วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ดีแคลร์ของมีค่าติดตัวจริงหรือ?

เปิดอกกรมศุลกากรแจงไม่ต้องดีแคลร์นาฬิกา กล้องถ่ายรูปและโน้ตบุ๊ก หลังถูกถล่มในโลกโซเชียลมีเดีย ยันประกาศ 60/2561 ถูกต้องตามหลักสากล แต่ขอปรับปรุงการใช้ภาษาให้ถูกต้องและชัดเจน

จากกรณีโลกสังคมโซเชียลมีเดียออกแสดงความเห็นและวิจารณ์ประกาศของกรมศุลกากรที่ 60/2561 เรื่อง “การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนทางอากาศยาน” ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนไทยที่มีของมีค่านำติดตัวไปด้วย เช่น นาฬิกา กล้องถ่ายวีดิโอ กล้องถ่ายรูปและคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (โน้ตบุ๊ก) ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ง่ายๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว เพราะต้องนำสิ่งของมีค่าเหล่านั้น มาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร (Declare) หรือดีแคลร์ ที่สนามบินก่อนเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง

แตกต่างจากในอดีตที่ผู้โดยสารไม่ต้องดีแคลร์แต่อย่างใด ทำให้เรื่องดังกล่าว กลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่เดือดร้อนไปทั่ว เนื่องจากการเดินทางเพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินในแต่ละครั้ง นอกจากจะต้องฟันฝ่าการจราจรที่ติดขัดไปแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารถแท็กซี่ ค่าน้ำมันรถแล้ว ยังต้องเผื่อระยะเวลาในการเดินทางไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากนักเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นและยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อีก ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองแออัดมากขึ้นทุกๆวัน

ดังนั้น เมื่อประกาศของกรมศุลกากรถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้เกิดความตื่นตระหนก และข้อสงสัยว่า ทำไมกรมศุลกากรจึงประกาศเรื่องการดีแคลร์สินค้ามีค่านำติดตัวออกนอกประเทศ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่งผลให้เก้าอี้อธิบดีกรมศุลกากร (กุลิศ สมบัติศิริ) ร้อนขึ้นมาทันทีจนต้องออกมาชี้แจงด้วยตนเองเพื่อลด
กระแสความเข้าใจที่ผิดๆ

โดยอธิบดีกรมศุลกากรยืนยันว่า ประกาศศุลกากรที่ 60/2561 เป็นประกาศที่ถูกต้องตามหลักการ แต่เนื้อหาสาระของประกาศฉบับนี้ “ไม่ใช่เรื่องใหม่” เนื่องจากหลักการของกฎหมายตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ.2496 ได้ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.2560 เป็นต้นไป ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการยังคงมีผลในทางปฏิบัติ จึงต้องออกประกาศกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว

สำหรับเนื้อหาของประกาศฉบับดังกล่าว อธิบดีกรมศุลกากร ยืนยันว่า “ไม่ได้มีการกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนต้องนำสิ่งของไปดีแคลร์ แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่มีสิ่งของมีค่าต้องนำไปต่างประเทศด้วย”

เช่น นักธุรกิจนำนาฬิกาหรูราคาแพง 40-50 เรือนไปแสดงโชว์ต่างประเทศ หรือนำทองคำ เครื่องประดับอัญมณี 20-30 เส้น มูลค่าหลายสิบล้านบาท ไปแสดงนิทรรศการต่างประเทศแล้วเกรงว่า หากนำของดังกล่าวกลับเข้าประเทศอาจถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบและถูกตั้งข้อสงสัยว่าสินค้าเหล่านั้น เป็นของที่ซื้อมาจากต่างประเทศและต้องเสียภาษีอากร ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาหรือเกิดความยุ่งยากในการหาหลักฐานมาประกอบคำชี้แจง

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้นักธุรกิจ และผู้โดยสารไปพบกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อบันทึกรายการสิ่งของต่างๆ เอาไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าว “ไม่ได้เป็นการบังคับ และไม่มีบทลงโทษผู้โดยสาร”

อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ไขปัญหาให้จบลงด้วยดี กรมศุลกากรพร้อมที่จะปรับปรุงการใช้ภาษาที่คลุมเครือให้มีความชัดเจนและถูกต้องมากขึ้นต่อไป แต่จะไม่แก้ไขในหลักการของกฎหมาย เพราะถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักสากล

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมศุลกากร ณ ด่านสนามบินสุวรรณภูมิพบว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2560 จนถึงต้นเดือน มี.ค.2561 มีผู้โดยสารดีแคลร์ของมีค่าติดตัวเพียง 80 คนเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับและอัญมณีที่นำไปขายหรือแสดงโชว์ในต่างประเทศ

ขณะที่ประชาชนผู้โดยสารทั่วไป นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจผู้โดยสารสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ไม่มีการดีแคลร์เลย โดยตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้โดยสารดีแคลร์แม้แต่รายเดียว

แสดงให้เห็นว่า ประชาชนที่เดินทางจริงๆ ไม่ได้ตื่นตระหนกข่าวโซเชียลมีเดียมากนัก โดยเฉพาะคนที่เดินทาง บ่อยๆ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มานานแล้ว

ขณะที่การกระทำความผิดของผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ โดยซื้อสินค้ามีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด ด่านสุวรรณภูมิยังคงจับกุมได้ทุกวัน โดยสินค้าที่จับกุมได้บ่อยและมากที่สุดคือ นาฬิกา และกระเป๋าหรูราคาแพง

ส่วนสินค้าที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ที่สนามบิน ยังคงฝากสินค้าไว้ได้เหมือนเดิม แต่ราคาสินค้ารวมกันต้องไม่เกิน 20,000 บาท ยกเว้นสุราที่ต้องจำกัดปริมาณคือ ไม่เกิน 1 ลิตร และบุหรี่ไม่เกิน 200 มวน.

วรรณกิจ ตันติฉันทะวงศ์

เปิดอกกรมศุลกากรแจงไม่ต้องดีแคลร์นาฬิกา กล้องถ่ายรูปและโน้ตบุ๊ก หลังถูกถล่มในโลกโซเชียลมีเดีย ยันประกาศ 60/2561 ถูกต้องตามหลักสากล แต่ขอปรับปรุงการใช้ภาษาให้ถูกต้องและชัดเจน... 12 มี.ค. 2561 09:03 12 มี.ค. 2561 09:03 ไทยรัฐ