วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เปรี้ยว' เล่านาทีโหดหั่นศพแอ๋ม เผยสาเหตุฆ่าไม่ใช่เรื่องยาเสพติด (คลิป)

“เปรี้ยว หั่นศพ” ขึ้นให้การคนแรกของการสอบพยานฝ่ายจำเลย รับพลั้งมือจนทำให้แอ๋มตาย แต่ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อนตามที่ตั้งข้อกล่าวหา พร้อมยืนหลักฐานตามคำให้การต่อ ผบ.ตร. มั่นใจกระบวนการยุติธรรมของไทย ตัดสินอย่างเป็นธรรม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 มี.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสิ้นสุดการนัดสอบคำให้การฝ่ายจำเลยวันแรกของศาล จ.ขอนแก่น องค์คณะผู้พิพากษาได้มีคำสั่งส่งตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว จำเลยที่ 1, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น จำเลยที่ 2 และ น.ส.อภิวันท์ สัตบัณฑิต หรือ แจ้ จำเลยที่ 5 กลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางขอนแก่น

ขณะที่จำเลยที่ 4 นายวศิน นามพรม ส่งตัวกลับไปทำการคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ทันที ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์ จำเลยที่ 3 ศาลอนุญาตให้กลับบ้านได้ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม พร้อมทั้งมีคำสั่งให้นัดสอบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.) แบบต่อเนื่อง โดยสิ้นสุดคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ไปไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างการพิจารณาคดี ชั้นล่างศาล จ.ขอนแก่น เพื่อส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ รับตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 กลับไปทำการคุมขังตามเดิม

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความฝ่ายจำเลย กล่าวว่า ในการสอบพยานจำเลยนัดแรกวันแรกวันนี้ ทนายความฝ่ายจำเลยได้ขอเบิกตัว น.ส.ปรียานุช จำเลยที่ 1 ขึ้นให้การ พร้อมนำเอกสารหลักฐาน ซึ่งเป็นคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมดที่ได้ให้ปากคำกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เมื่อครั้งถูกควบคุมตัวมาจากประเทศเมียนมา และนำตัวไปแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ โดยมีการส่งเอกสารเพื่อประกอบคำให้การต่อศาล

อีกทั้ง น.ส.เปรี้ยว ก็ได้ให้การเช่นเดียวกันกับที่ได้ให้ปากคำไปกับ ผบ.ตร. ซึ่งศาลได้รับฟังคำให้การของจำเลย ซึ่งทนายโจทก์ได้มีการซักค้าน แต่เอกสารหลักฐาน และคำให้การนั้นไม่ได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้างคือ การตระเตรียมการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยในคำให้การนั้น ผู้ต้องหาที่ 1 ระบุว่า พบผู้เสียชีวิตอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอตัวกันนาน จึงชวนกันมาพูดคุย และทวงหนี้สินที่คงค้าง จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น และได้ตบตีลงไม้ลงมือกัน ซึ่งถือเป็นการกระทบกระทั่งกันในยกแรก จนกระทั่งผู้เสียชีวิตได้พูดออกมาอีกว่า ถ้าอยากได้เงินให้ไปฟ้องศาลเอา ทำให้ น.ส.เปรี้ยว โมโห จึงเกิดการตบตีกันอีกครั้ง จนกระทั่งผู้ตายแน่นิ่งไป

“จำเลยพลั้งมือจนทำให้ผู้ตายเสียชีวิต โดยการทำให้ผู้ตายนั้นเสียชีวิต น.ส.เปรี้ยว รับสารภาพว่า ลงมือทำคนเดียว แต่การชำแหละศพนั้นทำด้วยกัน ซึ่งหลังจาก น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ได้เสียชีวิตแล้ว ได้พากันขับรถไปในหลายที่เพื่อจะหาจุดทิ้งศพ แต่ด้วยเป็นช่วงเช้าจึงไม่สามารถลงมือได้ จึงวนรถกลับมาในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อซื้ออุปกรณ์ในการหั่นศพ

ซึ่งจำเลยยอมรับว่าในช่วงที่ทำนั้น เมา และที่ตัดสินใจหั่นศพ เพราะต้องการทำลายศพ โดยเมื่อขับรถเข้าไปจอดที่รีสอร์ตแล้วนั้น นายวศิน ได้อุ้มผู้ตายไปไว้บนเตียงนอน และอุ้มไปไว้ในห้องน้ำ โดยก่อนลงจากรถได้ทำการมัดมือมัดเท้าผู้ตายแล้ว และก่อนที่จะหั่นศพ ยังคงได้ใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ตายไว้ โดยเอาเชือกรัดเพื่อไม่ต้องการเห็นหน้า ก่อนที่จะเริ่มลงมือตัดแขน และต่อด้วยการตัดลำตัวออกเป็น 2 ท่อน

ซึ่งในตอนแรกต้องการจะหั่นให้เยอะกว่านี้ แต่ด้วยการตัดแต่ละชิ้นใช้เวลานาน จึงตัดเพียงเท่านี้ และใส่ถุงดำยัดใส่ถังพลาสติก ก่อนขับรถไปหาจุดฝังศพ ซึ่งระหว่างทางได้ทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดที่ทิ้งศพ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ส.เปรี้ยว และตรงจุดนั้นเป็นป่าช้า ทุกคนก็ได้ช่วยกันขุดหลุม และช่วยกันนำศพไปฝัง กลบดิน และโบกปูนทับ โดยในช่วงของการนำศพไปฝังนั้น จำเลยที่ 2 คือ น.ส.เอิร์น ไม่ได้ร่วมลงมือด้วย เพราะอาเจียนจากการก่อเหตุดังกล่าวตลอดเวลา จึงนั่งรออยู่บนรถ เมื่อแล้วเสร็จจึงขับรถที่เช่ามานั้นไปคืน และแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่งถูกจับกุมตัวดังกล่าว”

นายบุญยงค์ กล่าวต่ออีกว่า ผู้ต้องหาไม่ได้มีทีท่าว่าจะหนี หรือขัดขืนการจับกุม มีการติดต่อประสานงานฝ่ายครอบครัวในการที่จะเข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การให้การวันนี้ยืนยันการพูดในความเป็นจริง ซึ่งศาลท่านนั้นรับฟัง และตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามที่ทนายฝ่ายจำเลยนำเสนอต่อศาล ขณะที่การสู้คดีแพ่งตามที่ฝ่ายโจทก์เรียกร้องมา รวม 10,300,000 นั้น

ในเรื่องนี้ฝ่ายจำเลยก็ขอสู้คดีเช่นกัน โดยเป็นการเรียกค่าเสียหายที่มากเกินไป และไม่เป็นไปตามความเป็นจริง อีกทั้งจำเลยทุกคนก็ได้ชดใช้เงินไปบางส่วนแล้ว ดังนั้นการทำหน้าที่ในช่วงของการสอบคำให้การฝ่ายจำเลยนั้น จะทำอย่างเต็มที่ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งผลการพิจารณาตัดสินจากองค์คณะผู้พิพากษานั้นจะออกเป็นเช่นไร ไม่มีใครสามารถก้าวล่วงอำนาจศาลได้ ซึ่งผู้ต้องหาทุกคนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย และขอให้การที่เป็นไปตามความจริง และเป็นเรื่องจริงที่ได้นำมาให้การต่อศาลทั้งหมด

ขณะที่ นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ น.ส.เบนซ์ กล่าวว่า ได้เบิกตัว น.ส.เบนซ์ จำเลยที่ 3 ในคดี ขึ้นสอบคำให้การต่อศาลต่อจาก น.ส.เปรี้ยว โดยเป็นการให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งโจทก์ตั้งข้อหาว่าร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร ซึ่งโดยพฤติกรรมนั้นคือ นายวศิน และ น.ส.เปรี้ยว ซึ่งหลังก่อเหตุได้เดินทางหลบหนี และไปพบกับ น.ส.เบนซ์ ที่ กรุงเทพฯ จึงขอยืมบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.เบนซ์ ในการนำโทรศัพท์มือถือของ น.ส.แอ๋ม ไปจำหน่าย และเมื่อได้เงินมา ทั้งหมดก็พากันแยกย้ายหลบหนี

โดย น.ส.เบนซ์ ได้ไปทำงานที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้การสอบคำให้การดังกล่าวในวันนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว 2 ปาก และในวันพรุ่งนี้จะเบิกตัวผู้ต้องหาอีก 3 ราย เข้าสอบคำให้การต่อองค์คณะผู้พิพากษา ทั้งนี้ คดีความดังกล่าวนั้นคาดว่าองค์คณะผู้พิพากษาจะพิจารณาตัดสินพร้อมกันในทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเราไม่สามารถที่จะก้าวล่วงอำนาจศาลได้ และทีมทนายความได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

“เปรี้ยว หั่นศพ” ขึ้นให้การคนแรกของการสอบพยานฝ่ายจำเลย รับพลั้งมือจนทำให้แอ๋มตาย 14 มี.ค. 2561 18:32 14 มี.ค. 2561 19:29 ไทยรัฐ