วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิจัยข้อมูลทางพันธุกรรมของช้าง 7 สายพันธุ์


นักพันธุศาสตร์แห่งวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ด ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาข้อมูลพันธุกรรมทั้งหมดหรือจีโนม (genome) ของช้าง 7 สายพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันและที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เป็นการวิจัยเกี่ยวกับสายพันธุ์ช้างและเครือญาติของมันได้ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีการศึกษามา พวกเขาพบความประหลาดใจเกี่ยวกับแผนภูมิแสดงลำดับเครือญาติของวงศ์ตระกูลช้างที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โดยตรวจสอบลำดับข้อมูลจีโนมของช้างแอฟริกาที่อยู่ในทุ่งซาวันนาห์จำนวน 2 ตัว, ช้างป่าแอฟริกา 2 ตัว, ช้างเอเชีย 2 ตัว และซากช้างที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ทั้งช้างป่างายาวตรงไม่เป็นทรงโค้ง (straight-tusked elephant) อีก 2 ตัวโดยตัวหนึ่งนั้นมีอายุ 120,000 ปี ช้างชนิดนี้เคยอาศัยอยู่ในยุโรปในช่วงกลางและปลายยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) เมื่อ 781,000-50,000 ปีที่แล้ว รวมทั้งแมมมอธขนยาวจากทวีปอเมริกาเหนือ 2 ตัวจากไซบีเรีย 2 ตัว และโคลัมเบียนแมมมอธ 1 ตัว อีก 2 ตัวเป็นอเมริกันมาสโตดอน (American mastodons) ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว และไม่ได้ถูกจัดเป็นสมาชิกของวงศ์ช้าง เพียงแต่เป็นแค่ญาติใกล้ชิดเท่านั้น

การวิจัยพบว่ามีการถ่ายทอดยีนในหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ และพบว่าช้างป่างายาวตรงนั้นมีขนาดใหญ่ สูง 4 เมตรหนัก 15,000 กิโลกรัม กลับกลายเป็นพันธุ์ผสมที่มีจีโนมบางส่วนของช้างแอฟริกาโบราณ รวมทั้งแมมมอธขนยาว และช้างป่าแอฟริกาที่ยังไม่สูญพันธุ์ไป จากเดิมที่คิดว่าช้างป่างายาวตรงเกี่ยวพันกับช้างเอเชียมากที่สุด เนื่องจากกะโหลกศีรษะและฟันมีความคล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างโคลัมเบียนแมมมอธยุคน้ำแข็งและแมมมอธขนยาว ซึ่งนักวิจัยหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของช้างและตระหนักถึงความจำเป็นในการปกป้องช้าง 3 สายพันธุ์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะทุกวันนี้ล้วนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการบุกรุกและสูญเสียที่อยู่อาศัย.

นักพันธุศาสตร์แห่งวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ด ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาข้อมูลพันธุกรรมทั้งหมดหรือจีโนม (genome) ของช้าง 7 สายพันธุ์ 8 มี.ค. 2561 19:28 8 มี.ค. 2561 19:28 ไทยรัฐ