วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งตั้งกรรมการสอบ 'หมวดโค้ก' นำสำนวนให้ 'ป้าติ้น'

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งกรรมการสอบ หมวดโค้ก ที่ถูกกล่าวหา เอาสำนวนคดีไปให้กับป้าติ้นแล้ว เบื้องต้นพบสำนวนผิดปกติ หากพบว่าเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี ขณะที่ทีมข่าวไทยรัฐทีวีไปตรวจสอบจากข้อมูลพบว่าหมวดโค้กทำงานเป็นหน้าห้องผู้การฯ ท่านหนึ่ง ไม่พบว่ายังอยู่ที่สำนักงานแต่อย่างใด

วันที่ 13 มีนาคม ทีมข่าวไทยรัฐทีวีเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 หลังมีข้อมูลว่าหมวดโค้ก ที่ถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวหาว่าเป็นผู้ที่นำสำนวนในคดีไปให้กับ นางเรวดี หาแก้ว หรือป้าติ้น ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาในคดีที่ป้าติ้นแจ้งความดำเนินคดีกับนางสุดารัตน์ น้อยนิด หรือป้าดา โดยทีมข่าวได้รับข้อมูลว่าหมวดโค้กขณะนี้ทำงานอยู่หน้าห้องผู้บังคับการท่านหนึ่งในพื้นที่ ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลประเวศ แต่อย่างใด

โดยทันทีที่ทีมข่าวไปถึง ได้เข้าไปในห้องผู้บังคับการท่านดังกล่าว และสอบถามกับตำรวจภายในห้องยืนยันกับทีมข่าวว่า หมวดโค้ก ไม่ได้มาทำงานที่นี่ และไม่ได้มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 แต่ยอมรับว่าหมวดโค๊กเดินทางมาที่นี่เป็นระยะ ซึ่งเป็นไปตามปกติที่ตำรวจจะเดินทางมาพบผู้บังคับบัญชา โดยทีมข่าวพยายามโทรศัพท์ไปสอบถาม พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยให้เหตุผลว่ารอรายงานจากสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ต้นสังกัดของหมวดโค้กอยู่

โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเรื่องนำตัวหมวดโค้กมาทำงานหน้าห้อง แต่ผู้การฯ อ้างว่าไม่ได้นำมาช่วยงานหน้าห้อง แต่เรียกมาเคลียร์สำนวน เนื่องจากสำนวนค้างอยู่ และให้ทำหน้าที่ดูงานจราจรที่ สน.หัวหมาก อีกหน้าที่ และให้เคลียร์สำนวนให้แล้วเสร็จ ตามปกติที่พนักงานสอบสวนมีสำนวนค้างจะต้องให้เวลาเคลียร์สำนวน หรือเรียกว่าพักเวร ไม่ได้มานั่งหน้าห้องแต่อย่างใด

ขณะที่ทีมข่าวไปพูดคุยกับตำรวจคนอื่นๆ ยืนยันว่าหมวดโค้กทำงานที่หน้าห้องของผู้บังคับการ แต่ทราบว่าไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้มาช่วยราชการ และภายหลังเริ่มมีข่าวว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องคดีลอตเตอรี่ ก็ไม่ปรากฏตัวมาระยะหนึ่งแล้ว

ด้าน พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกพันตำรวจเอกอลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการตำรวจนครบาลประเวศ และพันตำรวจโทจตุภูมิ มุดซาเคน รองผู้กำกับการสอบสวน ตำรวจนครบาลประเวศ นำสำนวนคดีลอตเตอรี่ที่เกิดขึ้นในท้องที่ตำรวจนครบาล มาตรวจสำนวน และข้อมูลของหมวดโค้กที่ถูกกล่าวหามาตรวจสอบ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ในการพูดคุย ก่อนออกมาบอกว่า ล่าสุดสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ ร้อยตำรวจสมประสงค์ ปสาทรัตน์ หรือหมวดโค้ก พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ที่รับผิดชอบในคดีแล้ว

พร้อมเปิดเผยว่า จากการตรวจสำนวนคดีพบความผิดปกติของสำนวนคดีที่ผู้หมวดโค้กเป็นคนทำ ส่วนที่สำนวนคดีนี้ที่ไปอยู่ในมือของนางเรวดีได้อย่างไรนั้น ทางผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพราะตามปกติพนักงานสอบสวนจะไม่ให้สำนวนคดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหากพบว่ามีการทุจริตจริง ก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย ซึ่งพฤติกรรมในลักษณะนี้โทษสูงสุดคือ ไล่ออก

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้หมวดโค้ก เป็นคนที่ทำงานอยู่ห้องผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 นั้น จากการตรวจสอบทางผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ยืนยันว่าเป็นการเรียกตัวเข้ามาเพื่อที่สะสางคดีค้างที่ผู้หมวดโค้กทำค้างไว้กว่า 30 สำนวนคดีเท่านั้น ซึ่งเป็นการบริหารภายในของกองบังคับการ และสั่งให้กลับไปที่หน่วยแล้วตั้งแต่เมื่อเช้า ทั้งนี้ ยืนยันว่า ถึงแม้ตัวหมวดโค้กจะเป็นหน้าห้องของผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 หรือไม่นั้น แต่ถ้าหากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ด้านพันตำรวจเอกอลงกรณ์ กล่าวว่า คดีของนางสุดารัตน์ สน.ประเวศ รับผิดชอบ โดยมีหมวดโค้กเป็นพนักงานสอบสวน แต่ต่อมากองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ตั้งคณะทำงานมาโดยเฉพาะและมีความเห็นเสนออัยการไม่สั่งฟ้องไปแล้ว เพราะไม่พบพยานหลักฐาน นางสุดารัตน์ จึงไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด ส่วนที่นางเรวดีไปยื่นฟ้องต่อศาลเองนั้น ทางตำรวจไม่ทราบมาก่อน ส่วนนางเรวดีจะนำสำนวนมาจากหมวดโค้กหรือไม่นั้น ในขณะนี้ได้ให้หมวดโค้กทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด ส่วนที่นางเรวดีอ้างว่ารองผู้กำกับสอบสวนเรียกรับเงินส่วนแบ่งร้อยละ 3 จากรางวัล 30 ล้านบาท นั้น ก็เป็นสิทธิ์ของพันตำรวจโทจตุภูมิ จะเอาผิดนางเรวดี ที่กล่าวหาเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง

ซึ่งพันตำรวจโทจตุภูมิ ระบุในประเด็นนี้ว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเอาผิดนางเรวดีหรือไม่ เพราะนางเรวดีได้พาดพิงผ่านสื่อมวลชนว่า รองผู้กำกับการสอบสวนเรียกรับเงิน แต่ไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน ส่วนตัวหมวดโค๊ก ในขณะนั้นที่สำนวนอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.ประเวศ ได้ระงับยับยั้งสำนวนดังกล่าวที่ผู้หมวดโค้กทำ ซึ่งให้แก้ในหลายประเด็น ก่อนทาง บช.น. จะตั้งชุดทำงานมาทำสำนวนคดีต่อและมาทราบภายหลังว่านางเรวดีไปยื่นฟ้องด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า หมวดโค้ก ได้ขึ้นเบิกความในชั้นไต่สวนเป็นพยานให้ป้าติ้น ฟ้องร้องป้าดาว่าเป็นผู้ถูกรางวัลที่ 1 จริง และเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่จริง จนทำให้นางสุดารัตน์ ถูกศาลประทับรับฟ้องจนทำให้ติดคุกและประกันตัวออกมาสู้คดี

และยังมีรายงานอีกว่า หลังเรื่องแดงขึ้น พลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรียกตัวหมวดโค้กไปสอบถามถึง 3 ครั้งเกี่ยวกับเรื่องราวการทำสำนวนคดี โดยทีมข่าวพยายามโทรศัพท์ไปหาหมวดโค้ก และป้าติ้น เพื่อสอบถามเรื่องราวที่ทั้งสองคนถูกพาดพิงว่าสนิทสนมกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ด้าน นางจรูญ หรือป้าติ๋ว หนึ่งในผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีที่ป้าติ้น ฟ้องร้องยักยอกหวยคำชะโนด 30 ล้านบาท กล่าวว่า ระหว่างที่ยังคบหากับป้าติ้น รับรู้ความสัมพันธ์ของป้าติ้นกับหมวดโค้กผ่านทางนางวิไลพร หรือป้าเล็ก มาโดยตลอด ว่าทั้งสองมักไปมาหาสู่กัน มีการพากันไปกินอาหารแทบทุกสัปดาห์ และไปรอหลังเลิกงานกันเป็นประจำ ซึ่งระหว่างนั้นป้าติ้นก็บอกว่าหมวดโค้กมีหลักฐานในการเอาผิดกับป้าดาทุกอย่าง ที่สามารถทำให้ชนะคดีได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ป้าติ๋ว ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ระหว่างที่ยังคบหากับป้าติ้น เคยเห็นเอกสารลับทางราชการที่ป้าติ้นได้มาเพื่อใช้สู้คดี ทั้งยังเคยบอกผู้ใหญ่ว่า ตัวเองได้มาโดยมิชอบ ทำให้ป้าติ๋วรู้แล้วว่าหมวดโค้กและป้าติ้น น่าจะมีสิ่งผิดปกติกันเกิดขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงรับรู้เท่านั้น และไม่ได้ดำเนินการอย่างไรต่อ รวมทั้งเกรงว่าป้าติ้นจะใช้วิธีนี้ที่ทำกับป้าดา กระทำกับตัวเองอีกด้วย

ขณะที่วันพรุ่งนี้ นางสุดารัตน์ น้อยนิด นางจรูญ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ร้อยตำรวจโทสมประสงค์ ปสาทรัตน์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลประเวศ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย.

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งกรรมการสอบ หมวดโค้ก ที่ถูกกล่าวหา เอาสำนวนคดีไปให้กับป้าติ้นแล้ว เบื้องต้นพบสำนวนผิดปกติ หากพบว่าเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี ... 13 มี.ค. 2561 19:09 15 มี.ค. 2561 16:56 ไทยรัฐ