วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


MAZDA 2 ดันยอดทะลุพา MAZDA SALES THAILAND โต 65%

Mazda สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ยอดสูงสุดขายทะลุ 5,400 คัน ครองส่วนแบ่งในตลาดสูงถึง 7.1% จากกระแสความร้อนแรงและผลตอบรับจากลูกค้าแบบฉุดไม่อยู่ในรถทุกรุ่น โดยเฉพาะ Mazda 2 ขึ้นครองอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็กเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน เคียงคู่มากับความสำเร็จของ Mazda CX-5 ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการบุกหนักด้านสื่อสารทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เดินหน้าปรับปรุงการบริการหลังการขายและโชว์รูมใหม่ที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เข้ามาใช้บริการ ทำให้ยอดขาย 2 เดือนแรกเติบโตต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Mazda Sales Thailand ที่ลูกค้าให้การตอบรับเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งานจริงและเกิดการบอกต่อ

กระแสความนิยมของรถยนต์พรีเมียมสัญชาติญี่ปุ่น แบรนด์ Mazda ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องเล็กสุดอย่าง Mazda 2 ที่ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขาย จำนวน 3,448 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 84% ครองแชมป์อันดับหนึ่งในเซกเมนต์รถยนต์นั่งขนาดเล็กรวมกับอีโคคาร์สองเดือนติดต่อกันได้สำเร็จ

ส่วนอีกรุ่นที่มาแรงไม่แพ้กันกับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ที่ยังคงตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า กับรถอเนกประสงค์ SUV All New Mazda CX-5 จำนวน 752 คัน มีอัตราการเติบโตมากที่สุดถึง 231% ส่วนรถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Mazda CX-3 จำนวน 333 คัน เพิ่มขึ้น 52% รถปิกอัพ Mazda BT-50 PRO มียอดขายเพิ่มขึ้น จำนวน 477 คัน เพิ่มขึ้น 8% ส่วน Mazda 3 ยอดขายอยู่ที่ 391 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถ Mazda ทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ปิดตัวเลขอยู่ที่ 5,401 คัน หรือเติบโตสูงถึง 65% ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในด้านยอดขายรวมที่เติบโตสูงสุดในรอบสามปี

ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท Mazda Sales Thailand กล่าวว่า Mazda กำลังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจจนมาถึงวันนี้ที่ Mazda ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 7.1% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Mazda ผมมีความภูมิใจที่เราได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์ Mazda นั้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีของรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยี Skyactiv เทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน และยังเป็นรถยนต์ที่ขับสนุก รวมถึงการออกแบบที่ล้ำสมัยตามแบบฉบับ KODO Design

นอกจากนี้ Mazda ยังได้เร่งการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด หรือ Mazda Corporate Identity ที่มีความหรูหรา สะดวกสบาย พร้อมให้บริการลูกค้าเกินกว่าที่คาดหวังไว้ ส่งผลให้วันนี้ Mazda กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะ Mazda 2 ขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน

ชาญชัย ตระการอุดมสุข ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยปี 2561 มีแนวโน้มสดใสขึ้น หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลมองว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP จะขยายตัวที่ 3.8% สำหรับทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2561 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 37.8 ล้านคน ขยายตัวประมาณร้อยละ 7.0 จากปี 2560 ซึ่งปัจจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ การขยายเส้นทางการบินของธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายเส้นทางการบินของไทยที่เชื่อมไปยังเมืองรองของจีน เป็นต้น และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดของประเทศไทย
สอดคล้องกับผลงานการวิจัยและจัดอันดับจากสถาบัน เจ.ดี. พาวเวอร์ ได้พิจารณารางวัล APEAL หรือ Automotive Performance, Execution and Layout ซึ่งได้สำรวจเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้ซื้อรถคันใหม่ในช่วงระยะเวลา 90 วันจากการได้เป็นเจ้าของ และในครั้งนี้รถที่ครองอันดับหนึ่งในหัวใจของผู้บริโภค คือ SUV Crossover Mazda CX-3

การสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้เบื้องต้นโดยคำนึงถึง 5 ปัจจัย อันได้แก่

1. การวางแผนผลิตภัณฑ์ โดยคำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ พิจารณาถึงการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

3. คุณภาพของผลิตภัณฑ์ พิจารณาด้านการปรับปรุงและพัฒนายานพาหนะที่ใช้ในปัจจุบัน

4. การขายและการตลาด

5. รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ โดยพิจารณาถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ที่พนักงานขายควรให้ความสนใจ

จุดประสงค์ของ APEAL นั้น เป็นการศึกษาถึงความน่าดึงดูดใจและความพึงพอใจของเจ้าของที่มีต่อรถยนต์คันใหม่ในหลากหลายด้าน ซึ่งความหมายของคำว่าคุณภาพนั้นมิใช่พิจารณาเรื่องข้อผิดพลาด หรือการออกแบบที่ล้มเหลวเท่านั้น แต่รวมถึงการออกแบบ สมรรถนะ และประโยชน์ใช้สอยด้วย

ในภาพรวมของแบรนด์ Mazda สามารถทำคะแนนรวมได้ 906 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ขึ้นแท่นอันดับที่ 5 ในปี 2560 ถือเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพด้านความพึงพอใจที่ Mazda มอบให้ลูกค้า ตอกย้ำจุดแข็งเรื่อง Feel the passion หรือการเน้นในเรื่องบริการหลังการขาย

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด แสดงความเห็นว่า Mazda มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทุกปีในเรื่องของการส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาด ทั้งในเรื่องของสื่อออนไลน์ สื่อออฟไลน์และสื่อดิจิตอล โดยในปีนี้ได้ทำกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องและเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเข้าถึงความต้องการและการรับรู้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านทาง Mazda Digital platform ทั้งช่องทางของเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ที่จะรวมเอาข้อมูลของแบรนด์ Mazda

สำหรับผู้ที่สนใจและกลุ่มผู้ใช้รถ Mazda สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้ รวมถึงการใช้ Content-based Marketing ที่ให้เกิดความสนใจและตอบสนองความสนใจของผู้บริโภคได้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดของ Mazda 2 ที่เน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยเริ่มต้นทำงานที่มีไลฟ์สไตล์ที่สนุกเร้าใจในแบบที่ไม่ซ้ำทางใคร มีกิจกรรมท้าทายแบบใหม่ๆ ที่มีพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่นชอบความสนุกเร้าใจ ผ่านสโลแกน “เร้าใจไม่เคยหยุด” นอกจากนี้ เรายังสื่อสารผ่านช่องทางของสื่อสิ่งพิมพ์ สปอตโฆษณาทางวิทยุ โฆษณาสื่อกลางแจ้ง สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (P.O.P.) โฆษณาทางสื่อออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างๆ และสื่อของ Mazda เอง เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

Mazda 2 ขายดิบขายดีพลิกโฉมประวัติศาสตร์ด้านยอดขายของ Mazda โตขึ้น 65% ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ 7.1% 9 มี.ค. 2561 14:39 12 มี.ค. 2561 10:29 ไทยรัฐ