วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพรา นิวาตวงศ์ คุณหมอนักปฏิรูป

น.พ.เพรา นิวาตวงศ์

นายแพทย์เพรา นิวาตวงศ์ เป็นอาจารย์ศัลยศาสตร์ แห่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย...เป็นศัลยแพทย์มือดีโดยเฉพาะการรักษาโรคริดสีดวงทวาร...เป็นผู้เคร่งครัดและเอาจริงเอาจังกับความสุจริตอย่างยิ่ง

“เขามีประวัติไปติดตามสืบสวนและรุกรานผู้ที่เอาของหลวงไปหากิน เขาว่าเขาทนไม่ไหวถ้าใครโกงและยังซ่าอีกด้วย อาจกล่าวว่าเขามีความเป็นนักเลงที่พิทักษ์ความดีก็ได้”

อาจารย์หมอประเวศ วะสี กล่าวถึงในฐานะเพื่อนอีกว่า ในปี พ.ศ.2514 อาจารย์โรงเรียนแพทย์ 3 คน คือ นพ.เพรา นิวาตวงศ์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นพ.ประเวศ วะสี จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ร่วมกันเสนอ ครม. ให้มีการปฏิรูปโรงเรียนแพทย์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รัฐบาลขณะนั้นมี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี คุณหมอเพรานั้นรู้จักกับจอมพลถนอม และรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลขณะนั้น โดยเฉพาะสนิทสนมกับสามีภรรยาคู่หนึ่งคือ พลเอกแสวง เสนาณรงค์ และท่านผู้หญิงนวลผ่อง สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนมีความรู้สูง ตั้งอยู่ในความสุจริต และเห็นแก่ชาติบ้านเมือง จอมพลถนอมรักพลเอกแสวงและท่านผู้หญิงนวลผ่องมาก

พลเอกแสวงดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านผู้หญิงนวลผ่องเป็นเลขานุการท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร คุณหมอเพรากับคุณหมออรรถสิทธิ์เป็นผู้ติดต่อผ่านพลเอกแสวงให้นำข้อเสนอปฏิรูปโรงเรียนแพทย์เสนอเข้า ครม. คุณหมอเพราล็อบบี้จอมพลถนอม ท่านผู้หญิงจงกล และรัฐมนตรีอีกหลายท่าน

ในที่สุด ครม. มีมติเห็นชอบกับโครงการปฏิรูปโรงเรียนแพทย์

ทว่า...แม้ ครม. มีมติดังกล่าว เรื่องนี้ก็ไม่สำเร็จ เพราะโรงเรียนแพทย์ไม่ยอมทำ คณาจารย์ต่อต้าน และรัฐบาลก็ไม่มีน้ำยาจะทำอะไร หลังจากมีมติมีคณบดีแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศาสตราจารย์นายแพทย์อารี วัลยะเสวี ที่อยากถือโอกาสที่ ครม. มีมติเห็นชอบให้มีการปฏิรูปนี้ทำการปฏิรูปโรงเรียนแพทย์รามาธิบดี

แต่ก็ประสบการต่อต้านอย่างหนักจากคณาจารย์...รวมตัวกันทำหนังสือทักท้วงไปยังรัฐบาลในปี 2515 รัฐบาลก็ไม่ฟังยังคงสนับสนุนคณบดีอารีให้ทำการปฏิรูป กระนั้นก็ดีเรื่องนี้ก็ไปไม่รอด

อันที่จริง ครม. ไม่ควรอนุมัติเรื่องนี้ เพราะทำได้ยาก ผู้เสนอ 3 คน... ก็ยังเป็นคนหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์ต่อการจัดการการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ แต่ความล้มเหลวก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าลำพังผู้มีอำนาจ (ในที่นี้คือ ครม.) เห็นด้วยก็ยังไม่มีพลังพอที่จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ดังจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นในเรื่องเล่าเรื่องที่สอง

นายแพทย์เพรา นิวาตวงศ์ กับการสนับสนุนการ “ปฏิรูปการเมือง 2537” ในวันที่ 9 มิถุนายน 2537 นายมารุต บุนนาค ประธานรัฐสภา ประกาศแต่งตั้งอาจารย์หมอประเวศ เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) โดยให้ประธานเป็นผู้เลือกกรรมการเอาเอง... ตรงกับแนวคิดเรื่องคณะกรรมการอิสระ

ทั้งนี้ โดยหวังว่าจะทำให้ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ซึ่งกำลังอดข้าวประท้วงอยู่หน้ารัฐสภายุติการประท้วง คพป. มีเป้าหมายจะเสนอให้มีการปฏิรูปการเมืองโดยเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ

ปกติการมีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเกิดขึ้นเมื่อมี “การปฏิวัติ” หรือ “รัฐประหาร” หรือ “ประเทศแพ้สงคราม” ในยามสงบ...อย่าว่าแต่การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเลย แม้การแก้ไขเป็นบางมาตรการก็ยังเกือบทำไม่ได้เลย

การจะเขยื้อนเรื่องยากประดุจเขยื้อน “ภูเขา” เช่นนี้ จะทำได้อย่างไร?

จากประสบการณ์ความล้มเหลวเรื่องปฏิรูปโรงเรียนแพทย์ในเรื่องความพยายามที่จะสร้างโรงเรียนนายแพทย์ชุมชน ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการพัฒนานโยบายไม่ใช่การไปเสนอผู้มีอำนาจรัฐอย่างเดียว ซึ่งไม่สามารถทำเรื่องยากๆให้สำเร็จได้ กับอีกประการหนึ่งที่สังเกตมาก่อนหน้านี้ช้านานว่า...

“ถ้ามีใครเสนอความคิดใหม่อะไร จะมีนักวิชาการมาวิจารณ์เชิงลบหรือต่อต้าน และก็จะมีคอลัมนิสต์หรือคอลัมน์ซุบซิบใน หนังสือพิมพ์ต่างๆ มาหยิบเอาคำวิจารณ์ทางลบของนักวิชาการไปขยายต่อๆกันไปจนเรื่องนั้นตายสนิท”

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ...ประเทศติดอยู่ในสภาวะวิกฤติ ต้องการความคิดใหม่ แต่ความคิดใหม่ก็มักถูกตีตกด้วยปรากฏการณ์ดังกล่าวข้างต้น แล้วจะทำอย่างไร อาจารย์หมอประเวศ เล่าต่อไปว่า โจทย์นี้ทำให้ค้นพบยุทธศาสตร์ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการบรรจบกัน

หนึ่ง...“ความรู้” ต้องสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ปราศจากความรู้ขับเคลื่อนไม่ได้ แต่ความรู้อย่างเดียวก็ไม่พอ มักจะขึ้นหิ้งไม่มีใคร
นำไปปฏิบัติ

สอง...“การขับเคลื่อนทางสังคม (Social movement)” คือเกิดกระแสสังคมที่สังคมเข้าใจ เรียกร้องให้มีการปฏิบัติ ซึ่งก็ต้องการความรู้เข้ามาเชื่อมโยง ผู้ถืออำนาจรัฐจะฟังกระแสสังคมมากกว่าฟังนักวิชาการ และสาม...“อำนาจรัฐ” จะดีหรือเลวประการใด ก็มีความจำเป็นเพราะเป็นผู้ตัดสินใจเชิงนโยบาย เช่น การออกกฎหมาย การใช้งบประมาณ การบังคับปฏิบัติ

เรื่องความรู้นั้น อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขานุการ คพป. เป็นผู้ร่างกรอบความคิด ได้ไปชักชวนนักวิชาการมา 10 กว่าท่าน ให้ทำวิจัยอย่างฉุกเฉินโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แน่นอนว่าการขับเคลื่อนทางสังคมต้องอาศัยการสื่อสารอย่างเต็มที่

อาจารย์หมอประเวศ บอกว่า เรื่องนี้ทำให้ผมคิดพึ่งคุณหมอเพรา นิวาตวงศ์ เรื่องที่ผมจำไว้ก็คือหมอเพรามีอิทธิพลต่อคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ อีกทั้งคุณหมอเพราเคยปวารณาไว้ว่า “ถ้าอาจารย์ประเวศต้องการให้ทำอะไร ผมจะทำให้ทุกอย่าง”

ฉะนั้นจึงถึงคราวแล้ว...คุณหมอเพราได้นัดคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาเลี้ยงอาหารกลางวัน แล้วให้อาจารย์บวรศักดิ์กับผมอธิบายเรื่องการ “ปฏิรูปการเมือง” ให้ฟังอย่างละเอียด

คุณหมอเพราสนิทสนมเป็นกันเองกับคอลัมนิสต์ทุกคน ขนาดออกปากเรียก “ไอ้ยุ้ย” (แม่ลูกจันทร์) “ไอ้ติ” (ไต้ฝุ่น) หลังจากการพบปะกันทุกคอลัมน์เชียร์การปฏิรูปการเมืองอย่างหมดหน้าตัก เป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดกระแสสังคมปฏิรูปการเมือง นับว่าคุณหมอเพรา นิวาตวงศ์ มีคุณูปการต่อการช่วยให้การขับเคลื่อนเรื่องยาก

คือ...การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเป็นผลสำเร็จ

ที่จริงคุณหมอเพรายังมีบทบาทช่วยเหลืออาจารย์หมอประเวศ วะสี ในเรื่องอื่น ซึ่งเคยเล่าไว้ใน “บนเส้นทางชีวิต” ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารหมอชาวบ้าน มีบทบาทอื่นๆอีกมากจนน่าจะมีผู้ศึกษาวิจัยอย่างละเอียดและนำมาตีพิมพ์ไว้ เพราะเป็นตัวอย่างของผู้มีความสามารถสูง และมีคอนเน็กชั่นมาก แต่ไม่ได้ใช้ความสามารถและคอนเน็กชั่นนั้นไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว เพราะนึกแต่ประโยชน์ส่วนรวมตลอดเวลาเป็นวิสัย

“ผมขออุทิศข้อเขียนเล็กๆนี้ เป็นเครื่องระลึกถึงนายแพทย์เพรา นิวาตวงศ์ เพื่อนผู้มีจิตใจใหญ่ ขอให้เพื่อนไปสู่สุคติ” ประเวศ วะสี 11 กุมภาพันธ์ 2561.

นายแพทย์เพรา นิวาตวงศ์ เป็นอาจารย์ศัลยศาสตร์ แห่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย...เป็นศัลยแพทย์มือดีโดยเฉพาะการรักษาโรคริดสีดวงทวาร...เป็นผู้เคร่งครัดและเอาจริงเอาจังกับความสุจริต... 8 มี.ค. 2561 09:01 8 มี.ค. 2561 09:02 ไทยรัฐ