วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

CHEVROLET ปรับแชสซี TRAILBLAZER เน้นลุยโหด

The Spirit of Trailblazer Club กลุ่มลูกค้า Chevrolet Trailblazer ทดสอบสมรรถนะของรถเอสยูวีพรีเมียมสไตล์อเมริกันทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรดในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในพื้นที่ที่มีเส้นทางออฟโรดที่ครบครันทุกรูปแบบ ดึงดูดคนรักรถเอสยูวีให้ได้ฝึกปรือทักษะการขับขี่แบบสมบุกสมบัน เช่น การไต่ขึ้นทางลาดชันและการบุกตะลุยแอ่งโคลน เพื่อเข้าไปสัมผัสกับทัศนียภาพที่งดงามของน้ำตก ผืนป่าสีเขียว และพื้นที่ตั้งแคมป์อันสงบร่มรื่น

Chevrolet Trailblazer รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทายและยากลำบาก โดยทีมวิศวกรของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในประเทศไทย บราซิล ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันปรับปรุงแชสซีใหม่ และทดสอบความแข็งแกร่งทนทานของรถเอสยูวีสไตล์อเมริกันรุ่นนี้ตลอดระยะเวลาการพัฒนาและการประเมินคุณภาพกว่า 18 เดือนเต็ม และได้ทำการทดสอบแบบเดียวกันนี้กับรถเอสยูวีและรถกระบะของ Chevrolet ทุกรุ่น เพื่อทดสอบการขับขี่ การควบคุมและเสถียรภาพเพื่อความปลอดภัยและความพึงพอใจของลูกค้า

การลุยทางออฟโรดที่ยากลำบากที่สุด ทั้งการขับในป่าเขา ข้ามแม่น้ำ และฝ่าลำธารต่างๆ คือเป้าหมายในครั้งนี้ นายนิติพันธุ์ ชื่นชอบ ประธานกลุ่ม Spirit of Trailblazer Club ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นวิศวกรอุตสาหการ ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม กล่าว ผมได้ทำการสำรวจและกำหนดเส้นทางการขับขี่ในอำเภอทองผาภูมิ เพื่อให้สามารถทดสอบสมรรถนะของรถ Trailblazer ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสมาชิกในคลับทุกคนต่างพึงพอใจในรถรุ่นนี้ที่สามารถรองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบในทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

Trailblazer เป็นรถเอสยูวีรุ่นล่าสุดของ Chevrolet  ได้รับการผลิตภายใต้ความเชี่ยวชาญจากการพัฒนารถอเนกประสงค์ ซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่การเปิดตัวรถเอสยูวีรุ่นแรกของแบรนด์ หรือ ซับเบอร์แบน แคร์รี่ออล ในปี พ.ศ. 2478 ซึ่งเป็นชื่อรุ่นที่ทำตลาดได้ยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศสหรัฐอเมริกา (ปัจจุบันใช้ชื่อซับเบอร์แบน)

แม้ว่าเจ้าของรถเอสยูวีจะไม่ได้ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดเป็นประจำ แต่บ่อยครั้งที่ต้องขับขี่บนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ ไม่ราบเรียบ หรือเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ยาง ล้อ และชิ้นส่วนช่วงล่าง รวมถึงทำให้ตัวรถเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรเพื่อสร้างความมั่นใจในศักยภาพของ Chevrolet Trailblazer ซึ่งรองรับการขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์ รถเอสยูวีรุ่นนี้จึงได้รับการทดสอบในสนามทดสอบสมรรถนะของ GM ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อหลากหลายขนาด สามารถสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ขับขี่ได้ไปจนถึงขั้นสั่นสะเทือนแชสซี พื้นผิวถนนที่ขรุขระนี้ ช่วยให้วิศวกรพัฒนาการป้องกันแรงสะเทือนที่เกิดกับตัวรถได้ดียิ่งขึ้น และปรับปรุงช่วงล่างเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารด้วยการนั่งขับหรือนั่งโดยสารบนความนิ่มนวลให้มากที่สุด

หลุมบ่อในสนามทดสอบช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญจำลองสถานการณ์การทำงานของตัวรถเมื่อตกหลุมบนถนนทั่วไป GM รวบรวมข้อมูลดังกล่าวมาตลอด 40 ปี และนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาระบบวิศวกรรมของรถยนต์รุ่นใหม่เพื่อให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น สนามทดสอบดังกล่าวมีพื้นผิวถนนหลากหลายรูปแบบ ที่สามารถจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงบนถนนทั่วโลก การทดสอบความทนทานขั้นสูงเช่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การขับขี่บนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ยังรวมถึงพื้นที่ก่อสร้างและสภาพแวดล้อมแบบออฟโรดอื่นๆ อีกด้วย

รถยนต์ Chevrolet ทุกรุ่นทั่วโลกได้ผ่านการทดสอบความทนทานดังกล่าว โดย GM ออกแบบรถ Chevrolet ให้สามารถรองรับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ตกหลุมบนท้องถนน นายชัชวาล จันทเขต ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ GM เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว ข้อมูลที่รวบรวมได้จากการทดสอบขับขี่บนสนามดังกล่าว ช่วยให้สามารถรวบรวมประเภทของแรงกระแทกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อกัน ก่อนนำมาประเมินและปรับปรุงเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

GM พัฒนา Trailblazer ใหม่ ให้มีแชสซีที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมปรับปรุงช่วงล่างใหม่ เสริมโช้คอัพชุดใหม่ และแท่นรองตัวถังใหม่ รวมถึงเหล็กกันโคลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการกระแทกอย่างกะทันหันและหนักหน่วง โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งยังช่วยให้วิศวกรปรับแต่งช่วงล่างได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และลดแรงกระแทกจากการตกหลุมตามถนนขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและควบคุมได้ดีกว่าเดิม

วิศวกรของ GM ทดสอบความทนทานของ Chevrolet Trailblazer ด้วยการจำลองการใช้งานตลอดวงจรชีวิตของรถเอสยูวีรุ่นนี้ โดยสร้างความมั่นใจว่า Trailblazer จะมีมาตรฐานสูงสุด ก่อนที่ฝ่ายวิศวกรจะอนุมัติให้ขึ้นสายการผลิตต่อไป

ทดสอบสมรรถนะ 
ทีมวิศวกรขับขี่รถยนต์อย่างหนักหน่วงกว่าปกติเพื่อจำลองการใช้งานตลอดช่วงอายุของตัวรถ

ทดสอบขับบนสภาพพื้นถนนที่หลากหลาย
ด้วยการขับวนบนพื้นหินที่มีรูปร่างเหมือนพีระมิดยอดตัด ขับบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ผ่านเนินลูกคลื่น ร่องถนน เนินหลังเต่า และพื้นผิวถนนแบบอื่นๆ เป็นเวลาหลายวัน เพื่อทดสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ

อุโมงค์ปรับความชื้น
ทุกชิ้นส่วนของรถจะถูกทำให้เปียกชุ่มในอุโมงค์ปรับความชื้น ซึ่งมุ่งทดสอบความทนทานต่อการกัดกร่อนเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงท่ามกลางอุณหภูมิและความชื้นสูง

อุโมงค์ลมปรับสภาพอากาศ อุโมงค์ดังกล่าวจำลองสถานการณ์และสร้างสภาพแวดล้อมได้ตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นไปจนถึงพายุหิมะ อุณหภูมิสามารถไต่ระดับสูงขึ้นได้ถึง 60 องศาเซลเซียส ด้วยการใช้แสงอาทิตย์จำลองที่มีกำลังไฟฟ้ากว่า 1,155 วัตต์ต่อตารางเมตร และสามารถลดอุณหภูมิลงจนเย็นจัดได้ต่ำกว่า -40 องศาเซลเซียส พร้อมความเร็วลมสูงสุดที่ 241 กม./ชม.


การทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์ 
การทดสอบประเภทนี้สามารถจำลองการขับขี่เมื่อต้องไต่ขึ้นทางลาดชันที่ต้องรับภาระน้ำหนักในสถานการณ์จริง ด้วยการเพิ่มค่าแรงต้านบนแท่นไดนาโมมิเตอร์ เครื่องมือประเภทนี้ยังสามารถจำลองการขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. อีกด้วย

การทดสอบในร่ม
การทดสอบในร่มมีความสำคัญเนื่องจากสามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศภายนอก อีกทั้งยังสามารถจำลองสถานการณ์ซ้ำได้หลายครั้ง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการจราจรบนถนนสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม การทดสอบบนถนนทั่วไปภายใต้สภาพแวดล้อมจริงก็ยังมีความจำเป็น และเทรลเบลเซอร์เองก็ได้ผ่านการทดสอบหลากหลายรูปแบบบนถนนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ท่ามกลางสภาพอากาศในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี

เมื่อใกล้ช่วงเปิดตัว ทีมวิศวกรของ GM ทำการทดสอบครั้งสุดท้ายเพื่อให้มั่นใจว่า ทุกระบบในตัวรถทำงานเต็มประสิทธิภาพ ทุกฟังก์ชันตอบสนองการใช้งานก่อนที่ฝ่ายวิศวกรรมจะอนุมัติเพื่อทำการผลิตและจัดจำหน่ายต่อไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

Chevrolet ทดสอบความแกร่ง PPV-SUV Trailblazer รุ่นปรับปรุง ยกระดับแชสซีปรับปรุงช่วงล่าง จัดโช้คอัพใหม่ แท่นรองตัวถังใหม่ เพิ่มเหล็กกันโคลงใหญ่ขึ้น รองรับการขับขี่ทุกรูปแบบ! 12 มี.ค. 2561 17:58 13 มี.ค. 2561 10:23 ไทยรัฐ