วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.ผ่านฉลุย ก.ม.ลูก 2 ฉบับ ตัดปมมรสพ-ยึด 5 ปีแรกคัด ส.ว.จาก 10 กลุ่ม

สนช.โหวตเห็นชอบร่างกฎหมายลูกสำคัญ 2 ฉบับสุดท้าย "ส.ส.-ส.ว." ตัดทิ้งปมจัดมหาสพช่วยหาเสียง- ยึด 5 ปีแรกคัด ส.ว.จาก 10 กลุ่ม

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.61 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่ายฯ ได้พิจารณาทบทวนแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นอย่างหลากหลายแล้ว ที่ประชุม สนช.จึงได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง  

จากนั้นที่ประชุม สนช.ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว) ตามที่กรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่ายฯ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยภายหลังการอภิปรายนานกว่า 1 ชั่วโมง ที่ประชุม สนช.จึงมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 13 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.คณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้ปรับแก้เนื้อหา ดังนี้ 1.ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะถูกตัดสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการเมือง และข้าราชการรัฐฝ่ายการเมือง รวมถึงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น 2.ให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมือง มีหมายเลขผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งแตกต่างกัน 3.การกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อการหาเสียงของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด โดยจะกำหนดให้ใช้จำนวนสมาชิกของพรรคการเมือง ที่ส่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นรายบุคคลมาเป็นฐานในการคำนวณมิได้ 4.ห้ามทำการหาเสียงด้วยการจัดมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี 5.ในวันเลือกตั้งให้เปิดการออกเสียงลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น.-17.00 น. และ 6.ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการแทนคนพิการ โดยให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาเสร็จแล้วนั้นมีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ การกำหนดในบทเฉพาะกาลให้นำวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ สนช.ได้เสนอทั้งเรื่องการให้ ส.ว.มาจากกลุ่มวิชาชีพ 10 กลุ่ม การให้บุคคลสมัคร ส.ว.ในนามอิสระและผ่านองค์กรนิติบุคคล และการยกเลิกระบบการเลือกไขว้ มาใช้กับการเลือก ส.ว.ใน 5 ปีแรก แต่หลังจากเมื่อพ้นเวลา 5 ปี จะกลับไปใช้ระบบการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามที่ กรธ.บัญญัติมาใช้ ทั้งการให้ ส.ว.มาจากกลุ่มวิชาชีพ 20 กลุ่ม การสมัคร ส.ว.ในนามอิสระเท่านั้น และการเลือกด้วยวิธีการเลือกไขว้

การเลือก ส.ว.ตามรูปแบบของ สนช.มาตรา 92/1 บัญญัติให้ ส.ว.มีจำนวน 10 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง 2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 3.กลุ่มการศึกษาและการสาธารณสุข 4.กลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง 5.กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลที่มิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 6.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม 7.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว 8.กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ 9.กลุ่มศิลปวัฒนธรรมและ 10.กลุ่มอื่นๆ

ส่วนการสมัคร ส.ว.มาตรา 92/2 ได้บัญญัติรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครผ่านการเสนอชื่อจากองค์กรนิติบุคคลว่า มีสิทธิสมัครตามกลุ่มวิชาชีพได้เพียงกลุ่มเดียว รวมทั้งมีสิทธิสมัครได้เพียงอำเภอเดียว หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี ด้านองค์กรนิติบุคคลที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลให้เป็น ส.ว.ได้ มาตรา 92/3 ระบุว่าต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกันหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและต้องได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

สนช.มีมติเอกฉันท์ 211 เสียง ผ่าน ก.ม.ลูกเลือกตั้ง ส.ส.ห้ามจัดมหรสพหาเสียง ตัดสิทธิ์การเมืองคนนอนหลับทับสิทธิ์ ขยายเวลาลงคะแนน 08.00-17.00 น. 8 มี.ค. 2561 13:10 8 มี.ค. 2561 14:23 ไทยรัฐ