วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งอัยการฟัน คดีเปรมชัย รวม 4 คน 9 ข้อหา (คลิป)

จ่อซํ้าคดีสินบน ครองงาช้าง-ปืน มูลนิธิสืบกัดติด

“ศรีวราห์” นำทีมพนักงานสอบสวนหอบสำนวน 2 แฟ้ม 852 หน้า คดีฆ่าเสือดำทุ่งใหญ่ฯ ส่งอัยการจังหวัดทองผาภูมิ พิจารณา สั่งฟ้อง “เปรมชัย” กับพวกรวม 4 คน 9 ข้อหา อธิบดีอัยการภาค 7 ตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และโปร่งใส พร้อมเตรียมแถลงความคืบหน้าการสั่งคดีให้สังคมรับทราบ ขณะที่ บก.ปทส.แจ้งดำเนินคดีอีก 2 ข้อหาครอบครองงาช้างกับอาวุธปืนที่เจอในบ้าน ส่วน บก.ปปป.เชือดซ้ำอีก 1 ข้อหา พยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน เจ้าตัวเข้าพบตำรวจตามนัด 14 มี.ค. ด้านมูลนิธิสืบฯพอใจเจ้าหน้าที่ทำงานรวดเร็ว ข้อหาครอบคลุมทุกประเด็นเป็นผลมาจากพลังประชาชนช่วยตรวจสอบ

กระแสสังคมยังเฝ้าติดตามคดีนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ รวม 9 ข้อหา ล่าสุดพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งให้อัยการแล้ว

ที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางไปเรียกประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของสำนวนคดี โดยได้สอบปากคำพยานทั้งสิ้น 51 ปาก ส่งหลักฐานและวัตถุพยานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ 28 รายการ 225 ชิ้น เอกสารสำนวน 2 แฟ้ม รวม 852 หน้า หลังรวบรวมพยานหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง 9 ข้อหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 8 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา และนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนเพียง 36 วัน สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหายื่นต่อพนักงานอัยการได้ มั่นใจในพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซ็นต์ให้อัยการตรวจสอบความถูกต้อง ยืนยันว่าสามารถเอาผิดทั้ง 9 ข้อหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนได้ เชื่อว่าจากหลักฐานที่มีเสือดำไม่ตายฟรีแน่นอน

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ นำสำนวนการสอบสวนไปส่งมอบให้พนักงานอัยการ โดยมีนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 นายทะนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นผู้รับสำนวน คดีระหว่างนายวิเชียร ชิณวงษ์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ผู้กล่าวหา นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4

โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ว่า 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ร่วมกันล่าและพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 4.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด 6.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 7.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 8.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 9.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน 10.ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.61 ที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 แก่ผู้ต้องหาทั้งสี่แล้ว ผู้ต้องหาทุกคนให้การปฏิเสธ ส่วนข้อกล่าวหาที่ 10 พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งสี่ โดยพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการ ดังนี้ 1. เสนอเห็นควรสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหาที่ 1 ถึง 8 และเห็นควรสั่งฟ้อง ในข้อหาที่ 9 เฉพาะข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากอาวุธปืนของกลางเป็นของนายเปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายและเห็นควรสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย 2.เห็นควรสั่งฟ้องนายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 ตามข้อกล่าวหาที่ 1 ถึง 9 ทุกข้อกล่าวหาและเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 4 ในข้อหาร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เพราะเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย

สำนักงานอัยการภาค 7 เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไป ผู้ต้องหาเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม สื่อมวลชนติดตามและนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองพิทักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ติดตามการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นคดีสำคัญ เพื่อให้การพิจารณาคดีนี้เป็นไปโดยรอบคอบ รวดเร็ว และโปร่งใส ดังนั้น นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณา ดำเนินคดีนี้ ประกอบด้วย นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงาน พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี คณะทำงาน และนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ คณะทำงานและเลขานุการ

เมื่อคณะทำงานพิจารณาและมีความเห็นเสนออธิบดีอัยการภาค 7 มีคำสั่งทางคดีเรียบร้อยแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดจะแถลงให้ทราบในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตาม วันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 4 มาพร้อมสำนวน เนื่องจากผู้ต้องหาได้มีการฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 โดยจะครบฝากขังครั้งที่ 4 ในวันที่ 25 มี.ค.นี้

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ช่วงเช้าวันเดียวกัน มีสื่อมวลชนจำนวนมากมาปักหลักเฝ้ารอ หลังมีกระแสข่าวว่านายเปรมชัย กรรณสูต นางคณิตตา กรรณสูต อายุ 64 ปี ภรรยา และ น.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 68 ปี ผู้รับรองการครอบครองงาช้างที่พบในบ้านของนายเปรมชัย ที่ถูกพนักงานสอบสวน บก.ปทส.แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดตามหมายเรียกในวันที่ 14 มี.ค. แต่ปรากฏว่าทั้ง 3 คนไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด

พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. กล่าวภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชม. พล.ต.ต.ปัญญา เผยว่า ทนายความของนายเปรมชัยติดต่อมายืนยันว่านายเปรมชัยจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในวันที่ 14 มี.ค. เวลา 10.00 น. แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะนำหลักฐานใดมาบ้าง ได้แบ่งพนักงานสอบสวนเป็น 2 คดีเพื่ออำนวยความสะดวก กำหนดประเด็นเรื่องการครอบครองอาวุธปืนและงาช้างเพื่อให้พนักงานสอบสวนสรุปพยานหลักฐาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะเป็นเรื่องของสำนวนคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่จะกล่าวหา ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ต้องรอพิจารณาก่อน ทั้งนี้ การออกหมายเรียกคดีครอบครองงาช้างต้องสอบสวนเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯที่รับแจ้งครอบครองงาช้างด้วย พนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้วทราบว่ารับแจ้งไว้เมื่อปี 58 แต่ครอบครองตั้งแต่เมื่อใดต้องรอสอบถามจากตัวเจ้าของงาช้าง ส่วนต้องเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ออกใบอนุญาตครอบครองงาช้างหรือไม่นั้น ยังไม่มีประเด็นนี้เข้ามา ตอนนี้มีเพียงการดำเนินคดีในส่วนของคนที่ครอบครองงาช้างผิดกฎหมายที่ไม่ใช่งาช้างไทยเท่านั้น

ผบก.ปทส.กล่าวอีกว่า ส่วนการอายัดตัวนายเปรมชัย ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยัง บก.ปปป. แล้วว่านายเปรมชัยจะมา บก.ปทส.ตามหมายเรียก จึงให้ บก.ปปป.เข้ามาแจ้งข้อกล่าวหา พยายามติดสินบนเจ้าพนักงานในคราวเดียวกัน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีหลักฐานดำเนินคดีในชั้นสอบสวน วันที่ 14 มี.ค. ต้อง มาดูว่าผู้ถูกกล่าวหาจะสู้คดีในชั้นสอบสวนหรือไม่ และจะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพ รวมถึงมีอะไรมาต่อสู้คดี เนื่องจากหลักฐานตอนนี้ได้จากฝ่ายกรมอุทยานฯเท่านั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตามพยานหลักฐานทุกอย่าง

ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของนายเปรมชัยและพวกให้สำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โดยแจ้ง 9 ข้อกล่าวหาว่า ถือว่าน่าพอใจและเจ้าหน้าที่ทำงานได้เร็ว การแจ้งข้อกล่าวหาครอบคลุมประเด็นที่สำคัญทั้งหมด ไม่มีข้อหาไหนหลุดไป แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ช่วยกันตรวจสอบเร่งรัดการดำเนินคดี ควบคุมไม่ให้ประเด็นที่สำคัญประเด็นใดหลุดไป จึงเท่ากับว่าในขั้นตอนแรกทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนในสำนวนสอบสวนของตำรวจนั้น กรมอุทยานฯคงไม่สามารถเข้าไปดูได้และคงต้องรอฟังสำนวนในวันที่ขึ้นศาล อย่างไรก็ตามในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ยืนยันจะเดินทางไปพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และหลังจากนี้มูลนิธิสืบฯร่วมกับภาคประชาชนยังยืนยันว่าจะติดตามคดีดังกล่าวจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย

“ศรีวราห์” นำทีมพนักงานสอบสวนหอบสำนวน 2 แฟ้ม 852 หน้า คดีฆ่าเสือดำทุ่งใหญ่ฯ ส่งอัยการจังหวัดทองผาภูมิ พิจารณา สั่งฟ้อง “เปรมชัย” กับพวกรวม 4 คน 9 ข้อหา... 14 มี.ค. 2561 01:23 14 มี.ค. 2561 02:21 ไทยรัฐ