วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.เลิกกฎห้ามบินพื้นที่หวงห้าม ล้างไพ่บริหารจัดการพื้นที่การบิน

สั่งตีทะเบียนสนามบินเอกชน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในหลักการร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติ เพื่อประกาศใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการห้วงอากาศของประเทศ ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งเป็นการกำหนดแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงระบบห้วงอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามแนวทางสากลและสอดคล้องกับแผนการพัฒนาระบบการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ)

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาห้วงอากาศของไทยหรือพื้นที่บนท้องฟ้า ได้กำหนดพื้นที่เดินอากาศแบบตายตัว คือ กำหนดว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่หวงห้าม พื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่จำกัด และพื้นที่อันตรายที่ทหารใช้สำหรับฝึกทำการรบ สายการบินพาณิชย์จะบินผ่านไม่ได้ โดยพื้นที่ลักษณะดังกล่าวมีประมาณ 50% ของพื้นที่การบินในเขตน่านฟ้าไทยทั้งหมด กระทรวงคมนาคมจึงเห็นว่า ควรต้องบริหารจัดการใหม่ให้สอดคล้องกับหลักสากล เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

“กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ใช้หลักการของ FUA หรือ Flexible Uses of Airspace ซึ่งมีความยืดหยุ่น ไม่ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่ตายตัว ดังนั้นพื้นที่การบินที่มีอยู่ในประเทศไทย 777,760 ตารางกิโลเมตร จะนำมาบริหารจัดการใหม่ร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง กระทรวงคมนาคม และการบินพลเรือน”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ครม.อนุมัติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอ และการออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน พ.ศ. ...เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบินสาธารณะ โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ที่ขออนุญาตจัดตั้งสนามบินสาธารณะ (สนามบินเชิงพาณิชย์) และสนามบินส่วนบุคคล จะต้องมาขอใบอนุญาตจัดตั้งกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) เท่านั้น

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าทั่วประเทศมีสนามบินส่วนบุคคลกว่า 90-100 แห่ง ที่เอกชนครอบครองบริหารจัดการเอง โดยไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นสนามบินส่วนบุคคล ดังนั้น หลังกฎกระทรวงประกาศและมีผลบังคับใช้ นิติบุคคลใดที่มีสนามบินส่วนบุคคล หรือจะสร้างสนามบินส่วนบุคคลใหม่ ต้องมาขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสนามบินส่วนบุคคลจาก กพท.ก่อน หากตรวจพบจะมีโทษทั้งจำและปรับ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท.

คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในหลักการร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติ เพื่อประกาศใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการห้วงอากาศของประเทศ ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) กระทรวงคมนาคมเสนอ 14 มี.ค. 2561 08:58 14 มี.ค. 2561 09:00 ไทยรัฐ