วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กรมราชทัณฑ์" สร้างอาชีพให้นักโทษ ลดผู้ที่ทำผิดซ้ำ หลังพ้นโทษคืนสู่สังคม

ปัญหาผู้ต้องขังพ้นโทษออกมาทำความผิดซ้ำ เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานาน เป็นโจทย์ที่รัฐบาลทุกยุคสมัยพยายามจะแก้ไข แต่ยังทำไม่สำเร็จ สาเหตุหลักของผู้ต้องขังที่พ้นโทษหันไปทำผิดอีกเกิดจากคนในสังคม ไม่ยอมรับ ไม่ให้โอกาส ไม่มีงานทำ

นักโทษคิดว่า ตัวเองไร้ค่า ไม่มีที่ยืนในสังคม หันไปทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นวังวนเดิม

รัฐต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลใช้ดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำที่เพิ่มขึ้นทุกวัน นำไปสู่ปัญหานักโทษล้นคุก ผู้คุมดูแลไม่ทั่วถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้ กรมราชทัณฑ์ ไปแก้ปัญหาเร่งด่วน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มคุณค่าพัฒนาอาชีพให้นักโทษ ก่อนคืนสู่สังคม ให้สอดคล้องความต้องการของตลาดแรงงานไทย และลดผู้ต้องขัง 1 ใน 4 ที่พ้นโทษจากเรือนจำในเวลา 3 ปี ไม่ให้กลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีประสบการณ์ ผ่านงานในกระบวนการยุติธรรมมาหลายหน่วยงาน มองภาพปัญหาออก ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำให้ผู้ต้องขังกว่า 335,075 คน ได้รับการดูแลความเป็นอยู่ที่ดี มีการศึกษาและวิชาชีพ พ้นโทษออกไปเป็นคนดี เป็นที่ต้องการของสังคม

ผู้ต้องขังเฉลี่ยรับเข้าวันละ 216 คน ปล่อยออกวันละ 145 คน เป็นตัวเลขที่ต้องแก้ไข คนทำผิดที่ยังเพิ่มขึ้น และผู้ทำผิดซ้ำเฉลี่ยใน 1 ปี มีผู้ต้องขังที่ปล่อยตัวไปแล้วทำผิดซ้ำ 17.1 เปอร์เซ็นต์ จังหวัดที่กระทำผิดซ้ำมากที่สุดคือ บึงกาฬ สิงห์บุรี และอำนาจเจริญ ส่วนจังหวัดที่ทำผิดซ้ำน้อยที่สุด คือ ลำปาง พังงา และพิษณุโลก

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ ศึกษาข้อมูลพื้นฐานนำมาใช้แก้ปัญหานักโทษในเรือนจำตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เริ่มต้นที่เพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังมีวิชาชีพ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวออกไป เน้นวิชาที่เรียนตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานไทย ให้ออกมามีงานทำทันที ตามนโยบายรัฐบาล คิดแก้ปัญหาทั้งระบบ เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษออกมาประกอบอาชีพ จัดให้มีเรือนจำกลางวางฐานการศึกษาเป็นระบบ โดยให้ เรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโมเดลเรือนจำศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษาที่ดี ลดการกระทำความผิดซ้ำ

เปิด “ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ” ขึ้นในเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ หรือ Care เป็นตัวกลางในการจัดหางาน ช่วยเหลือคนที่พ้นโทษมีปัญหากลับมาปรึกษาให้มีงานทำ นำความรู้ที่ได้รับการศึกษาออกไปประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองได้ ช่วยเหลือคนพ้นโทษให้มีงานทำ ที่ผ่านมาผู้ต้องขังประสบปัญหาไปติดต่อทำงาน ไม่มีใครกล้ารับ และการอยู่ในเรือนจำนานๆการติดต่อประสานงานเป็นเรื่องที่ยาก

กรมราชทัณฑ์ เริ่มที่จัดทำฐานข้อมูลผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษไม่เกิน 1 ปี หรือเหลือโทษ ได้รับการอภัยโทษ นับโทษแล้วไม่เกิน 1 ปี ว่าผู้ต้องขังมีคุณสมบัติ วิชาชีพที่ถนัด มีความต้องการทำงานประเภทไหน

จับมือร่วมกับ สำนักงานอาชีวศึกษา และการยางแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานพัฒนาอาชีพผู้ต้องขัง จัดให้มีการศึกษาระบบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบเปิดให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. ปวส. หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นและระบบทวิภาคี และทำบันทึกร่วมมือกับ นิติวิทยา-ศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเก็บประวัติ ลายพิมพ์นิ้วมือ และดีเอ็นเอ ประโยชน์ติดตามคดีที่ผู้ต้องขังพ้นโทษกลับมาทำผิด และป้องปรามไม่ให้ทำความผิด ประสานตำรวจและฝ่ายปกครองเยี่ยมผู้ที่พ้นโทษ ไม่ให้ทำผิดอีก เป็นการ “หายใจรดต้นคอ”

ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงแรงงานโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. จัดหาอาชีพ จัดหางานไว้รองรับนักโทษที่ได้รับการฝึกวิชาชีพ และตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงาน ฝึกอาชีพในเรือนจำ ประสานเครือข่ายหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการสำรวจตำแหน่งว่างความต้องการของตลาดแรงงาน ให้ผู้ต้องขังมีโอกาสเลือกงานที่อยากทำ ผู้ประกอบการได้คนงานตามที่ต้องการ ผ่านศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำของเรือนจำ เป็นตัวกลางคอยติดต่อทั้งหมด ทำให้ผู้ต้องขังคลายกังวล เมื่อออกไปแล้วผู้ต้องขังมีงานทำ ลดโอกาสทำผิด แต่สังคมต้องเปิดใจยอมรับผู้ต้องขังที่กลับใจ ให้โอกาสกลับตัวกลับใจ กลับคืนสู่สังคม

นโยบายหลักที่กรมราชทัณฑ์สมัย พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ ทำต่อเนื่องและเห็นผลคือ นโยบาย 3 ส. ของ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ คือ ส.สะอาด ส.สุจริต ส.เสมอภาค จัดระบบการบริหารเรือนจำใหม่ไม่ให้มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ยกเลิกอาหารฝากขายของผู้คุมและครอบครัวในเรือนจำ เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

ห้ามผู้คุมซ้อมทรมานหรือกระทำการที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ถึงขั้นไล่ออก ปลดออกและให้ออกไปแล้ว 32 ราย ในรอบ 4 เดือน เป็นความจริงจังของราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขัง สนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี สวัสดิการรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง เปิดโรงพยาบาล จับมือ รพ.ตำรวจ นำแพทย์ ระบบการรักษามาปรับใช้ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการดูแลที่ดีเมื่อเจ็บป่วย และพร้อมกลับคืนสู่สังคม

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “นโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มโอกาสให้นักโทษเข้าถึงการศึกษาและวิชาชีพ มีคุณค่าเมื่อพ้นโทษออกไปได้มีงานทำ มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก กรมราชทัณฑ์คิดทำ 2 ด้านคือ ขยายทางเป็นคนดีให้กว้างขึ้นมา สร้างอาชีพ สนับสนุนการศึกษา และบีบทางเดินกลับไปทำผิดให้แคบที่สุด คนที่ออกไปมีงานมีเงินพอเลี้ยง

ตัวเองอยู่ได้ สังคมเปิดรับไม่ใช่ออกไปแล้วไม่มี ใครรับ “ปิดประตูใส่หน้า” ปัญหาเรื่องนี้แก้ไม่ได้ เพราะนักโทษเกินกว่า 3 แสนคนที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ เพราะความยากจน ด้อยโอกาส ขาดการศึกษา ไม่มีงานทำ ทำให้คนทำผิดไม่มีเงิน ความที่ไม่มีเส้นสายวิ่งเต้น ไม่มีความรู้ต่อสู้คดีเลยถูกดำเนินคดี กรมราชทัณฑ์ ได้ให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษา ฝึกอาชีพ สร้างคุณค่าให้ผู้ต้องขัง หาความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ช่วยกันสร้างอาชีพ เมื่อผู้ต้องขังมีความรู้แล้วออกไปมีงานทำ เป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ให้ผู้ต้องขังไปหางานเอง มีศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือ Care ในเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ เป็นตัวกลางช่วยเหลือคนพ้นโทษให้มีงานทำ นำความรู้ที่ได้รับจากเรือนจำไปใช้ประกอบอาชีพสุจริตหาเลี้ยงตนเองได้ สังคมพร้อมรับกลับสู่สังคม เป็นกระบวนการแก้ปัญหานักโทษไม่ให้กลับมาทำผิดซ้ำได้ สังคมคิดว่าเป็นการก้าวผิดพลาดให้โอกาสกลับมาเป็นคนดี ผู้ที่พ้นโทษอยู่ร่วมกับสังคมได้ เป็นการคืนคนดี ทำให้นักโทษกลับมาเป็นคนที่มีคุณค่าอีกครั้ง

ถือเป็นมิติใหม่กรมราชทัณฑ์ ซึ่ง พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เข้ามาใช้ความ “เข้าใจและเข้าถึง” กลุ่มนักโทษในเรือนจำ พัฒนาความรู้ สร้างงานอาชีพให้ผู้ต้องขัง เตรียมพร้อมในวันที่พ้นโทษออกมาไม่คิดกลับไปทำผิดซ้ำ

เพื่อลดจำนวนนักโทษ ที่ย้อนกลับไปทำผิด สนองนโยบายรัฐบาล.

ทีมข่าวอาชญากรรม

ปัญหาผู้ต้องขังพ้นโทษออกมาทำความผิดซ้ำ เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานาน เป็นโจทย์ที่รัฐบาลทุกยุคสมัยพยายามจะแก้ไข แต่ยังทำไม่สำเร็จ 17 มี.ค. 2561 14:10 17 มี.ค. 2561 14:17 ไทยรัฐ