วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่านสนช.ฉลุย กม.ส.ว.-ส.ส. ปชป.ดักคออย่าตุกติก

พท.ยังหวั่นยื่นตีความ เด้งแล้ว‘พ.อ.นิ้วกลาง’

ก.ม.ลูกเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้าย สนช.ยกมือผ่านฉลุยท่วมท้น ทักท้วงพอเป็นพิธี ไม่มีรายการคว่ำตามคำ “บิ๊กตู่” สมคิดเชื่อ ก.ม.ลูก ส.ว.ไม่มีปมขัด รธน. “นิพิฏฐ์” ดักคออย่าเล่นตุกติกย้อนแย้งยื่นศาล รธน.ตีความ เพราะแทบไม่มีคนยกมือค้าน “พงศ์เทพ” ยังไม่วางใจ หวั่นชนวนระเบิดไปเกิดที่ศาล รธน. พท.ท้า “บิ๊กตู่” เปิดหน้าประกาศชิงนายกฯ ตั้งพรรคเสนอตัว นปช.ไม่มีเวลาคิดตั้งพรรคเพราะคดีพันตัว “มาร์ค” ย้ำจุดต่าง ปชป.-กปปส. รับต้องทบทวน 10 ปีที่ล้มเหลว มทภ.3 เซ็นแล้วย้ายพันเอกนิ้วกลาง

กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้าย ซึ่งมีผลพวงต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง เข้าสู่การ พิจารณาของ สนช. ท่ามกลางการจับตาเชิงดักคอของบรรดาพรรคการเมืองว่าจะมีรายการคว่ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สุดท้าย สนช.มีมติผ่านทั้ง 2 ฉบับท่วมท้น สอดคล้องกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุก่อนหน้านี้

สนช.ถก ก.ม.ลูกเลือกตั้ง ส.ส.

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้พิจารณาทบทวนแก้ไขเสร็จแล้ว นายวิทยา ผิวผ่อง ประธานกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้รายงานเนื้อหาที่ กมธ.ได้ทบทวนเสร็จแล้วให้ที่ประชุม สนช.รับทราบ มีสาระสำคัญ อาทิ การแก้ไขมาตรา 35 เรื่องการตัดสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและรองผู้บริหารท้องถิ่น แก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มาตรา 73 การห้ามจัดแสดงมหรสพและงานรื่นเริงระหว่างการหาเสียง

ท้วงแหลกตัดสิทธิ ขรก.การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่ถูกทักท้วงจาก กมธ.ร่วมเสียงข้างน้อยและสมาชิก สนช.คือ การจำกัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแก้ไขว่า กรณีข้าราชการการเมือง และรองผู้ บริหารท้องถิ่น ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งทันที จากเดิมที่ตัดสิทธิแค่เฉพาะการได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและรองผู้บริหารท้องถิ่นเท่านั้น โดยนายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กมธ.ร่วมเสียงข้างน้อยระบุว่า มติ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายที่ตัดสิทธิการห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการ เมือง ไม่ใช่แค่จำกัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ยังไปจำกัดอำนาจของผู้มีสิทธิแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองด้วย ถือว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ขณะที่นายกล้านรงค์ จันทิก สนช.อภิปรายว่า การที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายไปตัดสิทธิ ข้าราชการการเมืองต้องพ้นจากตำแหน่งทันที หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะเกิดปัญหาการเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันหรือไม่ เพราะมาตรา 35 (2) ระบุว่า กรณี ส.ส. และ ส.ว.ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิเพียงแค่การรับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.เท่านั้น แต่ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติได้

แต่ลงมติผ่านฉลุยไร้เสียงต้าน

นายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. อภิปรายว่า สิ่งที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายไปแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการตัด สิทธิการดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เขียนแบบนี้เหมือนได้คืบเอาศอก ทำเหมือนคนพวกนี้เป็นอาชญากร อย่างไรก็ตามนายสมชาย แสวงการ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะอยากให้เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ยืนยันว่าไม่เป็นการขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หลังจากที่สมาชิก สนช.ได้อภิปรายแสดงความเห็นครบถ้วนแล้ว ที่ประชุม สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7

แจงแก้บทเฉพาะกาลปรับ ก.ม. ส.ว.

จากนั้นเวลา 12.30 น. ที่ประชุม สนช.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวพิจารณาเสร็จแล้ว มีการปรับแก้ไขประเด็นสำคัญได้แก่ การแก้ไขบทเฉพาะเรื่องการลดจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัคร ส.ว.จาก 20 กลุ่มเหลือ 10 กลุ่ม การแบ่งผู้สมัครออกเป็น 2 ประเภทคือ ผู้สมัครอิสระและการเสนอชื่อโดยองค์กร การเปลี่ยนวิธีเลือก ส.ว.จากการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพเป็นเลือกกันเองในกลุ่มวิชาชีพเดียวกัน โดยให้มีผลบังคับใช้เฉพาะ 5 ปีแรก หลังจากพ้น 5 ปีแล้ว ให้กลับไปยึดเนื้อหาตามร่างเดิมที่ กรธ.เสนอมา โดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธาน กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กล่าวว่า การลดจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัคร ส.ว.เหลือ 10 กลุ่มนั้น เนื่องจากมาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดจำนวนกลุ่มการสมัครไว้ เพียงแค่บัญญัติกว้างๆ ให้มีการแบ่งกลุ่ม ส่วนจะแบ่งเป็นกี่กลุ่มเป็นเรื่องที่ต้องไประบุในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะที่การเลือกไขว้นั้น รัฐธรรมนูญเขียนในทำนองว่า อาจใช้วิธีการอื่นใดหรือวิธีเลือกไขว้ก็ได้ ดังนั้นจึงไม่มีประเด็นขัดรัฐธรรมนูญ

การันตีมี ส.ว. 2 ประเภทไม่ขัด รธน.

นายสมคิดชี้แจงว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสามารถเขียนบทเฉพาะกาลที่แตกต่างไปจากบทหลักในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ ไม่มีปัญหา ถ้าดูบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจะพบว่า ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลก็มีเรื่องแตกต่างจากไป ส.ว.ตามบทหลักในรัฐธรรมนูญเช่นกัน เช่น จำนวน ส.ว. ในบทหลักให้มี 200 คน แต่ตามบทเฉพาะกาลให้มี 250 คน เป็นต้น ส่วนการกำหนดการแบ่ง ส.ว.เป็น 2 ประเภทคือ 1.สมัครอิสระ 2.หน่วยงานเสนอชื่อมานั้น กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายเห็นว่า ถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ยังคงเป็นการสมัครเองของบุคคลตามเดิมไม่ว่าจะในนามอิสระหรือองค์กรนิติบุคคล อีกทั้งรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า วิธีการเลือก ส.ว.ในวาระเริ่มแรกให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าการแบ่ง ส.ว.เป็นสองกลุ่มจะทำให้ได้ ส.ว.มีคุณภาพ ทำงานสอดคล้องบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแบ่งบทหลักกับบทเฉพาะกาลของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ส่วน จึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

เห็นชอบท่วมท้นผ่าน ก.ม.ลูก ส.ว.

ขณะที่นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร สมาชิก สนช. อภิปรายว่า การแบ่ง ส.ว.เป็นสองกลุ่มตามมาตรา 92/2 คิดว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 107 มีเจตนารมณ์ให้ประชาชนทุกคนสามารถสมัคร มีโอกาสรับการคัดเลือกเป็น ส.ว. แต่การสมัครผ่านองค์กรนิติบุคคล ปรากฏว่าในกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขของการมีสิทธิเสนอชื่อ ส.ว.ขององค์กรนิติบุคคล เช่น ต้องเป็นองค์กรที่จดทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี คนที่สมัครกับองค์กรต้องเป็นสมาชิกองค์กร และต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการด้วย เป็นต้น ดังนั้น การสมัครตามช่องทางนี้ไม่สอดคล้องแนวคิดการให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิสมัครได้ จึงควรนำเรื่องนี้ออกไป เพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ ไม่ต้องมาตีความให้สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะถ้าขัดรัฐธรรมนูญ จะเกิดปัญหาในอนาคต สนช.ต้องมารับผิดชอบร่วมกัน ควรทบทวนเรื่องนี้ จากนั้นที่ประชุม สนช.ลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 ให้นำกฎหมายเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

“นิพิฏฐ์” ดักคอยื่นศาล รธน.ส่อตุกติก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.มีมติโหวตผ่านกฎหมายลูกหมวดเลือกตั้งทั้งสองฉบับว่าไม่แปลกใจอะไร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ส่งสัญญาณว่ากฎหมายนี้จะผ่าน มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น เพราะเมื่อต้นธารของแม่น้ำห้าสายกำหนดว่าจะไหลไปทางไหน แม่น้ำสายรองก็ต้องไปทางนั้น ส่วนจะมีการยื้อเวลาโดยการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่อย่างไรนั้น ส่วนตัวไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องส่งไปให้ศาลตีความอีก เพราะเสียง สนช.ส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย หากมี สนช.กลุ่มหนึ่งรวมรายชื่อได้ 1 ใน 10 หรือราว 20 คนขึ้นไปส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็แสดงว่ามีสิ่งผิดปกติ ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เนื่องจากในการโหวต สนช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนั้นกฎหมายทั้งสองฉบับนี้น่าจะมีผลบังคับใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด คงไม่มีเกมยื้ออีกแล้ว หลังจากนี้จะเกิดอภินิหารอะไรขึ้นอีกตนไม่สามารถรู้ได้ เพราะเป็นคนปกติไม่มีอภิญญาจึงไม่สามารถกำหนดรู้ได้ว่าจะมีเหตุใดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้ที่มีอภิญญาสูงส่งเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างเหตุอภินิหารต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้ ต้องรอจับตาต่อไป

“พงศ์เทพ” หวั่นจุดระเบิดที่ศาล รธน.

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี สนช.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น ไม่แน่ใจว่าการยกมือโหวตเป็นไปตามความคิดของสมาชิกแต่ละคนหรือไม่ เพราะหลายครั้งไม่น่าเป็นอย่างนั้น มีการให้แนวทางไว้ก่อนหรือไม่ วันนี้ก็มีการพูดถึงประเด็นการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในกฎหมายลูก ส.ว. ซึ่งต้องจับตาดูว่าอาจมีการวางระเบิดเวลาไว้ในกฎหมาย เพราะรู้ว่าหากส่งตีความแล้วมีแนวโน้มว่าจะวินิจฉัยว่าไม่ชอบหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนั้นสนช.ก็ไม่เสียหายมากนัก ที่สุดแล้วต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับการต่ออายุจาก สนช.จะมีความเห็นอย่างไร

พท.ท้า “บิ๊กตู่” เปิดหน้าโชว์พรรค

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ว่ายังไม่มีพรรค การเมืองใดติดต่อเพื่อสนับสนุนให้เป็นนายกฯอีกรอบ ว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ทั้งการตรวจราชการและประชุม ครม.สัญจร ไม่ต่างอะไรจาก ลงพื้นที่หาเสียงของนักการเมืองอยู่แล้ว เมื่อท่านบอกว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดติดต่อสนับสนุนท่านกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ท่านก็ควรเปิดหน้าเล่นการเมือง ตั้งพรรคการเมืองเสนอตัวเป็นนายกฯอีกรอบไปเลย แล้วประกาศนโยบายให้ชัดเจนว่าการเป็นนายกฯรอบที่สอง และจะพัฒนาประเทศไปในทิศทางใด เมื่อออกตัวหาเสียงไปก่อนใครแล้ว ก็ไม่ต้องมาเหนียมอายรอให้มาสนับสนุนท่านเป็นนายกฯคนนอกอีก เพราะการเปิดหน้าให้ประชาชนเลือกตัวท่านโดยตรงจะสง่างามมากกว่า

นปช.ยังไม่คุยตั้งพรรคคดีอื้อ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ขณะนี้ นปช. ไม่ได้หารือกันถึงการตั้งพรรคการเมือง เพราะแกนนำแต่ละคนมีคดีติดตัวเป็นจำนวนมาก ล้วนแต่เป็นคดีร้ายแรงทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม เราพร้อมสนับสนุนทุกพรรคที่มีแนวทางตรงกับ นปช. ยึดหลักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ไม่เอานายกฯคนนอก เมื่อถามว่า ในอนาคต นปช.จะพิจารณาเรื่องการตั้งพรรคหรือไม่ นพ.เหวงตอบว่า คงต้องดูตามสถานการณ์ยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้

“อภิสิทธิ์” ย้ำจุดต่าง ปชป.–กปปส.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคใหม่ของกลุ่มกปปส.ที่อาจจะตั้งขึ้นว่า จุดยืนที่ตรงกันคือต่อต้านระบอบทักษิณ และเห็นพ้องในเรื่องการปฏิรูป ส่วนจุดต่างคือ ที่ระบุว่าจะเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ นโยบาย บุคลากรของตนเอง ที่เสนอเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอยู่แล้ว ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีพรรคนอมินี ไม่มีพรรคสำรอง ประชาธิปัตย์คือประชาธิปัตย์เท่านั้น

รับต้องทบทวน 10 ปีที่ล้มเหลว

“การปฏิรูปพรรคจะต้องทำต่อ นี่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด เวลานี้สังคมกำลังต้องการที่พึ่ง เพราะเราอยู่ในสภาพการเมืองไม่ปกติ และบาดเจ็บกันมาทั้งหมดจากสภาพการเมือง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นพรรคต้องสร้างระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าเป็นที่พึ่งได้จริง เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง รวมทั้งการวางแนวทาง โครงสร้างให้ประเทศ มีความเจริญก้าวหน้าไปได้ ต้องมีกรอบความคิดใหม่ๆ ในเชิงนโยบายสาธารณะ ควบคู่กับบทเรียนในอดีตว่าการเมืองที่มันล้มเหลวนี้เกิดจากอะไร จากการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดจากการที่ประชาชนเสื่อมศรัทธาไม่ไว้วางใจนักการเมือง ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่น ต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ไม่ได้มองว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นอีก 40 พรรค 50 พรรค หรือ 100 พรรค แต่มองว่าภารกิจหลักของเราอยู่ตรงนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ยังไม่มีพรรคใหม่ขอจัดประชุม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค การเมืองใหม่ที่เพิ่งขอจัดตั้งพรรค ได้ขออนุญาตคสช.ประชุมพรรคแล้วหรือยังว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขออนุญาตมา ส่วนหลักเกณฑ์นั้นให้ กกต.พิจารณา เพราะ กกต.เป็นผู้ส่งเรื่องต่อให้ คสช.พิจารณา ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท สื่อสารผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จนมีการตั้งข้อสังเกตเหมือนเป็นการหาเสียงว่าถ้าเป็นการหาเสียงทำไม่ได้ แต่ถ้ายังแค่คล้ายๆ กับหาเสียงก็ไม่ถือเป็นการหาเสียง วันนี้เขายังไม่จัดตั้งพรรคยังไม่ได้เปิดประชุมพรรค อย่าไปอะไรมาก เอาพอประมาณ

มทภ.3 เซ็นย้ายพันเอกชูนิ้วกลาง

พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณี พ.อ.ทินชาติ สุทธิรักษ์ หัวหน้าฝ่ายข่าว มณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.34) จ.พะเยา ได้ทำท่าลักษณะชูนิ้วกลางให้กับกลุ่มชาวบ้านดอยเทวดา ในพื้นที่ตำบลภูซาง จ.พะเยา และกลุ่มวีวอล์ก ที่เข้าเรียกร้องถามความคืบหน้ากับการดำเนินคดี กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ที่ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนว่า ต้องขอโทษชาวบ้านและสื่อมวลชนด้วย ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมากรณีที่กระทำไม่สมควรต่อสาธารณชน ว่าด้วยความผิดทางวินัยทหาร ซึ่งต้องดูจากเจตนาและข้อเท็จจริง คาดว่าประมาณ 3 วัน จะทราบผลการสอบสวน เบื้องต้นได้เซ็นคำสั่งย้าย พ.อ.ทินชาติให้มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก โดยขาดจากตำแหน่งเดิม

นัดคนอยากเลือกตั้งส่งอัยการ 27 มี.ค.

วันเดียวกัน ที่ สน.นางเลิ้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นำกลุ่มผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง ที่ถูกพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ห้ามชุมนุมเกินห้าคน อาทิ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ นายวิบูลย์บุญ ภัทรรักษา หรือทนายอู๊ด พ่อนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายณราชัย รังโปดก เข้าพบ พ.ต.อ.ไพรัช ไสยเลิศ รอง ผกก.สอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีชุมนุมเรียกร้องให้เลือกตั้งในปีนี้ บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ก.พ. โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ก่อนปล่อยตัวกลับไป พร้อมนัดมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำตัวส่งอัยการศาลแขวงดุสิตพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 27 มี.ค. โดยนายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโทนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้มาร่วมให้กำลังใจด้วย

กลุ่มฟื้นฟู ปชต.ยันชุมนุม 10 มี.ค.

นายณราชัย หนึ่งในผู้มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนั่งรถเข็นเพราะเป็นอัมพฤกษ์จากเส้นเลือดในสมองแตกกล่าวว่า วันที่ชุมนุมตนเดินทางมาจริง แต่เอาข้าวกล่องมามอบให้ ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมเพราะเดินไม่ได้ต้องนั่งบนรถเข็น อยู่แค่ในร้านแมคโดนัลด์ สงสัยว่าถูกข้อหาร่วมชุมนุมได้อย่างไร ตั้งใจจะแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ด้านนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันที่ 10 มี.ค. ทางกลุ่มได้นัดหมายคนอยากเลือกตั้งร่วมชุมนุมอีกครั้งที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำหรับข้อเรียกร้องของการชุมนุมครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่เพียงขอให้ คสช.จัดการเลือกตั้งปี 61 เพราะชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนไปเป็นปี 62 จึงต้องเพิ่มข้อเรียกร้องใหม่ให้ถอนรากเผด็จการ ป้องกันการสืบทอดอำนาจของ คสช.

นายกฯย้ำสร้างความเชื่อมั่น ปชช.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า อยากให้ทุกฝ่ายคิดอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่อง นำปัญหาเดิมมาแก้ไขร่วมไปกับการพัฒนาด้วยเพื่อให้ทุกอย่างดียิ่งขึ้น สำคัญที่สุดเวลานี้คือทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นไว้วางใจการทำงานของรัฐบาล และคณะทำงานต่างๆ ในทุกระดับ นำปัญหามาศึกษาจะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจน ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ จนเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ เพราะยังมีความขัดแย้งในหลายประเด็น เช่น ประชาชน ผู้บริหาร บอร์ดบริหาร และพนักงานได้อะไร พัวพันกันไปหมด บางครั้งกล่าวไปถึงกระทั่งเงินโบนัสในหลายรัฐวิสาหกิจก็ถูกพูดถึง การลงทุนภาครัฐและเอกชนต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นคง เกิดความเสถียร และความมั่นคงทางพลังงาน

รบ.ผุดโครงการจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการโครงการจิตอาสาเพื่อการพัฒนาลำน้ำกับชีวิต บนวิถีแห่งความพอเพียง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ต่อมานางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้น มีนายสุวพันธุ์ เป็นประธานกรรมการ ตามแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่มีวิถีชีวิตริมน้ำ และขยายผลเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน มีโครงการพัฒนาคูระบายน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต คลองเปรมประชากร และบึงมักกะสัน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นต้นแบบ คัดเลือกมาจาก 76 จังหวัด จังหวัดละ 1 ลำน้ำเป็นชุมชนต้นแบบ แบ่งเป็นแก้ปัญหาผักตบชวา 21 แห่ง ปัญหาวัชพืชและขยะตามลำน้ำ 24 แห่ง และปัญหาน้ำเน่าเสีย 31 แห่ง โดยจะเสนอให้นายกฯพิจารณาต่อไป

บัวแก้วยันไทยเดินตามโรดแม็ป

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้หารือกับนายดิดิเยร์ เรนเดอส์ รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศและกิจการยุโรปเบลเยียม เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ย้ำเจตนารมณ์ดำเนินการตามโรดแม็ปสู่การเลือกตั้ง และประชาธิปไตยอย่างจริงจังของไทย ฝ่ายเบลเยียมชื่นชมพัฒนาการทางการเมืองของไทยและหวังจะเห็นพัฒนาการในเรื่องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานด้านต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเจรจาไทย-อียู เอฟทีเอ พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงประเด็นความร่วมมือที่สองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกันในด้านการค้าการลงทุน โดยเฉพาะโอกาสการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“บิ๊กป๊อก” ลั่นไทยนิยมต้องโปร่งใส

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า ภาพรวมที่ไปในพื้นที่ ทราบว่าประชาชนต้องการเรื่องของสาธารณูปโภค การทำมาหากิน น้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร อย่างไรก็ตาม เราจะต้องดูแผนงานโครงการที่กรรมการหมู่บ้านหรือชุดของกระทรวงเกษตรทำขึ้นมา โดยการพิจารณาระดับอำเภอก็จะใช้ภาคส่วนต่างๆ เข้าไปดู เช่น ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา มหาวิทยาในพื้นที่ต่างๆ กรองว่าสิ่งที่ประชาชนชนขอควรจะให้หรือไม่ให้อะไร แต่โดยแนวทางของนายกฯ และรัฐบาลจะให้ในแผนงานและโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนเป็นหลัก ส่วนโครงการที่จะอำนวยความสะดวกก็จะไว้ลำดับหลัง โดยแผนงานโครงการต่างๆ จะขึ้นมาถึงกระทรวงประมาณปลายเดือน มี.ค. ส่วนชุดที่ให้ความรู้ก็จะเปลี่ยนไปทีละหมู่บ้าน โดยเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและสรุปขึ้นมา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน น้ำอุปโภค บริโภค เรื่องการประกอบอาชีพ นายกฯ เน้นย้ำการดำเนินโครงการต้องโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องตอบโจทย์ประชาชน เน้นความโปร่งใส ไม่มีการละเว้นหากใครทำผิดกฎหมายหรือมีการโกง

คนเทพาหนุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

อีกเรื่องหนึ่งที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณ สำนักงาน ก.พ. นายหลี สาเมาะ ประธานเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อผลักดันสร้างโรงไฟฟ้าเทพาต่อ โดยนายหลี ระบุว่า กลุ่มของตนขอคัดค้านและไม่ยอมรับบันทึกข้อตกลง ระหว่าง รมว.พลังงานกับเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขอให้นายกฯ ยกเลิกคำสั่งกระทรวงพลังงาน เรื่องการตั้งคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ในพื้นที่ เพราะรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาทำครบถ้วนแล้ว โปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม นายกฯ ต้องให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่ที่ให้การยอมรับโครงการดังกล่าว เรายืนยันสนับสนุนให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศต่อไป

ก.ม.ลูกเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้าย สนช.ยกมือผ่านฉลุยท่วมท้น ทักท้วงพอเป็นพิธี ไม่มีรายการคว่ำตามคำ “บิ๊กตู่” สมคิดเชื่อ ก.ม.ลูก ส.ว.ไม่มีปมขัด รธน. 9 มี.ค. 2561 04:46 9 มี.ค. 2561 04:53 ไทยรัฐ