วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘จิรายุ’ องคมนตรี

สถิตย์พงษ์แทน เลขาฯพระราชวังและผอ.ทรัพย์สิน เพื่อไทยสะเทือนเด็กซ่าใส่เจ๊หน่อย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ “จิรายุ” เป็นองคมนตรีแต่งตั้ง “สถิตย์พงษ์” เป็นเลขาธิการพระราชวังและ ผอ.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้าน “บิ๊กป้อม-บิ๊กฉัตร” ประสานเสียง ไม่รู้ไม่เห็นพรรคพลังประชารัฐ “ฉัตรชัย” โบ้ยพูดกันไปเรื่อย ลั่นไม่เกี่ยวข้องด้วย ตัวโต้โผ “สุชาติ” ให้รอลุ้น “เพื่อนตู่” แสดงตัววันดีเดย์ กกต.รับรองทำได้ไม่ผิด “มาร์ค” ปัดคน ปชป.เทใจให้ “ประยุทธ์” ขอเป็นทางเลือกที่สาม “อนุสรณ์” เย้ย “อภิสิทธิ์” ไม่รู้ชะตาตัวเอง ศึกในเพื่อไทยส่อร้าวหนัก “ลูกพิชัย” เปิดฉากฉะ “หญิงหน่อย” เหน็บแสบเอาศาสนาบังหน้า “เด็กเจ๊” โต้ทันควันเข้าใจโลกยุคใหม่ สายอีสานแห่หนุนเหมาะบทผู้นำในสถานการณ์ขณะนี้ ยืนหยัดช่วยยกระดับพรรค

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นองคมนตรี พร้อมกันนี้โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

โปรดเกล้าฯ “จิรายุ” องคมนตรี

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งองคมนตรี โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศ ลงวันที่ 8 มิ.ย.2560 บัดนี้ทรงพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นองคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 11 มี.ค.2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

“สถิตย์พงษ์” เลขาฯพระราชวัง

พร้อมกันนี้มีประกาศแต่งตั้งเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ให้ดํารงตําแหน่ง องคมนตรีนั้น ทําให้ตําแหน่งเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ว่างลง จึงทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์มาตรา 8 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์มาตรา 4 และมาตรา 9 และ พ.ร.ฎ. จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์มาตรา 15 จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 11 มี.ค.2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้ตั้งพลังประชารัฐ

วันเดียวกันเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีข่าวพรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย และเตรียมขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ว่า ยังไม่รู้เลย ใครบอก ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า ข่าวออกมาเป็นพรรคของ คสช. พล.อ.ประวิตรตอบกลับว่า เห็นมีแต่ข่าว ไม่รู้เรื่อง

ขู่คนอยากเลือกตั้งอย่าล้ำเส้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้ยุบ คสช. เหลือเพียงรัฐบาลรักษาการมาดูแลการเลือกตั้งเท่านั้น พล.อ.ประวิตรถามกลับผู้สื่อข่าวว่าทำแบบนี้จะได้ไหม ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันโรดแม็ปชัดเจน ก็ต้องเดินไปตามโรดแม็ปที่นายกฯกำหนดไว้ทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศเดินสายชุมนุมต่อเนื่อง ในวันที่ 18 มี.ค. จะไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และวันที่ 24มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาไปก็ไปได้ แต่อย่าทำอะไรให้เกินกฎหมายแล้วกัน

พูดกันไปเรื่อยพรรค คสช.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินข่าวการตั้งพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคของ คสช.เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ คงเป็นเรื่องที่พูดไปกันเอง เมื่อถามว่าแต่มีข่าว พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตนายทหารรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ริเริ่มตั้งพรรคนี้ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า พ.อ.สุชาติเคยเป็นนักการเมืองอยู่พรรคความหวังใหม่ คงไม่มาดำเนินการเรื่องนี้ พูดกันไปเรื่อย ข้อเท็จจริงเป็นอีกเรื่อง ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์มีจุดยืนของท่านอยู่แล้วเรื่องการเมือง ต้องดูข้อเท็จจริงด้วย เมื่อถามว่ามีข่าวพรรคพลังประชารัฐจะเชิญนายกฯเป็นที่ปรึกษาด้วย พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายกฯเอง ยังไม่มีอะไรชัดเจน เขาก็ประกาศของเขาไป ส่วนชื่อพรรคที่ไปพ้องกับนโยบายรัฐบาลนั้น ใครจะตั้งอะไรก็ตั้งได้

ลั่นไม่อยากไปเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่า ส่วนตัวสนใจอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่อยากเกี่ยวอะไรด้วย เมื่อถามว่ารัฐบาลมีเมกะโปรเจกต์เยอะทำให้คนมองว่าจะสืบทอดอำนาจ รองนายกฯตอบว่าเมกะโปรเจกต์คือการวางรากฐานประเทศ นายกฯอยากทำให้เกิดขึ้น คงไม่ได้มุ่งหวังเกี่ยวกับการเมือง ส่วนกรณีกลุ่มอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้ยุบ คสช.นั้น เจตนารมณ์รัฐบาลชัดเจนว่าต้องการให้บ้านเมืองสงบ และต้องการให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ การเลือกตั้งต้องทำให้เรียบร้อย จึงเป็นคำตอบที่ทุกคนต้องกลับมาดูตรงนี้

“สมคิด” ไม่พูดอ้างดูเศรษฐกิจ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้รับผิดชอบเรื่องการเมือง เวลานี้เศรษฐกิจไทยกำลังเดินหน้าเติบโตได้เป็นอย่างดี ต้องหาทางให้ต่อเนื่อง จัดการเลือกตั้งให้ราบรื่นโดยไม่ติดขัด เพื่อให้มีรัฐบาลที่ดีมาช่วยกันทำงาน อย่าตีกันเลย

โต้โผให้รอลุ้นวันจดทะเบียน

พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำจดแจ้งจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ และเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชารัฐจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ว่า ความจริงไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงการเริ่มต้นของผู้สื่อข่าวเท่านั้นว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เคยมีใครพูดว่าจะเชิญมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค เวลานี้ยังเป็นเรื่องต่างคนต่างคิด ต้องรอดูตอนจดทะเบียนพรรคก่อน แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการพรรคการเมืองรองรับ พรรคพลังประชารัฐก็ยินดี เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์จะมาอยู่ด้วย พ.อ.สุชาติตอบว่า คาดว่าจะมา แต่ถึงไม่มาพรรคก็พร้อมสนับสนุน เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่าการเป็นนายกฯต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้ามาเป็นนายกฯคนนอกจะสง่างามกว่า พ.อ.สุชาติกล่าวว่า การจะเป็นนายกฯคนนอกเบื้องหลังต้องมีพรรค การเมืองสนับสนุน ถ้าไม่มีมือในสภา จะมาลอยๆ เป็นไปไม่ได้ และยืนยันไม่ใช่พรรคของ คสช.เพราะถ้าเป็นพรรคทหารเจ๊งแน่ ต้องเอานักการเมืองที่เป็นที่ยอมรับมาเป็นแกนนำ

ยุบ คสช.แล้วใครจะมารับไม้

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลและ คสช. จะดูแลให้ทุกอย่างราบรื่น นำไปสู่โรดแม็ปเลือกตั้งในปี 2562 ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษายังอยู่ในกรอบเรียบร้อยดี ส่วนคนที่ต้องการขยายผลจากการเคลื่อนไหวเหล่านี้ ต้องเฝ้าระวังต่อไป ถ้ามีอะไรผิดปกติ หรือต้องการให้เกิดสภาวะไม่เสถียรภาพ ฝ่ายความมั่นคงต้องดำเนินการ เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองหรือไม่ นายปณิธานตอบว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินอยู่ ช่วงนี้การเคลื่อนไหวมีมากขึ้น ฝ่ายความมั่นคงต้องทำงานหนักขึ้น ประชาชนต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่มีเงื่อนไขสถานการณ์บ้านเมืองต้องสงบ สองส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน ต้องคิดด้วยว่าใครจะทำภารกิจเหล่านี้ แล้วใครจะทำสำเร็จ

ยัน คสช.แค่ชื่อเรียกแขก

นายชวน ชูจันทร์ ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยม ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ยืนยันไม่ใช่พรรคของ คสช. เพียงแต่ชื่อพรรคอาจไปเรียกแขกหน่อย เดี๋ยว พล.อ.ประยุทธ์จะดุเอาว่าเอาท่านไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนคิดไปเอง ไปเปิดตัวท่านไม่ได้ กลายเป็นพูดกันไป 2 ทาง คือ ดีมากที่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำงานต่อ กับอีกฝ่าย ไม่เอาแล้ว ไม่ให้ทำต่อก็ได้ รวมถึงมีคนมองว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ อยู่เบื้องหลังตั้งพรรคนี้ ยอมรับว่าเป็นเพื่อนเรียนหนังสือร่วมกันมา แต่ไม่ได้เจอท่านมา 2-3 ปีแล้ว ไว้รอดูเมื่อตั้งพรรคแล้วอาจชัดเจนจะมาไหม รู้กันว่าการเมืองวันนี้อย่างพรุ่งนี้อีกอย่างก็ได้ วันนี้ยังยืนยันอะไรไม่ได้ ถ้าพรรคยึดโยงกับประชาชนได้มากที่สุด พรรคจะอยู่ยั่งยืน แต่ถ้าเป็นพรรคชั่วคราวสนับสนุนกลุ่มคนเล็กๆ ยั่งยืนยาก

“มาร์ค” ปัดเทใจหนุน “บิ๊กตู่”

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหากต้องจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ขอเทใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ดีกว่า ว่า ไม่มีอะไร การที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับใคร ต้องมั่นใจว่าแนวทางพรรคที่บอกกับประชาชน จะได้รับการตอบสนอง ขอย้ำว่าถ้าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ใต้ร่มเงาระบอบทักษิณ คงร่วมงานกันไม่ได้ ส่วนที่คนของพรรคเพื่อไทยตอบโต้ว่าตนไปปลุกผีระบอบทักษิณเพราะกลัวแพ้เลือกตั้ง ถือเป็นตรรกะที่แปลก แสดงว่าเขายังคิดว่าระบอบทักษิณเป็นเรื่องน่ารังเกียจจริงใช่หรือไม่

ปชป.ขอเป็นทางเลือกที่สาม

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศไทยมี 3 ทางเลือก ได้แก่ 1.ระบอบทักษิณ ที่อาจมีประชานิยมมาล่อใจในเรื่องนโยบาย แต่พ่วงมากับการทุจริตคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจเกินขอบเขต 2.รัฐบาลปัจจุบัน คือ เป็นรัฐราชการเน้นอนุรักษนิยม และ 3.แบบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยึดมั่นแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตย เรามีอุดมการณ์ต่อสู้กับเผด็จการทุกรูปแบบ ตนพยายามทำเรื่องนี้มากกว่าไปตอบโต้เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นหรือไม่เป็นนายกฯ คนนอก ตรงนี้สำคัญกว่า ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้นั้น เห็นว่าการเขียนกฎหมายแบบนี้ไม่ค่อยงาม และยังสร้างปัญหาได้ เพราะไม่ค่อยยึดหลักการ แต่ไปยึดตัวบุคคลมากกว่า น่าเสียดายที่เราพยายามสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ แต่หากเราไม่ปฏิบัติเอง น้ำหนักความจริงจังมันจะลดลงไป

หวังศาล รธน.กล้าถ่วงดุลอำนาจ

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ความก้าวหน้าของอัยการ” ฟังเหตุผลที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ทั้ง 24 คน ในข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน โดยให้เหตุผลว่าการฟ้องไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในฐานะนักกฎหมายต้องชื่นชมความก้าวหน้าในการใช้ดุลพินิจ ถือได้ว่าเป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ นานๆ จะมีเหตุผลอย่างนี้สักครั้งหนึ่ง เหลือองค์กรหนึ่งที่อยากเห็นการใช้เหตุผลทางกฎหมาย ในการตรวจทาน-ถ่วงดุลการใช้อำนาจ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ในยามที่ทุกอำนาจง่อยเปลี้ยเสียขา หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้มแข็ง ลุกขึ้นปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชน ใช้อำนาจเข้าตรวจสอบถ่วงดุล ตามหลักที่ว่า “อำนาจเท่านั้นที่จะหยุดยั้งอำนาจ” ต้องรอฟังกันต่อไปว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้อำนาจไปในทางส่งเสริมการใช้อำนาจ หรือถ่วงดุลการใช้อำนาจ

ตุลาการฯ แจ้งเตือนบทลงโทษ

วันเดียวกัน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ส่งหนังสือเวียนชี้แจงกรณีที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการบัญญัติบทลงโทษการละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ โดยต้องใช้มติที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด มีอำนาจสั่งลงโทษ คือ 1.ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ 2.ไล่ออกจากบริเวณศาล 3.จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้โดยอนุโลม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลสามารถดำเนินกระบวนการบริหารการพิจารณาคดีต่อไปได้ ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อย่างไรก็ตามการวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีที่กระทำโดยสุจริต และมิได้ใช้ถ้อยคำ หรือความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย ไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

เย้ย “อภิสิทธิ์” ไม่รู้ชะตาตัวเอง

อีกด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องตลอดเวลา ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย้ำคิดย้ำทำกับเรื่องระบอบทักษิณ เป็นการผลิตซ้ำวาทกรรมสร้างความเกลียดชังหรือไม่ และยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าลูกพรรคจะสนับสนุนหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกฯ หรือสนับสนุนคนนอก ยังต้องไล่เช็กชื่อว่าใครจะอยู่ใครจะไป พรรคเพื่อไทยไม่มีเวลาไปประกาศเป็นศัตรูกับฝ่ายไหน นอกจากประกาศศัตรูกับความยากจน เราก้าวข้ามวังวนความขัดแย้ง และจะอดทนต่อการยั่วยุใส่ร้ายป้ายสี ขอทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ใช่การเมืองโบราณ ประชาชนทราบดีว่าระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง แต่ที่ยังปลุกผีทักษิณเพื่ออะไร ประชาชนคิดได้ว่ากลุ่มการเมืองไหนที่ร่วมเป่านกหวีดชัตดาวน์ประเทศ บอยคอตการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ก่อจลาจลขัดขวางเลือกตั้ง จนนำประเทศมาสู่จุดนี้ เชื่อมั่นว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้งประชาชนจะตัดสินใจได้

“ใครจะไปจับกับพวกคุณ”

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่แปลกประหลาดที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ประกาศเทใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเขาสนับสนุนกันมาแต่ต้นทาง ก็ต้องส่งให้ถึงปลายทางเป็นธรรมดา อย่ามาอ้างว่าเรื่องระบอบทักษิณ “ขอถามกลับคนประชาธิปัตย์ว่าใครจะจับมือกับพวกคุณ พูดเองตอบเอง พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับคนที่มาจากประชาชน และเคารพการตัดสินใจของประชาชน เราไม่สนับสนุนกลุ่มคนที่มานอกระบบเด็ดขาด ไม่เหมือนบางพรรคเล่นละครหลังข่าวอ้างระบอบทักษิณ ใส่ร้ายคนอื่นให้ตัวเองดูดี ทั้งที่ไม่มีอะไรดีจะให้ดู มีแต่วาทกรรมใส่ร้ายป้ายสี ขอเชิญมาสู้ในสนาม อย่างอแงไม่ลงเลือกตั้งอีกแล้วกัน และฝากเป็นการบ้านให้ฝึกท่องประโยคนี้ไว้ เรายอมรับความพ่ายแพ้ ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน”

“ลูกพิชัย” ตอก “เจ๊หน่อย”

ขณะที่นายพชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย บุตรชายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าในฐานะคนรุ่นใหม่ของพรรค เห็นด้วยกับการถกเถียงอย่างเปิดเผยระหว่างบุคลากรภายในพรรค ประชาชนจะได้รับรู้ และ คสช.คงไม่สามารถห้ามสมาชิกคิดหรืออภิปรายได้ และตนไม่เห็นด้วยกับคำให้สัมภาษณ์ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยติดหล่มและเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤติปัจจุบัน เพราะพรรคเพื่อไทยถูกวางตะปูเรือใบหรือถูกปล้นมากกว่า แต่พรรคไม่มีปัญหาหรือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เชื่อว่าพรรคสามารถเปลี่ยนยางที่ชำรุดได้ แต่ต้องใช้แรง กำลัง และฝีมือ โดยเฉพาะบุคลากรต้องรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน

เหน็บแสบเอาศาสนาบังหน้า

นายพชรกล่าวต่อว่า ขณะนี้การสร้างคนรุ่นใหม่ในพรรคยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เพราะบางครั้งก็หลงลืมว่ามีบุคลากรกลุ่มนี้อยู่ ถ้าต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่จริง ต้องพร้อมถกเถียง อดทนกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วย แต่ปัญหาคือบางคนเลือกที่จะหลงสถานะตัวเอง อ้างเหตุผลด้านศาสนา ความดี เพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเอง จนทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ทั้งที่ธรรมชาติของนักการเมืองต้องต่อสู้ การเมืองย่อมเป็นการเมือง มีทั้งสวยงาม และด้านมืดถือเป็นเรื่องปกติ การถกเถียง และต่อสู้ประเด็นต่างๆเป็นความจำเป็น

“เด็กเจ๊” โต้แทนเข้าใจโลกยุคใหม่

ด้านนายสุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนรุ่นใหม่กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เคยมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการหมู่บ้านศีล 5 มีเป้าหมายสร้างอาชีพให้เกษตรกรหายจากความยากจน ไอเดียการตั้งกองทุน Next AGRI คือ กองทุนที่จะนำเด็กรุ่นใหม่ไปจับคู่กับเกษตรกรที่ผลิตสินค้า และมูลนิธิจะช่วยสนับสนุนเงินทุนในลักษณะการระดมทุนจากบริษัทต่างๆ ให้มีเจ้าภาพเป็นคนรุ่นใหม่ให้เป็นธุรกิจของเขา โดยเปิดตลาดที่จีน ญี่ปุ่นแล้ว

แห่หนุนยืนหยัดยกระดับ พท.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใครก็ตามที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองในช่วงภาวะไม่ปกติเช่นนี้ ถือว่าเป็นผู้เสียสละ หนึ่งในนั้นคือคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ไม่ได้มามือเปล่า เข้ามาพร้อมเสนอพิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค หลักคิดของคุณหญิงสุดารัตน์คือยึดมั่นอุดมการณ์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คือ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นไปตามสถานการณ์ คือ การให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อก้าวให้ทันโลก สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบัน ให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่าจะไม่ชี้นิ้วไปที่อื่น แต่จะปฏิรูปตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคและประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นความหวังของประชาชนที่คาดหวังจะให้พรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในช่วงที่มีปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง

เหมาะบทผู้นำในสถานการณ์นี้

นายไชยา พรหมา อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้เห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำพรรค เพราะเป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรค และมีบทบาทสำคัญรับผิดชอบนโยบายสำคัญๆ ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากมาย เช่น เป็นผู้ผลักดันโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการปฏิรูปการเกษตร ทุกโครงการล้วนส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายของพรรค ดังนั้นในมิติทางการเมือง ถือว่าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นบุคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ มีคุณสมบัติเหมาะสม นำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเมืองในมิติใหม่ ที่สร้างสรรค์จรรโลงระบอบประชาธิปไตย และรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันสูงสุด สร้างความปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เท่าที่ได้คุยกับ ส.ส.อีสานหลายคน เห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์เหมาะสมเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ขณะนี้อย่างยิ่ง

ร้องนายกฯทบทวนงบฯ สภา

ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้ระงับการของบ ประมาณเพิ่มเติมก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ นายวัชระกล่าวว่า จากเดิมตั้งวงเงินไว้เพียง 3,000 ล้านบาท แต่จะขอเพิ่มเป็น 6,900 ล้านบาท รวมงบฯสาธารณูปโภคอีกกว่า 1,000 ล้านบาท จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาทบทวนในที่ประชุม ครม.วันที่ 13 มี.ค.นี้ และขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนผู้รับเหมาหรือไม่ และขอให้ความเป็นธรรมข้าราชการ 18 คน ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบกรณีขัดขวางโครงการฯด้วย

เลขาสภาฯ โต้ให้ข้อมูลเท็จ

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร กล่าวถึงสาเหตุการของบฯ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ 3,000 กว่าล้านบาท เป็น 8,658 ล้านบาท ว่า ที่ผ่านมาไม่มีงบประมาณสาธารณูปโภคและระบบสารสนเทศ จึงขอเพิ่มตามการออกแบบที่ทันสมัยรวมค่าตกแต่ง ได้หารือกับกรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง และได้เรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นตามแผน ว่าต้องย้ายไปอยู่รัฐสภาแห่งใหม่ ที่จะสร้างเสร็จบางส่วนภายในวันที่ 31 ธ.ค.2561 แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่างบประมาณ 8,658 ล้านบาทที่ขอไปจะเข้า ครม.เมื่อใด หาก ครม.อนุมัติงบประมาณล่าช้าจะทำให้แผนการย้ายต้องสะดุด ต้องใช้แผนสองคือไปเช่าสถานที่ที่มีห้องประชุมขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้งบเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐสภา 18 คน คัดค้านการประมูลโดยวิธีคัดเลือกนั้น ไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ทั้ง 18 คน ไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่บอกให้ผู้บริหารปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ คณะผู้บริหาร รัฐสภาไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด

“กรณ์” จี้ถามปราบโกงจริงหรือ

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงการทุจริตคอร์รัปชันว่า ช่วงนี้มีข่าวหนาหูเรื่องการทุจริตในระบบราชการทั้งเรื่องเกี่ยวกับวัด โรงเรียน คนจน ผู้ป่วยเอดส์ ฯลฯ บางกรณีกินเปอร์เซ็นต์สูงถึง 80% ชี้ให้เห็นว่าไม่มีนักการเมืองก็โกงได้ (และอาจจะน่ากลัวกว่า เพราะไม่มีฝ่ายค้านคอยจับผิด) การช่วยเหลือประชาชนยังจำเป็นแต่ต้องช่วยโดยตรง ไม่ให้ผ่านมือข้าราชการ ที่พูดไม่ใช่ว่าข้าราชการไม่ดี แต่ในทุกวงการเมื่อมีเงินผ่านมือคนกลางเมื่อไร ยุ่งทุกที สมัยเป็นรัฐบาลได้ทำเช็คช่วยชาติ ก็โอนตรงให้ผู้รับเงินไม่ต้องผ่านหน่วยราชการ ไม่เปิดโอกาสให้มีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง อย่างน้อยการรั่วไหลแทบไม่มี เพราะเราจ่ายตรงไม่ผ่านมือใคร ยิ่งด้วยเทคโนโลยีระบบพร้อมเพย์ของรัฐบาล และการยืนยันตัวเองด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ไม่เห็นว่าเงินต้องผ่านมือข้าราชการมากขนาดนี้ การปราบโกงมีเรื่องต้องทำหลายระดับ ขึ้นอยู่กับว่าเอาจริงแค่ไหน

ไทยรับเป็นเจ้าภาพเวทีอาเซียนปี 62

อีกเรื่องเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน 2562 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว. แรงงาน และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายกฯกล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเดือน พ.ย.ปีนี้ ประเทศไทยจะเข้ารับมอบการเป็นประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ และเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ 2 ครั้งในปี 2562 ขอให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนให้สำเร็จไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกับนอกอาเซียนบนผลประโยชน์ที่เท่าเทียมอย่างเป็นธรรมบนความท้าทาย

นายกฯ เรียกรัฐมนตรีถกเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะกรรมการระดับชาติฯ พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เข้าหารือที่ห้องรับรอง 1 เป็นเวลา 15 นาที คาดว่ามีการพูดคุยถึงการแก้ปัญหาโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หลังจากยังไม่ได้ข้อยุติ จากนั้นนายกฯ ได้ย้ายมาที่ห้องรับรอง 2 เรียก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พูดคุย ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ได้รายงานการปฏิบัติงานจัดหาเครื่องสแกนม่านตาแรงงานต่างด้าวเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ ที่ต้องเสร็จทันวันที่ 31 มี.ค.นี้ จากนั้นนายดอน และ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้ออกจากห้อง เหลือเพียงนายกฯ พล.อ.ฉัตรชัย และ พล.อ.อนุพงษ์ พูดคุยกันต่อเป็นเวลา 20 นาที ก่อนที่นายกฯ จะเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งหมดล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียด

สตง.ปัดต้นเหตุสุนัขบ้าระบาด

อีกเรื่อง นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทักท้วงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าช่วงปลายปี 2557 ทำให้ต้องหยุดจัดหาวัคซีนเป็นเวลา 1-2 ปี เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ว่า สตง.มีหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น หลังกรมปศุสัตว์มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงเรื่องอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า ช่วงเดือน ม.ค.2558 สตง.ได้ประชุมหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไปได้ ส่วนการทักท้วงของ สตง.จนเป็นเหตุทำให้เกิดการแพร่ระบาดในช่วงปี 2560 จนถึงปัจจุบันน่าจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ “จิรายุ” เป็นองคมนตรีแต่งตั้ง “สถิตย์พงษ์” เป็นเลขาธิการพระราชวังและ ผอ.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 13 มี.ค. 2561 02:24 13 มี.ค. 2561 02:27 ไทยรัฐ