้ไปเที่ยวแล้ว ถ้าเรามองผ่านไปแล้วไม่จำ มันก็เท่านั้น และถ้าเราสังเกตแล้วเราจำ มันจะมีประโยชน์กับเรามาก

ครีเอตตลอดเวลา?

ถามว่าต้องครีเอตตลอดเวลามั้ย? ก็ใช่นะคะ แต่จริงๆ มันจะเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก แบบนั่งๆ อยู่แล้วก็ปิ๊ง มายก็จะเขียนที่เราคิดไว้ แล้วก็เอามาใช้ มันกลายเป็นงานอยู่ในชีวิต ชีวิตคืองานไปแล้วค่ะ

งาน VS เรียน

ตอนเรียน...เรารู้แค่ว่า เราต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของเรา คือ เรียน สอบ และทำ Project ของมหา'ลัย โดยทุกอย่างค่อนข้างเปิดกว้าง แต่พอมาทำงาน มันมีหลายอย่างที่ค่อนข้างกดดัน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า การมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ที่ทำให้เราไม่สามารถทำทุกอย่างเหมือนที่ใจเราอยากทำเหมือนตอนเรียนได้ คือต้องคิดทุกอย่างให้รอบคอบมากขึ้นเยอะ เพราะเราพลาดไม่ได้ อย่างตอนมายมาทำงานช่วงปีแรก ก็ทำงานผิดบ้าง แต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป

อาชีพในฝัน

สมัยตอนเรียนมายอยากเป็น Visual merchandiser ออกแบบพวก window display จัด floor plan วาง display ให้ของในร้านค้าให้ดูน่าซื้อ เพื่อกระตุ้นยอดขาย พอตอนปริญญาโทมาเรียนการตลาด ทำให้รู้ว่าเราเป็นคนชอบวางแผน วิเคราะห์ ชอบวาง strategic plan ต่างๆ เลยคิดว่าการทำการตลาดโดยใส่ creativity น่าจะเป็นอะไรที่ลงตัวและเหมาะกับเราที่สุด

ทีนี้เราไปดูไลฟ์สไตล์ของสาวสวยคนนี้ ว่าน่าสนใจและน่านำไปทำตามแค่ไหน?

ทุกๆ ปี มายต้องเดินต่างไปต่างประเทศ เพื่อเปิดโลกให้กับตัวเอง และหาไอเดียอะไรใหม่ๆ อย่างตอนมายเรียนอยู่ที่อังกฤษ มายชอบไปพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะพวกพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศิลปะเนี่ยจะชอบมาก ขนาดตอนเรียนปริญญาตรี ก็เลือกทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับวิวัฒนาการของพิพิธภัณฑ์ โดยพูดถึงตั้งแต่บริบทของสังคมสมัยก่อน ที่มีผลกระทบต่อการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงแนวคิดทางด้านสถาปัตยกรรม เดี๋ยวนี้พอเวลาไปเที่ยวไหน เลยต้องมีภารกิจคือต้องไปตามเก็บพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ จากทั่วโลก ส่วนกิจกรรมที่ชื่นชอบกันทั้งครอบครัว น่าจะเป็นการไปดูละครเวที เพราะเราชอบทั้งดนตรี และการออกแบบ การแสดงที่ดูเหนือจินตนาการ ที่สำคัญคือเป็นการ update special effect ใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในงานได้ค่ะ

ดูแลตัวเอง

เคล็ดลับของมายคือ มายจะพยายามออกกำลังกายค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วเมื่อก่อนมายไม่ชอบเลย แต่ก็รู้สึกว่าพอเราโตขึ้น เราก็ต้องมีวินัย และก็พยายามจะเซตว่า ทุกอาทิตย์เราจะต้องไปออกกำลังกาย สักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ถามว่าดูแลผิวพรรณมั้ย ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะเราแพ้ง่าย ก็จะพยายามใช้อะไรที่ออร์แกนิก

ชีวิตประจำวัน

มายพยายามสร้างวินัยให้กับตัวเอง เช่นอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน ต้องไปออกกำลังกาย และ 1 วัน เป็นวันที่อยู่กับครอบครัว ปกติไม่ว่าจะทำอะไร มายจะทำตารางการทำงานอยู่เสมอ เพื่อเป็นการเช็กตัวเองว่ายังขาดอะไรบ้าง

สายโหด

แรกๆ ก็เป็นคาร์ดิโอสลับกับเบรกเทรนนิ่ง ที่เล่นหนักแบบนี้ต้องบอกก่อนว่า เมื่อก่อนมายอ้วนมากค่ะ มายด์หนักตั้ง 57 กก. แต่ตอนนี้หนัก 47 กก.แล้ว พอช่วงมหาวิทยาลัยน้ำหนักก็จะลดลงเยอะ เพราะเรียนหนัก บวกกับการที่เราโตขึ้น การกินก็จะเปลี่ยนไป เราก็เลือกกินมากขึ้น

สายของหวาน

คุมอาหารมั้ย? ไม่เลยค่ะ มายชอบกินของหวาน เรียกว่ามายมาสายนี้เลยค่ะ แต่เราก็พยายามเบรกตัวเองค่ะ เมื่อก่อนมายด์กินเค้กได้ทั้งก้อนเลยค่ะ

แฟชั่น

ปกติก็จะแต่งตัวง่ายๆ เรียบๆ ค่ะ ชอบใส่กางเกงสบายๆ ด้วยความที่เราชอบเดิน ชอบขยับตัว การใส่กระโปรง ก็คงจะไม่เหมาะกับเรา และมายก็เป็นคนไม่ค่อยตามแฟชั่นด้วย

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด

มายด์ชอบแบรนด์ที่เป็นไฮสตรีททั้งหมดค่ะ เช่น Topshop, Zara อะไรประมาณนี้ค่ะ ซึ่งหลังๆ มายก็จะใส่แบรนด์ไทยค่อนข้างเยอะค่ะ มายคิดว่าแบรนด์ไทยตัดเย็บดีกว่าค่ะ อย่าง Asava, กิ่งกานต์, Vickteerut ส่วนสีที่มายชอบใส่บ่อยๆ ก็คือ ดำ ขาว เบส แต่สีสันนี่ไม่ค่อยใส่ค่ะ

พูดน้อย ขี้อาย สายแบ๊ว


จริงๆ มายก็จะเงียบๆ พูดน้อย เพื่อนๆ ชอบมองว่ามายจะเป็นคนแบ๊วๆ แต่ถ้าสนิทมายก็จะพูดเยอะมากค่ะ แต่จริงๆ มายเป็นคนขี้อายนะคะ ไม่ค่อยกล้าทักใครก่อน แต่ไม่ได้หยิ่งนะคะ

มีแฟนมั้ย?


ถามแบบนี้เลยเขิน...(ฮ่าๆ) มีค่ะ คบกันมา 5 ปีแล้ว คบกันมาตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัยปี 2 คนนอกวงการค่ะ จริงๆ เราจะแต่งงานสิ้นปีนี้แล้วค่ะ

วิธีดูแลความรัก?

คือเราจะคุยกันเป็นหลักค่ะ มายอยู่อังกฤษ เขาอยู่ไทยค่ะ เราก็จีบกันแบบระยะไกล และพอเราเจอกัน มันก็ทำให้รู้สึกว่ามันมีค่า เพราะเราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งพอกลับมาไทย เราก็เหมือนเดิม คุยกันทุกวันตลอดเหมือนที่เคยทำ

ผ่านด่านคุณพ่อไปได้

คนนี้ผ่านคุณพ่อได้ เวลาคบใครมายจะชอบพาแฟนไปรู้จักกับพ่อแม่ก่อนค่ะ และคงเพราะแฟนมายอายุมากกว่ามายมั้งคะ พ่อก็คงจะคิดว่าจะสามารถดูแลเราได้

แรงบันดาลใจ

คุณพ่อคือแรงบันดาลใจ พ่อมายเป็นคนขยัน ช่างสังเกต มีความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่เด็กพ่อจะพามายไปเที่ยวเยอะมาก และคอยให้สังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว รวมถึงให้จำรายละเอียดในทุกๆ ที่ที่ได้ไป พ่อสอนให้มายเป็นคนมีระเบียบวินัย เช่น การมาให้ตรงเวลา รับผิดชอบในหน้าที่ของเรา ทุกวันนี้มายก็อยากเก่งได้ครึ่งหนึ่งของคุณพ่อค่ะ

ข้อคิดดีๆ

ข้อคิดในการใช้ชีวิตของมาย คือ การใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด “Time is what we want most but we use worst” เพราะเราได้เวลามาฟรีเลย เราเลยไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมันเท่าไร ทุกสิ่งที่มายเลือกทำ หรือได้ตัดสินใจ มายก็จะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เราจะไม่มีวันเสียดายเวลาที่ผ่านไป เพราะเราได้ทำเต็มที่ในทุกๆ อย่างแล้วจริงๆ

พี่แคมปัส ตบมือรัวๆ สาวน้อยคิดการณ์ไกล ที่แม้อายุจะไม่มาก แต่วิธีคิดเธอน่าสนใจมาก ใครอยากจะเอาแนวคิดดีๆ แบบนี้ไปปรับใช้ น้องมายก็คงไม่ว่าหรอก ฟังแล้วก็น่าปลื้มใจ คนไทยไฟแรง...อยู่ตรงนี้อีกคนจ้า!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้