วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทส. หนุน ปชช.ใช้น้ำบาดาลแบบมีส่วนร่วม โดยผู้ใช้เป็นผู้จ่าย

ทส. หนุน ปชช.ใช้น้ำบาดาลแบบมีส่วนร่วม โดยผู้ใช้เป็นผู้จ่าย

  • Share:

กรมน้ำบาดาล เตรียมออกกฎบริหารจัดการน้ำใต้ดิน เพื่อให้มีใช้อย่างพอเพียง จึงต้องกำกับควบคุมการใช้ ตามกฎหมายน้ำบาดาลอย่างเข้มงวด เพื่อให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ชี้หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะขออนุญาตใช้ในเขตกรุงเทพฯสามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล...

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.61 ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรี รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า จากยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำใต้ดินอย่างบูรณาการ เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการต่างๆได้อย่างทั่วถึง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงสนับสนุนให้นำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

"ศักยภาพของน้ำบาดาลที่กักเก็บอยู่ใต้ดินของประเทศมีปริมาณถึง 1.1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าแหล่งน้ำผิวดินถึง 24 เท่า และในแต่ละปีจะมีปริมาณน้ำบาดาลไหลเติมลงไปใต้ดินกว่า 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตรแต่มีการพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆเพียงปีละ 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั่นหมายความว่า ยังมีน้ำบาดาลปริมาณมากเพียงพอที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมาก และใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงต้องกำกับควบคุมการใช้ และการประกอบกิจการน้ำบาดาลตามกฎหมายน้ำบาดาลอย่างเข้มงวด เพื่อให้มีการใช้น้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างยั่งยืน ตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 และแก้ไขเพิ่มเติม"ดร.อรนุชกล่าว

ดร.อรนุช กล่าวว่า ได้กำหนดให้การประกอบกิจการน้ำบาดาลจะต้องมีการขออนุญาต ตั้งแต่การขอใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล การขอใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล และใบอนุญาตระบายน้ำลงในบ่อน้ำบาดาล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ทำการเจาะบ่อน้ำบาดาลนั้นหรือไม่ และเมื่อบ่อน้ำบาดาลเสื่อมสภาพในการใช้งาน หรือคุณภาพน้ำถูกปนเปื้อนจนไม่สามารถนำมาใช้ได้ ก็ต้องมีอุดกลบบ่อน้ำบาดาลตามหลักวิชาการโดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เรื่อง กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล พ.ศ.2554 กำหนดให้น้ำใต้ดินที่อยู่ลึกจากผิวดินลงไปเกินกว่า 15 เมตร เป็นน้ำบาดาล นั่นหมายความว่า หากมีการขุดเจาะลึกจากผิวดินลงไปไม่เกิน 15 เมตร เพื่อนำน้ำขึ้นมาใช้ในครัวเรือน ใช้เพื่อการเกษตร หรือเพื่อการอื่นใดจึงไม่เข้าข่ายของการประกอบกิจการน้ำบาดาลสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีการขออนุญาต แต่หากเจาะลึกจากผิวดินลงไปเกินกว่า 15 เมตร จำเป็นต้องมีการขอใบอนุญาตตามกฎหมาย

"ในอดีตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีก 6 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม เคยประสบปัญหาวิกฤตเนื่องจากมีการใช้น้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม ในปริมาณมหาศาล ทำให้ชั้นน้ำใต้ดินลดลง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดแผ่นดินทรุด จึงได้ออกประกาศให้ทั้ง 7 จังหวัดเป็นเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล จึงต้องควบคุมปริมาณการใช้น้ำบาดาล โดยจัดเก็บค่าใช้น้ำบาดาล และค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมปริมาณการใช้น้ำบาดาลตามหลักการผู้ใช้เป็นผู้จ่าย(User Pays Principle - UPP) ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุญาตใช้น้ำบาดาลในเขตกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โทรศัพท์ 02-666-7329-30 จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ติดต่อที่เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง ส่วนจังหวัดอื่นๆติดต่อได้ที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด"ดร.อรนุชกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้