วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลุ่มแม่บ้าน บุรีรัมย์ 222 ราย เหยื่อคดีปุ๋ย อบจ. เฮ หลังศาลยกฟ้อง

กลุ่มแม่บ้าน-เกษตรกร 5 อำเภอ บุรีรัมย์ จำนวน 222 คน ที่ตกเป็นจำเลยคดีปุ๋ย อบจ. ถูกบริษัทขายปุ๋ยฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 40 ล้าน ต่างดีใจกลับมาร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน หลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ชี้ จำเลยไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรง


วันที่ 13 มี.ค กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจาก 5 อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย อ.โนนสุวรรณ ปะคำ นางรอง หนองกี่ และ อ.หนองหงส์ จำนวน 40 กลุ่ม รวม แม่บ้าน 222 คน ที่ถูกบริษัทจำหน่ายปุ๋ย (ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีสิงห์ทวีโชค) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องให้ชดใช้ค่าปุ๋ยที่มีการจัดซื้อในโครงการส่งเสริมอาชีพคนบุรีรัมย์ ปี 2558 รวมเป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท ได้นำผลไม้ ข้าวปลาอาหาร ออกมารวมกันแล้วร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ในศาลากลางหมู่บ้านซับสมบูรณ์ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ หลังศาลชั้นต้นจังหวัดนางรอง ได้ตัดสินยกฟ้องกลุ่มแม่บ้านจาก 5 อำเภอ 40 กลุ่ม จำนวน 222 คน ที่ถูก หจก.ดีสิงห์ทวีโชค จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา

โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 12 ใช้ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 222 คน ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรง เพราะที่ผ่านมา จำเลยไม่เคยมีการเจรจาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์ และไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทย์กับจำเลย
ส่วนที่มีลายมือชื่อของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เป็นการเซ็นตามที่หน่วยงานราชการระบุให้เซ็นเพื่อแนบเรื่องเสนอขอรับเงินอุดหนุนในโครงการดังกล่าว เท่านั้น ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 222 คน สร้างความดีใจให้แก่แม่บ้าน เกษตรกรที่มารอฟังคำตัดสินของศาลเป็นอย่างมาก จากที่ก่อนหน้านี้ ต้องทนทุกข์ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาเป็นเวลานาน 2 ปี

นางเยาวลักษณ์ ภูวงศ์ษา ตัวแทนกลุ่มแม่ข่าย ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากถูกบริษัทปุ๋ยฟ้อง ทั้งสมาชิกและครอบครัวต่างไม่มีความสุข ถึงแม้ไม่มีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการ เพราะเป็นงบประมาณช่วยเหลือจาก อบจ. แต่กลับมาถูกฟ้อง เพราะมีลายเซ็นอยู่ในสัญญา
หลังจากทนทุนทุกข์ทรมานมานานกว่า 2 ปี วันนี้ถือเป็นวันที่กลุ่มแม่บ้านมีความสุขที่สุด ถึงแม้จะเป็นศาลชั้นต้นก็ตาม ทั้งนี้ กระบวนการช่วยเหลือทั้งหมดมาจากหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือด้านคดี คือ กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ ที่ทราบเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดี
สำหรับโครงการส่งเสริมอาชีพคนบุรีรัมย์ดังกล่าว เป็นโครงการต่อเนื่อง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2558 ที่ผ่านมาได้รับแจกจ่ายปุ๋ยอินทรีย์ฟรีมาตลอดระยะเวลา 3 ปี ไม่เคยเกิดปัญหา แต่ปีสุดท้ายโครงการถูกสั่งระงับไม่มีการอนุมัติงบอุดหนุนจาก อบจ. เนื่องจากมีหน่วยงานหนึ่งมาท้วงติง

จากนั้นชาวบ้าน เกษตรกรได้ถูกหลอกเซ็นสัญญารับปุ๋ยไปใช้แล้ว จนต้องตกเป็นแพะถูกบริษัทขายปุ๋ยฟ้องในข้อหา “ผิดสัญญาซื้อขาย” โดยคดีดังกล่าวได้มีการยื่นฟ้องมาตั้งแต่ปี 2559 ศาลจังหวัดนางรอง ได้มีการเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกันหลายครั้ง แต่ไม่ได้ข้อยุติ
แต่บริษัทยืนยันจะเรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท แต่ชาวบ้านไม่มีเงินที่จะจ่ายให้ทั้งที่รับรู้ว่า ชาวบ้านตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว เพราะไว้เนื้อเชื่อใจหน่วยงานรัฐและเห็นว่า เป็นโครงการปุ๋ยฟรี จึงเซ็นรับปุ๋ย แต่พอเกิดปัญหากลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยปล่อยชาวบ้านลอยแพจนต้องเดินเรื่องต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมกันเอง และต่อมาได้ยื่นร้องให้กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว.

14 มี.ค. 2561 01:07 14 มี.ค. 2561 01:29 ไทยรัฐ