วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถไฟฟ้าแถมโดรน!! Porsche Mission E Cross Turismo 2018

Porsche เผยโฉมรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า Mission E Cross Turismo ในงานมหกรรมยานยนต์ Geneva Motor Show 2018 ด้วยแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ Cross Utility Vehicle (CUV) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เน้นความอเนกประสงค์ สนองตอบการใช้ชีวิตแนวผจญภัยและการเล่นกีฬากลางแจ้ง พร้อมกับการท่องเที่ยวเดินทางอย่างมีสุนทรียภาพด้วยประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive สามารถขับบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะได้อย่างง่ายดาย ศักยภาพในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ภายในห้องโดยสารด้วยการจัดสรรพื้นที่พร้อมติดตั้งจุดยึดรุ่นล่าสุดสำหรับบรรทุกและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์กีฬาได้อย่างสะดวกปลอดภัย เช่น กระดานโต้คลื่นหรือจักรยานเสือภูเขา Porsche e-bike

รถสปอร์ต 4 ประตู 4 ที่นั่งยกสูงรุ่นใหม่คันนี้หมายรวมถึงงานออกแบบที่สะท้อนภาพลักษณ์สไตล์ off-road เช่นเดียวกับอุปกรณ์ภายในที่ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบใหม่ ระบบควบคุมฟังก์ชันการทำงานล้ำสมัย หน้าจอสัมผัสและระบบตรวจจับทิศทางการมอง eye tracking รถยนต์ต้นแบบ Mission E Cross Turismo มีความยาว 4.95 เมตร ได้รับการพัฒนบนพื้นฐานของระบบเครือข่ายชาร์จพลังงาน 800 โวลต์ fast-charge network รองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy storage system

Porsche Mission E Cross Turismo เวอร์ชั่นโชว์ครั้งแรกถูกเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ International Motor Show (IAA) เมื่อปี 2015

งานออกแบบ: บ่งบอกเอกลักษณ์ด้วย DNA ของ Porsche
ฝากระโปรงหน้าที่เทลาด โป่งซุ้มล้ออันแสดงถึงพลัง รูปโฉมด้านหน้าของ Porsche Mission E Cross Turismo ถ่ายเทรู้สึกด้วยความคมชัดในอัตลักษณ์ความเป็นที่สุดของรถสปอร์ตระดับตำนานจากรุ่น 911 ช่องรับอากาศตรงสปอยเลอร์หน้าที่วางตัวในแนวนอน หรือ air curtains หนึ่งในงานออกแบบที่โดดเด่นเฉพาะตัวไฟหน้า Matrix LED นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสง่างามและดุดัน ระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ 4 ลำแสง หรือ Porsche four-point daytime running lights ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เฉียบคมยิ่งขึ้น


กระจกโคมไฟแบบ three-dimensional glass กระจายลำแสงทั้ง 4 ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด พร้อมไฟเลี้ยว four-point indicator แบบใหม่ล่าสุด ให้กำลังในการส่องสว่างด้วยความกระจ่างชัดเจนจากไฟหน้าประสิทธิภาพสูง Porsche X-Sight high-performance full beams เสริมภาพลักษณ์สมบุกสมบันสไตล์ Off-road จากชิ้นส่วนตัวถังที่ออกแบบโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นปิดซุ้มล้อและธรณีประตูทั้ง 4 ชุดสปอยเลอร์หน้าและชายกันชนหลัง สอดรับกับระดับความสูงใต้ท้องรถที่ได้รับการปรับให้เพิ่มขึ้นเพื่อการขับลุยทางวิบาก 

รูปทรงโดยรวมของ Porsche Mission E Cross Turismo ออกแบบให้แนวหลังคาสไตล์สปอร์ตมีความโค้งมนลาดเอียงเป็นทรงลิ่มจากหัวจรดท้ายซึ่งเป็นการออกแบบที่ได้รับคำนิยามจากดีไซเนอร์ของ Porsche ว่า “flyline” สะท้อนให้เห็นถึงตัวถังด้านท้ายรถที่ใกล้เคียงกับ Porsche Panamera Sport Turismo แนวกระจกประตูทั้ง 4 มีความคลาสสิกของรถยนต์ Porsche โป่งล้อขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องมายังซุ้มล้อคู่หน้า ขนาบด้วยช่องระบายอากาศที่ให้มุมมองแบบ 3 มิติ มิติความกว้างตัวถังถึง 1.99 เมตร สเกิร์ตข้างตัวถังสไตล์ Off-road พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสมรรถนะสูงกึ่งออฟโรดขนาด 275/40 R 20

รถต้นแบบ Porsche Mission E Cross Turismo 2018 ได้รับการพ่นสีพิเศษ Light Grey Metallic มอบสัมผัสของรถสปอร์ตคลาสสิกจากเยอรมัน ชุดสปอยเลอร์หลังคาและแผงไฟท้ายแบบคาดขวาง กลายเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับ Porsche ยุคใหม่ ติดตั้งสัญลักษณ์ตัวอักษร Porsche เรืองแสงสีขาวสะท้อนแสงแบบ 3 มิติ ตำแหน่งอักษร “E” ในคำว่า “Porsche” จะกระพริบเป็นจังหวะในขณะทำการชาร์จพลังงาน สร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้ครอบครอง กระจกหลังคา panoramic glass roof ขนาดใหญ่ วางตัวต่อเนื่องจากกระจกบังลมหน้าจนจรดฝากระโปรงท้าย ให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารปลอดโปร่งสะดวกสบาย

Porsche Mission E Cross Turismo คือรถยนต์ที่ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ ตัวแทนของยนตรกรรมสปอร์ตสไตล์ทัวริ่งของสายการผลิตจาก Porsche ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถด้านการขับใช้งานในรูปแบบ crossover-utility ให้มีความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับทุกการเดินทาง ตอบรับภารกิจประจำวันและการใช้ชีวิตแนวโลดโผนผจญภัย ปราดเปรียวในสภาพการจราจรเมื่อขับในเมืองใหญ่ หรือถนนที่มีความทุรกันดาร Mission E เวอร์ชั่น crossover เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่นิยมชมชอบความตื่นเต้นเร้าใจจากกิจกรรมและกีฬากลางแจ้ง ด้วยขนาดความสูงใต้ท้องรถที่มากกว่ารถสปอร์ตทุกรุ่น จุดยึดที่ติดตั้งบริเวณพนักพิงของเบาะนั่งคู่หลังแบบแยกอิสระทั้งสองจุด เหมาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความยาวมากกว่าปกติ เช่น อุปกรณ์สกี พนักพิงหลังสามารถปรับพับในแนวราบเสมอกับพื้นห้องเก็บสัมภาระซึ่งได้รับการติดตั้งระบบ รางยึดสัมภาระพร้อมเข็มขัดรัดแบบปรับระดับและตำแหน่งได้ สามารถเก็บรักษาอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยจากการกระทบกระแทก ผู้โดยสารของ Mission E Cross Turismo ยังได้รับประโยชน์ในกรณีที่ใช้งานร่วมกับรถจักรยาน Porsche e-bike จากแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงของรถที่รองรับสิงห์นักปั่นได้อย่างเต็มที่ เป็นแนวทางการพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ที่มอบความสะดวกสบายด้วยงานออกแบบ นวัตกรรมเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะของยานพาหนะล้ำอนาคต

ห้องโดยสาร: สัมผัสอันแตกต่างด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบา
ภายในห้องโดยสารนำเสนอบรรยากาศคลาสสิกด้วยวัสดุคุณภาพสูง ตามธรรมเนียมปฏิบัติอันยาวนานของ Porsche ความทันสมัยจากการยกระดับเข้าสู่โลกแห่งดิจิทัล ชุดแผงหน้าปัทม์ติดตั้งตามแนวขวางตลอดความกว้างของตัวรถ ประกอบด้วยกรอบหน้าปัดทรงปีกแยกตำแหน่งด้านบนและด้านล่างคอนโซลหน้า จัดวางในแนวตั้งด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พิเศษสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า แผงควบคุมทรงโค้งโอบล้อมที่นั่งคนขับเพื่อความสะดวกในการใช้งาน แผงหน้าปัดแบบวงกลม 3 วงภายในบรรจุหน้าจอแสดงผล TFT คอนโซลกลางระหว่างเบาะนั่งคู่หน้าวางตัวต่อเนื่องในระดับความสูงเท่ากับคอนโซลหน้า ระบบไฟภายในห้องโดยสาร ambient lighting และ indirect lighting

งานออกแบบและวัสดุภายในห้องโดยสารสัมผัสได้ถึงโครงสร้างน้ำหนักเบา แผงคอนโซลหน้าและเบาะนั่งสไตล์สปอร์ต รูปทรงเดียวกับเบาะนั่ง bucket-type ในรถแข่ง พร้อมสัญลักษณ์ตัวอักษร Porsche เรืองแสง แผงประตูผลิตด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ให้พื้นผิวสัมผัสแบบ 3 มิติ ชิ้นงานตกแต่งรายรอบห้องโดยสารพ่นสี Anodised มันวาว กรอบช่องลมระบบปรับอากาศหรือชุดสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าที่สวยหรูจากสีน้ำเงิน Nordic Blue สร้างความแตกต่าง อย่างมีชั้นเชิงสไตล์ two-tone ตัดกันอย่างลงตัวกับหนังแท้ Aniline สีดำและสีเทาอ่อน

ขุมพลัง
สมรรถนะจากระบบ e-performance กำลังสูงสุดมากกว่า 600 แรงม้า
มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงจำนวน 2 ชุด ให้กำลังสูงสุดกว่า 600 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) ส่งผลไปถึงอัตราเร่งที่รวดเร็ว จากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ Mission E Cross Turismo ใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 3.5 วินาที โดยพุ่งทะยานแตะความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 12 วินาที สมรรถนะดังกล่าวเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพการถ่ายทอดกำลังที่ต่อเนื่องซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จังหวะเร่งออกตัวที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยปราศจากการสูญเสียกำลังในระบบขับเคลื่อน แรงบิดที่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมระบบ Porsche Torque Vectoring รับหน้าที่กระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 และส่งลงไปยังพื้นถนนอย่างอิสระ

ระบบรองรับ
ช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ Adaptive air suspension 
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ all-wheel steering ให้ความแม่นยำเที่ยงตรง เพิ่มเสถียรภาพในการบังคับควบคุมให้แก่ตัวรถ ในขณะที่ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension รับหน้าที่ในการปรับตั้งความสูงของใต้ท้องรถให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 50 มิลลิเมตร ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญซึ่งมีบทบาทหลักในการเสริมสร้างความมั่นคงจากเสถียรภาพในการเคลื่อนที่ทั้งในแนวระดับและการโคลงตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยลด การโยนตัวขึ้นลงเมื่อขับขี่บนเส้นทางขรุขระเป็นหลุมบ่อ

หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง
ระบบควบคุมและแสดงผลใน Porsche Mission E Cross Turismo คือแนวคิดในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานของรถผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงรุ่นล่าสุด เป็นตัวอย่างของอุปกรณ์การทำงานพร้อมระบบสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ หน้าจอแสดงผลแบบ head-up display ถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญไปยังผู้ขับขี่ในตำแหน่งระดับสายตา ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนสมาธิ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในยานพาหนะเข้าถึงโลกแห่งการสื่อสารได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ข้อมูลและระบบควบคุมที่มีความสำคัญในระดับสูง 
1.หน้าจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่พร้อมระบบตรวจจับทิศทางการมอง eye-tracking
ชุดแผงหน้าปัดแบบวงกลม 3 วงซ้อนกัน รับหน้าที่ในการสื่อสารกับผู้ขับขี่ด้วยข้อมูลที่ได้รับผ่านระบบ Porsche Connect ข้อมูลของสมรรถนะตัวรถ ข้อมูลของระบบขับเคลื่อน พลังงานที่ใช้และชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono ระบบ eye-tracking system ตรวจจับทิศทางการมองเห็นของผู้ขับขี่ด้วยกล้องที่ติดตั้งภายในกระจกมองหลัง เพื่อรับรู้ถึงแนวสายตาของผู้ขับขี่ที่จ้องไปยังตำแหน่งต่างๆ หลังจากนั้นหน้าจอที่ผู้ขับขี่ให้ความสนใจจะได้รับการเคลื่อนย้ายมาอยู่ด้านหน้า ในส่วนของหน้าจออื่นจะถูกลดระดับความสำคัญลงด้วยการย้ายไปอยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหน้าจอ แสดงผลทั้งหมดได้จากสวิตช์ smart-touch controls ซึ่งติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย

2.หน้าจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสาร
หน้าจอดังกล่าวจะถูกติดตั้งเยื้องไปทางฝั่งของผู้โดยสาร เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทางของคุณสนุกสนานไปกับการเลือกใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลายผ่านระบบ eye-tracking และระบบสัมผัสได้ตามความ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงฟังก์ชันของแหล่งรายการเพื่อความบันเทิง ระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบปรับอากาศ และการติดต่อสื่อสาร

3.แผงคอนโซลกลางควบคุมด้วยระบบสัมผัส พร้อมเมนูแสดงข้อมูลการทำงานโดยละเอียด

4.หน้าจอสัมผัสขนาดเล็ก
หน้าจอดังกล่าวได้รับการติตตั้งไว้บริเวณชุดสวิตช์ควบคุมการทำงานของ window regulator modules (สำหรับการปรับตำแหน่งและฟังก์ชั่นการทำงานของเบาะนั่ง) บริเวณช่องลมของระบบปรับอากาศ ทั้งมุมด้านขวาและด้านซ้ายของแผงคอนโซลหน้า สามารถปรับระดับความแรงของลมได้ด้วยการลากนิ้วมือไปทาง ซ้ายและขวาของหน้าจอ ห้องโดยสาร “smart cabin” เน้นความสะดวกสบายและง่ายดายในการควบคุมฟังก์ชันการทำงาน การปรับตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ ระบบปรับอากาศและไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารสามารถเลือกใช้ตามความต้องการในรูปแบบเฉพาะตัวของผู้ขับหรือตั้งค่าการทำงานแบบอัตโนมัติตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ผู้ขับสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายรวมทั้งปรับแต่งค่าการทำงานต่างๆ แม้ไม่ได้อยู่ภายในตัวรถ การกำหนดฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดของระบบปรับอากาศ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม ผ่านอุปกรณ์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ หรือนาฬิกา smartwatch

DestinationsApp ผู้ช่วยส่วนตัว
ระบบ Porsche Connect รองรับบริการด้านเครือข่ายดิจิทัลและแอปพลิเคชันกว่า 20 รายการ Mission E Cross Turismo ได้รับการติดตั้ง DestinationsApp เพื่อเป็นชุดสาธิตในการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากการใช้งานรถยนต์ร่วมกับฐานข้อมูลดิจิทัล ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

แอปพลิเคชันดังกล่าวช่วยวางแผนการเดินทางตลอดระยะเวลาสุดสัปดาห์ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายเพียงไม่กี่ขั้นตอนด้วยโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันช่วยแนะนำสถานที่หรือจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในระหว่างการเดินทาง จัดการจองที่พัก รวมไปถึงจัดตารางการเดินทางตลอดทริป ทั้งจุดแวะพัก ร้านอาหาร และสถานที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการหรือ สนามกีฬา ผู้ขับสามารถเลือกปรับตั้งการทำงานของระบบช่วงล่าง Mission E Cross Turismo ให้สอดคล้องกับเส้นทางที่วางแผนใช้ผ่าน DestinationsApp เช่นเดียวกับการเลือกเพลง ปรับตั้งระบบปรับอากาศ และระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่เหมาะสมกับบรรยากาศในระหว่างการขับขี่

ระบบชาร์จพลังงาน
โครงสร้างระบบไฟฟ้าแรงเคลื่อน 800 โวลต์ แบตเตอรี่ lithium-ion จะได้รับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถขับเดินทางด้วยระยะทางสูงสุดประมาณ 400 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC) การชาร์จไฟภายในเวลาเพียง 15 นาที รถยนต์ต้นแบบคันนี้สามารถรองรับระบบชาร์จพลังงานที่หลากหลาย เช่น ในระหว่างการเดินทาง หรือการชาร์จภายในที่พักอาศัย ระบบชาร์จไฟฟ้าออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่าย fast-charging network ซึ่งกำลังจะเปิดใช้งานในทวีปยุโรปผ่านสัญญาความร่วมมือพัฒนาของบริษัท IONITY เมื่อเข้ารับ บริการในสถานีชาร์จพลังงานที่อยู่ในโครงการ Mission E Cross Turismo สามารถชาร์จผ่านเทคโนโลยีเหนี่ยวนำไร้สาย เช่นเดียวกับการชาร์จด้วย charging dock หรือระบบ Porsche home energy storage management system และเลือกติดตั้งระบบ photovoltaic system สำหรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

Porsche Mission E Cross Turismo รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง แรงและประหยัด ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่ 12 มี.ค. 2561 13:42 12 มี.ค. 2561 20:14 ไทยรัฐ