วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีชัย เตือน ระวังคนร้องก.ม.ลูก 2 ฉบับ จะล้มทั้งยืน

“ประยุทธ์” ชิ่งไม่เกี่ยวพรรคพลังประชารัฐ บ่นกลาง ครม. ลือกันไปเองซุ่มตั้งพรรค คสช. เมินถูกบี้ไขก๊อกกอดรัฐธรรมนูญ ม.265 ให้อยู่ต่อ “วิษณุ” แจงนายกฯเป็นสมาชิกพรรคได้กฎหมายไม่ห้าม “ภูมิธรรม” จับตาท่อต่อใช้งบรัฐหาเสียง ปัด “ธนาธร” นอมินีเพื่อไทย “มีชัย” เตือนแรงๆ 2 ร่าง ก.ม.ลูกขัด รธน. ถูกร้องทีหลังจะล้มทั้งยืน วิป สนช.กลับลำผู้ใหญ่ทักต้องคิดให้มาก ตั้งวงหารือ 15 มี.ค. ก่อนส่งที่ประชุม สนช.ชี้ขาดชงตีความ “อกนิษฐ์” รับอย่างน้อยต้องยื่นวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ส.ว. ผวาบานปลายตั้งรัฐบาลไม่ได้ “พรเพชร” โวยไม่ถกให้ชัดตั้งแต่แรก ห่วงแก้ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.กระทบโรดแม็ป “ประยุทธ์” บอกอย่าห่วงได้กาบัตรแน่ ยันการเลือกตั้งไม่เลื่อน เว้นแต่มีอะไรที่บังคับไม่ได้ งบฯไอซีที 8 พันล้านรัฐสภาใหม่ ยังไม่เข้า ครม. “วัชระ” สวนงบฯโป่งพองข้อมูลของจริง

หลังมีกระแสข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และบุคคลในรัฐบาลเตรียมตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน เพียงแต่ระบุว่ายังไม่มีใครมาเชิญเข้าร่วม และการเมืองยังมีเวลาว่ากันต่อไป

“บิ๊กตู่” นิ่งข่าวนั่งกุนซือพลังประชารัฐ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวได้ถามนายกฯถึงข่าวพรรคพลังประชารัฐจะเชิญไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามและมีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯนำคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ปิดเทอมสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยนายกฯเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ อาทิ รำเซิ้งของคนพิการ การเล่นดนตรีและฟุตบอลของเยาวชน เซ็นชื่อบนลูกฟุตบอลเป็นที่ระลึก พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งใคร ขออย่าท้อแท้ ฝากดูแลเยาวชนช่วงปิดเทอม เพราะร้อยละ 80 เด็กสนใจเล่นเกมมากกว่าทำกิจกรรมอื่น และต้องป้องกันอุบัติเหตุด้วย การเล่นน้ำต้องเรียนรู้เคยเล่นไหม “หมาเน่าลอยน้ำ” ตอนเด็กๆ

บ่นใน ครม.ลือกันไป คสช.ตั้งพรรค

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมถึงข่าวตั้งพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคของ คสช.และจะให้เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคว่า “ไม่เห็นรู้เรื่อง ไม่เคยได้ยิน ร่ำลือกันไปเอง ไม่รู้ว่าร่ำลือไปอย่างนี้สังคมได้อะไร”

ปัดไม่เกี่ยวข้อง–ไม่เห็นใครมาเชิญ

ต่อมาเวลา 14.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.กรณีการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐว่า “ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับ พรรคพลังประชารัฐ ก็ดูจากหนังสือพิมพ์” เมื่อถามว่า ถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจ จะเลือกพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ จะรับนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่รู้เหมือนกัน วันนี้ยังไม่เห็นมีใครเชิญไปนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาพรรคเลยมีแต่พูดกันไป และจะตัดสินใจอย่างไรไม่ทราบเช่นกัน ขอเวลาทำงานไปก่อน การเมืองยังมีเวลาว่ากันต่อไป เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐที่เป็นเพื่อนกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ทำไมต้องคุยล่ะ เพื่อนผมมีตั้ง 200 คน ไม่ได้คุยทุกคน คุยกับพี่อ้อ (พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ) คนเดียวก็พอแล้ว”

ขู่งัด ก.ม.ฟันนักการเมืองก่อเหตุวุ่นวาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่พรรคการเมืองใหม่ประกาศสนับสนุนให้เป็นนายกฯคนนอก ตอนนี้สนับสนุนกันหมด เป็นเรื่องการเมืองที่เดินกันไป มี 2 พวก ฝ่ายหนึ่งต้องการปฏิรูป อีกฝ่ายไม่ต้องการปฏิรูป หรือต้องการให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม จะมีความวุ่นวายแบบเดิมๆ อีกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิด เป็นตัวชี้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นมา ไม่แน่อาจเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ ประชาชนต้องติดตามความเคลื่อนไหวของแต่ละพรรคการเมือง นักการเมืองออกมาพูดมีวัตถุประสงค์อะไร ไม่ว่านักการเมืองพรรคใด ถ้าเป็นต้นเหตุหรือสาเหตุทำให้เกิดความวุ่นวายขัดแย้ง รุนแรง หรือความไม่สงบเกิดขึ้น ต้องไปพิจารณาตามกฎหมายว่าควรดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่ วันนี้อย่าลืมว่า คสช.ยังมีอำนาจอยู่ รักษาความสงบของบ้านเมืองทุกคนทราบดี แต่ยังอยากจะฝ่าฝืนกันอีก ไม่ได้รู้สึกกดดัน อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจในการเลือกตั้ง ต้องการจะให้ประเทศชาติเป็นอย่างไรต่อไป ต้องการปฏิรูปหรือไม่

คาใจทำไมต้องลาออก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้ยุบ คสช.ให้มีแค่รัฐบาลรักษาการในช่วงเตรียมการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “รัฐธรรมนูญมาตรา 265 เขียนไว้ชัดเจนว่า คสช.ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น การที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสนอให้ยุบ คสช.นั้น จึงเป็นไปไม่ได้ ส่วนความเห็นที่เสนอให้ตนลาออกจากนายกฯ เพื่อจะได้ตัดสินใจลงเล่นการเมืองนั้น สงสัยว่าสมัยก่อนเวลาที่นักการเมืองเป็นรัฐบาล เขาลาออกกันหรือไม่ ก่อนจะเลือกตั้งใหม่ มันเป็นคนละเรื่องกันทั้งหมด ขอร้องว่าอย่าไปทำให้บิดเบือน ไม่เข้าใจกันอีก ไม่เช่นนั้นประชาชนจะรังเกียจ คสช. เกลียดตนอยากให้ย้อนกลับไปดูในสมัยก่อน นายกฯเป็นหัวหน้าพรรค การเมือง ประกาศลงเลือกตั้งก็ลงไปหาเสียงได้ ขณะที่ยังเป็นนายกฯอยู่ด้วยซ้ำไป วันนี้ผมยังไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง แล้วก็ไม่ได้หาเสียงด้วย ยังทำงานอยู่อย่างหนัก เพื่อจะทำให้ประเทศชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง”

“ประวิตร” ชิ่งไร้คนทาบทาม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นที่ปรึกษาพรรค ขณะนี้มีใคร ทาบทาม พล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่มี” เมื่อถามย้ำว่าถ้ามีพรรคการเมืองทาบทามจะสนใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี เรื่องนี้ถามกันมาตั้งหลายทีแล้วยังยืนยันคำตอบเดิม”

กอด ม.265 ให้ คสช.อยู่ต่อ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรียกร้องให้ยุบ คสช.ให้เป็นรัฐบาลรักษาการช่วงเลือกตั้งว่า รัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 265 ระบุไว้แล้ว เมื่อถามย้ำว่า คสช.ทำหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบเพียงสั้นๆว่า “อืม” ผู้สื่อข่าวยังถามถึงการชี้แจงนาฬิกาหรู รอบที่ 4 กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถาม รีบเดินขึ้นไปประชุม ครม.ทันที

“วิษณุ” แจง “บิ๊กตู่” เป็นสมาชิกพรรคได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะสามารถนั่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคได้หรือไม่ หลังมีข่าวพรรคพลังประชารัฐจะเชิญไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคว่า ในกฎหมายไม่มีอะไรห้ามไว้ ส่วนจะมีเหตุอย่างอื่นหรือไม่ อย่างไรตนไม่ทราบ ไม่รู้เรื่องและไม่เคยได้ยินด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นได้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เพราะในกฎหมายไม่ได้ เขียนห้ามไว้ เพียงแต่ไปลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ หากลงต้องลาออกก่อน

พท.จับตาท่อต่อใช้งบรัฐหาเสียง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวคนในรัฐบาลหรืออดีตรัฐมนตรีก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐและจะเชิญนายกฯและหัวหน้า คสช.มาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคว่า ต้องเฝ้าดูว่ามีองค์ประกอบเป็นเช่นไร หากเป็นจริงยินดีต้อนรับ แต่หากตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อหวังสานต่อนโยบายและโครงการต่างๆของรัฐบาลที่ดำเนินอยู่ ขณะที่รัฐบาลยังคงใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ มหาศาลแบบนี้ รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องระมัดระวังการใช้งบฯ รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ หากเป็นไปเพื่อประโยชน์พวกพ้องหรือเพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเอง ประชาชนจะไม่ยอมรับ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่เป็นประโยชน์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน

ปัด “ธนาธร” นอมินีเพื่อไทย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนพรรคการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิท กรุ๊ปที่จะตั้งขึ้น เป็นเรื่องดียินดี ต้อนรับ ไม่ว่าจะมีจุดยืนทางการเมืองเป็นประชาธิปไตย หรือมีแนวคิดการเมืองเช่นไร เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนได้ตัดสินใจ นายธนาธรประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เราต้องเคารพการแสดงออกของเขา ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะเป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีใครเป็นนอมินีใครทั้งนั้น ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืน เมื่อถึงเลือกตั้งจะสู้กันเต็มที่ด้วยนโยบายและแนวคิดพรรค

“ประมวล” อัด พท.อย่าจุ้นบ้านอื่น

นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.บางคนระบุจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายกฯอีกหลังเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่ยืนยันสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกฯเหมือนสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ เพราะมีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนกรณีอดีต ส.ส.เพื่อไทยพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเผด็จการนั้น ทราบว่ามีคนพรรคเพื่อไทยรอแยกตัวไปร่วมกับพรรคการเมืองใหม่ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้กลับไปดูเรื่องภายในพรรคตัวเองให้ดี ก่อนมาวุ่นวายกับพรรคอื่น อีกทั้งต้นเหตุความวุ่นวายทางการเมืองจนถูกยึดอำนาจล้วนมาจากพรรคเพื่อไทย

“มีชัย” ตื๊อ สนช.ชงตีความ 2 ก.ม.ลูก

อีกเรื่อง ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ สนช.เห็นชอบตามการปรับแก้ของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายว่า กรธ.จะทำความเห็นต่อ พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาว่าดำเนินการอย่างไร จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เนื่องจากมีข้อห่วงกังวลในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำหนดตัดสิทธิบุคคลที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองนั้น เป็นการตัดสิทธิหรือเสรีภาพ ถ้าเป็นสิทธิตัดได้ แต่ถ้าเป็นเสรีภาพไปตัดไม่ได้ และประเด็นการให้เจ้าหน้าที่ช่วยผู้พิการลงคะแนนโดยให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับนั้น มันไม่ใช่และอาจขัดกับหลักในรัฐธรรมนูญ

เตือนขัด รธน.ถูกร้องทีหลังล้มทั้งยืน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่แยกผู้สมัครเป็น 2 ประเภท คือแบบอิสระและองค์กร แต่ในรัฐธรรมนูญบอกให้เลือกกันภายในกลุ่ม อีกทั้งอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติและความสุจริต เพราะการกำหนดให้ 1 องค์กรสามารถส่งผู้สมัครได้จังหวัดละ 1 คน เช่น หอการค้ามี 76 จังหวัด แต่ละแห่งส่งครบทั้งประเทศ แค่หอการค้าแห่งเดียวมีผู้สมัคร 5 พันกว่าคนแล้ว หาก สนช.ดำเนินการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตอนนี้จะไม่กระทบกับโรดแม็ป ส่วนจะต้องทำอย่างไรต้องดูคำวินิจฉัย แต่หากปล่อยไปจนเลือกตั้ง ส.ว.ไปแล้วมีคนร้อง แล้วศาลบอกไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจะกระทบต่อโรดแม็ปทันที กระบวนการที่อยากให้เร็วมันจะล้มทั้งยืน ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมด ต้องเริ่มนับหนึ่งเขียนกฎหมายกันใหม่ ใครจะเขียน กรธ.ไม่อยู่แล้วตอนนั้น ตอนนี้ กรธ.เป็นห่วง หากอยู่นิ่งเฉยเหมือนไม่ทำหน้าที่ จึงส่งบันทึกความเห็นไปให้ สนช.ภายในวันสองวันนี้

“บิ๊กตู่” ชี้ ลต.ไม่ขยับเว้นมีสิ่งบังคับไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงข้อเสนอของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ว่า ก็แล้วแต่ การเลือกตั้งไม่เลื่อน ไม่มีล่าช้า จะช้าได้อย่างไร บอกแล้วทุกอย่างต้องไม่ให้ล่าช้า ต้องเป็นไปตามกำหนด ก.พ.62 เว้นแต่มีอะไรที่เราบังคับไม่ได้ บังคับศาลได้หรือไม่ แต่คิดว่าในเวลาที่มีอยู่ ศาลน่าจะพิจารณาได้ทัน เขาคงไม่อยากให้มีปัญหา จริงๆแล้วไม่อยากให้ไปฟ้องร้องอะไรต่างๆ แต่ฟังว่านายมีชัยชี้แจงผ่านสื่อเป็นห่วงว่าวันข้างหน้าจะถูกฟ้องขึ้นมา พ.ร.บ. 2 ฉบับนี้จะเป็นปัญหา การเลือกตั้งอะไรต่างๆจะทำให้เป็นปัญหา วุ่นวายสับสนอลหม่านไปหมด เอาเสียให้ชัดในตอนนี้

อย่าห่วงยังไงก็ได้หย่อนบัตร

“ผมบอกแล้วว่าขอให้ทำอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงก็ได้เลือกตั้ง แต่ปัญหาคือทำอย่างไรบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย ไม่มีคนไปส่งเสริมสนับสนุนคนที่ออกมาเคลื่อนไหวผิดๆถูกๆ อ้างเหตุผลโน่นนี่ไปหมด ในเมื่อบอก ก.พ.ก็คือ ก.พ.แล้วจะมาเร่งเลือกตั้งอะไร จะมาไล่ คสช.ได้อย่างไร ไม่เข้าใจเหมือนกัน มาอ้างว่าอำนาจอยู่ที่ประชาชน ก็ใช่ต้องไปใช้ตอนโน้น จะใช้ตอนนี้ไม่ได้ เราต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ต้องขอกันด้วยเหตุผล ไม่ต้องการใช้กฎหมายเพื่อให้ผมมีอำนาจเยอะๆ เคยบอกแล้วไม่ต้องการอำนาจ แต่ต้องการใช้เพื่อบริหารราชการแผ่นดินในเวลานี้ ขอสื่อเถอะ อย่าไปตีความกันให้วุ่นวาย อย่าเอาคำพูดของผมไปจับผิดจับถูกว่าพูดวันนี้ วันหน้า วันโน้น สื่อถามไปถามมา บางทีสื่อ ก็งงคำถาม ผมเองก็งงคำตอบในบางครั้ง วันหลังจะบันทึกคำถามสื่อบ้าง เพราะบางทีถามไปถามมาจนผมงงว่าวันนั้นตอบไปอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

วิป สนช.เด้งรับแบะท่าส่งไม้ต่อ

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการกิจการวิสามัญ สนช. แถลงผลการประชุมวิป สนช.ว่า มีการพูดคุยกันเล็กน้อยเรื่อง การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตามที่ประธาน กรธ. แสดงความเป็นห่วง คงต้องนำไปหารือในที่ประชุม สนช.วันที่ 15 มี.ค. เพื่อสรุปว่าจะยื่นร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เท่าที่คุยกันไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่หากส่งตีความเพื่อให้ชัดเจน เพราะผู้ใหญ่ท้วงติงมาขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง เมื่อถามว่ามีน้ำหนักมากขึ้นที่ สนช.จะยื่นตีความ เพราะนายมีชัยท้วงติงอย่างต่อเนื่อง นพ.เจตน์ตอบว่า นายมีชัยเป็นผู้ใหญ่ สนช.ต้องรับฟังนำมาหารือกัน ต้องเอาความเห็นของนายมีชัยมาคิดให้หนัก ให้รอบคอบ ดูแนวโน้มแล้วคงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะในการประชุม สนช.วันที่ 15 มี.ค.จะได้ง่ายต่อการเข้าชื่อ หลักๆคนที่เข้าชื่อคงเป็นผู้ลงมติไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง รวมถึงคนที่ไม่ได้มาร่วมโหวตลงมติ แต่ไม่จำกัดสิทธิคนที่ลงมติเห็นด้วยจะร่วมลงชื่อ เพราะอาจเห็นด้วยกับภาพรวมกฎหมาย แต่ไม่อาจไม่เห็นด้วยบางมาตรา

ห่วงปัญหาบานปลายตั้ง รบ.ไม่ได้

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ วิป สนช. กล่าวว่า คาดว่าอย่างน้อย สนช.คงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เพราะกรณีที่กฎหมายประกาศบังคับใช้แล้ว และมีการสรรหา ส.ว.50 คนเสร็จแล้ว หากมีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขั้นตอนการสรรหา ส.ว.50 คนไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้น ถึงตอนนั้นเมื่อได้ ส.ว.ครบถ้วนแล้ว แต่จะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เพราะถูกร้องเรื่องการสรรหา ส.ว.50 คน การเปิดประชุมรัฐสภาอาจต้องชะงัก การเลือกนายกฯจะชะงักไปด้วย ถึงตอนนั้นจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ จึงต้องทำให้เกิดความชัดเจน

“พรเพชร” โวยไม่ถกให้ชัดแต่แรก

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากนายมีชัย ต้องรอดูรายละเอียดก่อนว่าเห็นแย้งอย่างไร เมื่อตอนที่อยู่ในชั้น สนช.ได้ยินว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ทั้ง กรธ. สนช. และ กกต.ร่วมมือจะแก้บทบัญญัติต่างๆให้หมดข้อกังวล ไม่มี กมธ.คนใดอภิปรายคัดค้านขัดรัฐธรรมนูญเลย หากอภิปรายกันอย่างหนักแน่น คิดว่าจำนวนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยอาจมีมากกว่าที่ปรากฏ ไม่อยากจะพูดว่าหากประเด็นเหล่านี้ได้พูดกันที่จะจบกระบวนการ อาจมีผลที่แตกต่างจากนี้ แต่เมื่อนายมีชัยส่งมาตอนนี้ทางแก้ไขมีทางเดียว คือยื่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องที่สมาชิกต้องไปว่ากันเอง ชี้นำไม่ได้ ทุกคนจับจ้องมาที่ตัวประธาน สนช.เป็นหลัก ทั้งที่ประธาน สนช.ไม่มีสิทธิบังคับสมาชิกว่าให้ยื่นหรือไม่ยื่น

หวั่นแก้ ก.ม. ส.ส.กระทบโรดแม็ป

นายพรเพชร กล่าวต่อว่า เดิมตั้งใจจะยื่นร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับให้นายกฯ ในวันที่ 14 มี.ค. แต่บังเอิญตอนตรวจร่างเมื่อเช้าวันที่ 13 มี.ค. พบถ้อยคำไม่สอดคล้องกันจึงต้องปรับร่าง อีกทั้งเมื่อนายมีชัยยื่นข้อสังเกตมาเช่นนี้ต้องให้สมาชิกดูก่อนว่าจะทำอย่างไร เป็นห่วงว่าถ้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะกระทบโรดแม็ปจึงต้องคิดมาก ส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะไม่กระทบ สำหรับข้อกังวลว่าถ้ายื่นแล้วศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว จะให้ใครเป็นคนแก้นั้น ตามขั้นตอนคิดว่า กรธ.ต้องแก้ เพราะเป็นเจ้าของร่างแต่แรก ถ้า กรธ.ไม่แก้ สนช.ต้องแก้คือต้องหาคนแก้จนได้ เมื่อถามว่าหากกฎหมายประกาศใช้แล้วมีผู้ร้องภายหลังใครจะแก้ นายพรเพชรตอบว่า รัฐบาลที่รับผิดชอบตอนนั้น ต้องดูว่าจะแก้อย่างไร

งบไอซีทีสภา 8 พันล้านยังไม่เข้า ครม.

ส่วนกรณีที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุจะเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อขออนุมัติงบประมาณตกแต่งและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ของอาคารรัฐสภาใหม่ วงเงินกว่า 8,000 ล้านบาทนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ยังไม่มีการพิจารณางบการจัดสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เพิ่มเติม เพราะไม่มีการบรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ ประชุม ส่วนจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือไม่ตนไม่ทราบ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าว ว่า ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ รัฐบาลตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ขั้นตอนอาจอยู่ที่สำนักงบประมาณพิจารณา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอความเห็นก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณา

“วัชระ” ย้ำของจริงงบฯโป่งพอง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าข้อมูลงบประมาณเพิ่มเติมการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่ตนเปิดเผยเป็นข้อมูลเท็จว่า ยืนยันข้อมูลเป็นความจริง ทั้งเรื่องตัวเลขงบ ประมาณติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นจาก 3,000 ล้านบาท เป็นกว่า 8,000 ล้านบาท และเรื่องข้าราชการรัฐสภา 18 คนลงชื่อขอให้มีการประมูลทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศจำนวนมากสามารถเข้าร่วมประมูล แต่ถูก สนช.คนหนึ่งสั่งนายสรศักดิ์ ให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อหาไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อนายสรศักดิ์ยืนยันจะไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็อย่าสักแต่พูด ตนเป็นอดีตโฆษกกรรมาธิการงบประมาณ 2 ปี ยืนยันว่าที่ขอเพิ่มเป็นงบโป่งพอง ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยไม่มีทางของบขนาดนี้ จึงไปร้องขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.อย่าเพิ่งให้ ครม.อนุมัติงบฯ ดังกล่าวซึ่งสูงผิดปกติ และขอให้คุ้มครองข้าราชการรัฐสภาทั้ง 18 คน

ทวงรัฐสภาทองคำไปถึงไหนแล้ว

นายวัชระกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และนายสรศักดิ์ กรณีไม่ดำเนินการจัดทำโครงการรัฐสภาทองคำเฉลิมพระเกียรติ สมัยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานรัฐสภาปี 2556 ได้จัดทำโครงการทองคำเฉลิมพระเกียรติ โดยจัดซื้อทองคำ 7 กิโลกรัม มูลค่ารวม 11 ล้านบาทไว้แล้ว ขณะนี้ผ่านมา 6 ปีโครงการยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ จึงขอให้นายกฯตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิรูป 11 ด้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบเป้าหมายและร่างแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. บอกว่าให้ทุกกระทรวงนำเป้าหมายทั้ง 11 ด้านของแผนปฏิรูปมาดูว่าใน 132 ประเด็น 478 กิจกรรม เกี่ยวข้องกับแต่ละกระทรวง ทบวง กรม อย่างไร แล้วอธิบายให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นระบบ ขั้นตอนจากนี้จะนำเสนอเข้ารัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ไม่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ทั้งนี้คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน จะมีวาระอยู่ต่ออีก 5 ปี เพื่อติดตามการทำงาน

นายกฯจ่อบินถกอาเซียน–ออสซี่

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯมีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. ที่นครซิดนีย์ โดยการประชุมครั้งนี้จะมีประเทศจากสมาชิกอาเซียนและเครือรัฐออสเตรเลีย รวมทั้งเลขาธิการอาเซียนเข้าประชุม และเป็นครั้งแรกระหว่างผู้นำอาเซียนกับเครือรัฐออสเตรเลีย นอกภูมิภาคอาเซียน การประชุมภายใต้หัวข้อเสริมสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในภูมิภาค โดยจะเน้นข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 4 ประการได้แก่ ความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียนออสเตรเลีย หุ้นส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้าย และยุทธศาสตร์ภูมิภาคและระดับโลก

จี้ปลด “วัชรพล” ดองสอบนาฬิกาหรู

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 10.00 น.นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำธูป 36 ดอก มาจุดและปักไว้ที่โคนต้นไม้ หน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ริมถนนพิษณุโลก อ้างว่าเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี พร้อมนำแผ่นป้ายรูปคอลเลกชั่นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม 25 เรือนมาแสดง โดยจะนำนาฬิกามามอบให้ พล.อ.ประวิตรทุกวันที่ มาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะออกมารับด้วยตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเป็นคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ยังไม่สามารถดำเนินการกรณีนาฬิกาหรูได้ และเรียกร้องให้ คสช.ปลด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. คนสนิทของ พล.อ.ประวิตร ที่สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้สังคมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

“ประยุทธ์” ชิ่งไม่เกี่ยวพรรคพลังประชารัฐ บ่นกลาง ครม. ลือกันไปเองซุ่มตั้งพรรค คสช. เมินถูกบี้ไขก๊อกกอดรัฐธรรมนูญ ม.265 ให้อยู่ต่อ “วิษณุ” แจงนายกฯเป็นสมาชิกพรรคได้กฎหมายไม่ห้าม... 14 มี.ค. 2561 03:38 14 มี.ค. 2561 05:13 ไทยรัฐ