วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนีตายที่กาตาร์ EP.2 สามสาวไทยรอดหวุดหวิด แฉภัยใหม่แม่เล้า เจ็บระบมทั้งตัว

นอกจากข้อมูลเชิงลึก และวิธีป้องกัน กรณีหญิงไทยแห่เข้ามาทำงานค้าบริการทางเพศในกาตาร์เพิ่มมากขึ้นๆ ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ยอมเปิดเผยอย่างละเอียดกับทีมข่าวฯ ในตอนที่แล้ว (คลิกอ่านข่าว) หนีตายที่กาตาร์ EP.1 ย้อน 30 ปี ตีแผ่แก๊งค้ากาม สู่การยกเลิกวีซ่า ค่าตั๋วถูก เหยื่อไม่ถึง 1%

ยังมีเรื่องราวน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับหญิงไทย 3 คน ที่ตั้งใจมาค้าบริการ หวังหอบเงินกลับบ้านไปปลดหนี้ แต่ทั้งสามกลับผิดหวัง และสุดชอกช้ำทั้งกายและใจ เกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่กาตาร์ เนื่องจากถูกกลุ่มอันธพาลที่แม่แท็ค หรือแม่เล้าของทั้งสามจ้างมาทำร้าย และปล้นทรัพย์จนหมดตัว ก่อนบินกลับไทยเพียง 1 วัน

ตั้งใจหอบเงินกลับบ้าน กลับสูญเงินเกือบ 8 หมื่น

เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 3 ทุ่ม เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในห้องพักแห่งหนึ่ง ซึ่งแม่แท็คเป็นผู้จัดการให้ทั้งสามได้เข้าพักในเมืองโดฮา ในวันแรกที่มาถึงสนามบิน โดยให้ไปซื้อซิมการ์ด จากนั้นก็ส่งเบอร์ไปให้ผ่านแอปพลิเคชัน What App แล้วแม่แท็คก็ส่งโลเกชั่นกลับมา แท็กซี่จึงนำมาส่งยังสถานที่โหดร้ายนี้

สาวไทยคนแรกวัย 30 ปี เปิดใจกับทีมข่าวฯ ด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นกลัว ว่า เธอตั้งใจเดินทางมาทำงานขายบริการที่โดฮาเป็นครั้งแรก เพราะต้องการหาเงิน เนื่องจากทางบ้านมีปัญหา เดิมทีตั้งใจจะอยู่แค่ 15 วัน แต่เมื่อทำงานใช้หนี้ค่านายหน้าเกือบแสนหมดแล้ว จึงตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อเก็บเงินอีกสักก้อน

เวลาผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ เธอทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง กล้ำกลืนฝืนทนรับลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งโหดเหี้ยม หื่น และทำร้ายร่างกาย จนเก็บเงินได้ 4 หมื่นบาท และโอนกลับไทยเพื่อใช้หนี้ เงินอีกส่วนหนึ่งเกือบ 8 หมื่นบาทตั้งใจหอบกลับไทย เธอค้าบริการได้ 24 วัน กลางดึกคืนนั้น ขณะนอนอยู่ในห้อง จู่ๆ มีชายแปลกหน้า 2-3 คน มาเคาะประตู แล้วก็เงียบหายไป วันต่อมาก็มาเคาะประตูอีก พวกเธอทั้งสามไม่มีใครเปิดประตูให้ แต่แล้วก็เกิดเสียงดัง “โครม” เพราะประตูถูกพังเข้ามา

ชายฉกรรจ์ชาวกาตาร์ปรี่เข้ามา พูดเสียงดังเอะอะโวยวาย อ้างว่าเป็นตำรวจ เมื่อถามหาบัตรตำรวจ ก็ขู่ สั่งให้เงียบและยึดโทรศัพท์ ถามหาแต่ “เงินอยู่ไหน” พอไม่ให้ก็ทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะ ต่อย ตบ ตี และเรียกเพื่อนขึ้นมาสมทบอีก 3 คน ข้าวของในห้องถูกรื้อกระจายทุกซอกทุกมุมเพื่อค้นหาเงิน

“ตอนนั้นหนูกลัวตายมากเลยค่ะพี่ จริงๆ ก็ไม่อยากให้เงินไปหรอก กว่าพวกหนูจะหามาได้ แต่หนูกลัวไม่ได้กลับมาเห็นหน้าแม่”

เธอเริ่มน้ำตาไหล เมื่อเล่าเหตุการณ์วินาทีชีวิต แต่สุดท้ายก็ตัดใจให้เงินไป ซึ่งหากเธอกลับไทย ก็จะแลกเป็นเงินทั้งหมดเกือบ 8 หมื่นบาท

“มันเอาเงินไปหมดเกลี้ยงเลยค่ะ แม้แต่เศษเหรียญ โทรศัพท์ก็เอาไป ใครอย่าคิดมาเลย อยู่ไทยดีที่สุดแล้ว ออกนอกห้อง แค่เห็นชุดโต๊ปที่พวกมันใส่วันนั้นก็ยังรู้สึกผวา ตอนนี้หัวปวดตลอดเวลา ขาเขียว ปากแตก นึกว่าจะต้องตายอยู่ที่นี่เสียแล้ว”

สุดทรมานใจจนอยากกลับไทยตั้งแต่ 4 วันแรกที่มา

ด้านหญิงไทยผู้ร่วมชะตากรรมเคราะห์ร้ายอีกคนวัย 27 ปี เธอบอกกับทีมข่าวฯ ว่า เดินทางมาขายบริการที่กาตาร์ครั้งแรกเหมือนกัน แต่มาตามหลังเพื่อน 1 อาทิตย์ เหตุที่ตั้งใจมาขายบริการ เพราะร้อนเงิน ก่อนมากาตาร์ อยู่บาห์เรนกับแฟน 4 ปี แต่เพิ่งเลิกกับแฟนคนบาห์เรน และเพิ่งคลอดลูก จึงกลับมาไทย

“แฟนไม่ได้ช่วยส่งเสียลูก แม่ไม่สบาย น้องก็ติดคุก หนูเป็นคนเดียวที่หาเงินเลี้ยงทั้งครอบครัว ไม่มีใครอยากทำงานแบบนี้หรอกค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

พร้อมเผยความทุกข์ ต้องอยู่กันอย่างคนติดคุก เหมือนถูกทิ้ง นอนรอรับคำสั่ง อยู่แต่ในห้องอย่างเดียว เมื่อแม่แท็คส่งสถานที่และเบอร์ห้องลูกค้ามาผ่าน What App จึงได้ออกมาข้างนอก เธอฝืนทนรับลูกค้าหามรุ่งหามค่ำ ครบ 1 อาทิตย์ก็จ่ายค่านายหน้า 8 หมื่นบาทจนหมด อาทิตย์ต่อมาจึงเร่ิมเก็บเงิน แต่กว่าจะเก็บหอมรอมริบได้ก็กระท่อนกระแท่นเต็มที เพราะบางวันก็ไม่มีลูกค้า แถมยังต้องเสียค่าห้องทุกวัน วันละ 1,500 บาท แต่เธอก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง และคิดจะกลับไทย

ช่างโชคร้าย กลับถูกปล้นเงินโอมาน เงินกาตาร์ที่สะสมไว้เกือบ 6 หมื่นจนหมดตัว แถมยังเจ็บตัว เพราะถูกทุบตีทั้งร่างกาย โดนถีบ ต่อยท้อง เธอยอมเจ็บเพื่อป้องกันเงินก้อนนี้ไว้ให้แม่ แต่ก็สุดจะฝืนต่อ เพราะไม่อยากมาทิ้งชีวิตในขุมนรกนี้ จึงยอมบอกที่ซ่อนเงิน เธอฝากเตือนสติหญิงไทยที่คิดจะมาทำเช่นเธอ

“ไม่เอาแล้ว ไม่ทำเเล้ว บอกเพื่อน บอกทุกคนว่าอย่ามา ก่อนมาบอกงานดี เงินดี พอมาทำจริง ไม่เป็นอย่างที่พูด สุดท้ายกลับมาถูกปล้นจนหมดตัวอีก ไม่เคยคิดว่าจะเจอแบบนี้ เคยเห็นแต่ในละคร ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง ทำงานก็เหนื่อยพอแรงแล้ว กำลังจะมีเงินเก็บ บอกแม่ว่าจะส่งเงินไปให้ ตอนนี้หมดเกลี้ยงเลย ไม่มีเงินสักบาท แม้แต่เหรียญพวกมันก็ยังเอาไป”

มาทำงานแค่ 3 วัน ไม่ได้เงินแสนกลับไทย แถมยังเป็นหนี้

ส่วนสาวเคราะห์ร้ายคนสุดท้ายนี้ เธอเคยมาขายบริการครั้งแรกเมื่อ ธ.ค. ปี 60 มาอยู่ 25 วัน ได้เงินหอบกลับไทยเกือบแสน เมื่อกลับมาครั้งที่ 2 ทำงานขายบริการได้เพียง 3 วัน กลับต้องเจอกับโชคร้าย ถูกปล้นเอาเงินทั้งกาตาร์ บาห์เรน และโทรศัพท์ 1 เครื่อง สูญเงินทั้งสิ้นเกือบ 5 หมื่นบาท

เธอบอกความรู้สึกกับทีมข่าวฯ ถึงเหตุการณ์วันนั้น “ใครก็กลัว ถ้าโดนแบบนี้ โดนถีบ โดนตบ แต่หนูเลือกที่จะไม่สู้ เพราะรู้ว่าพวกมันต้องทำมากกว่านั้น หนูไม่กลับมาอีกแล้ว คงต้องอยู่ไทย นอกจากไม่ได้เงินกลับไทยแล้ว หนูยังต้องจ่ายหนี้ค่าตั๋วเครื่องบินให้แม่แท็คอีก”

เมื่อกลุ่มคนร้ายหอบเงินของพวกเธอเกือบ 2 แสนบาทไปแล้ว สภาพของแต่ละคนสะบักสะบอม เลือดอาบตัวเพราะปากแตก ร่างกายฟกช้ำ และช่วยกันติดต่อแม่แท็ค แต่เขาไม่ถามถึงอาการเจ็บป่วยเลย บอกจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับไทย แต่พวกเธอไม่ยอม เพราะยังอยากติดตามเงินคืน จึงตอบแม่แท็คว่าจะไปแจ้งความ เขาก็ท้าให้ไปแจ้งความ หลังจากนั้นก็ติดต่อแม่แท็คไม่ได้อีกเลย พวกเธอจึงติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงโดฮา และได้รับการประสานช่วยเหลือ

ทีมข่าวฯ ซักถามว่าการถูกปล้นครั้งนี้ น่าจะเป็นฝีมือใคร ทั้งสามสาวตอบอย่างพร้อมเพรียงว่า “แม่แท็ค” จ้างมา เพราะพวกเธอไม่เคยส่งสถานที่อยู่ให้ใคร มีแต่แม่แท็คเท่านั้นที่รู้ อีกทั้งแม่แท็คเองเป็นคนแนะนำให้เก็บเงินสดไว้กับตัว เวลาแม่แท็คมาขอเก็บเงินส่วนแบ่งก็มีคนมารับแทน

ห้ามรับจ้างโอนเงินกลับไทย อาจเข้าข่ายข้อหาฟอกเงิน

กับกรณีสาวไทยถูกปล้นก่อนกลับไทยเพียง 2 วัน เจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ณ กรุงโดฮา เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวฯ ว่า การทำลักษณะนี้ น่าจะทำมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่กลุ่มหญิงไทยที่เคยโดน หวาดกลัว เลยกลับไทย ไม่มาแจ้งความ ซึ่งตอนนี้จับคนร้ายได้ 5 คนแล้ว กำลังรอครอบครัวพวกนั้นจ่ายค่าเสียหาย ตำรวจบอกว่ามีคนแจ้งให้กลุ่มมิจฉาชีพไป และสถานทูตช่วยเหลือทั้งสามกลับไทยแล้ว

ทั้งนี้สถานทูตไทย ณ กรุงโดฮา ระบุอีกว่า ตอนนี้ในกาตาร์นอกจากจะมีขบวนการค้าบริการแล้ว ยังเกิดมิจฉาชีพอีกรูปแบบ คือ รับจ้างโอนเงินกลับไทย โดยนำเงินมาให้แสนหรือสองแสนแล้วบอกว่าช่วยไปโอนให้หน่อย โดยใช้บัตรประจำตัวของผู้โอน ให้ค่าจ้างครั้งละ 500-1,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งบางคนอาจจะไม่พึงระวัง แค่เห็นว่ามาจ้าง แต่ไม่สนใจว่าเงินมาจากไหน ต้องช่วยกันเตือนว่ามันอันตราย เพราะไม่รู้ว่าเงินที่ให้โอนนั้นมาจากการค้ายาเสพติด ค้าประเวณี หรือเปล่า

อย่างไรก็ตามสถานทูตได้ย้ำเตือนด้วยความห่วงใยอีกครั้ง โดยชี้แนะให้ชุมชนไทยในกาตาร์ โปรดอย่าให้ใครใช้บัตรประจำตัวในการโอนเงินออกจากกาตาร์ ถ้าคุณให้คนอื่นใช้บัตรของคุณ คุณก็ต้องรับผิดชอบหากเงินโอนนั้นเป็นเงินที่ไม่ได้มาอย่างสุจริต และหากมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือ สามารถสอบถามขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโดฮา ที่เบอร์ 33809062

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง หนีตายที่กาตาร์ EP.1 ย้อน 30 ปี ตีแผ่แก๊งค้ากาม สู่การยกเลิกวีซ่า ค่าตั๋วถูก เหยื่อไม่ถึง 1%

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

เรื่องราวน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับหญิงไทย 3 คน ที่ตั้งใจมาค้าบริการ หวังหอบเงินกลับบ้านไปปลดหนี้ แต่ทั้งสามกลับผิดหวัง และสุดชอกช้ำทั้งกายและใจ เกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่กาตาร์ 8 มี.ค. 2561 19:24 9 มี.ค. 2561 14:25 ไทยรัฐ