วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ง่ายนิดเดียว

“โฆษกไก่อู” ได้นำข้อกังวลของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและ หน.คสช.เกี่ยวกับภาระงบรายจ่ายโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เพิ่มสูงขึ้นๆ ทุกปีๆ

โดยฝากให้สื่อมวลชนช่วยสร้างความเข้าใจกับสังคมไทยว่า แม้โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือโครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค ช่วยให้คนไทยได้รับบริการสุขภาพทั่วหน้ากัน

แต่สังคมอาจลืมคิดไป ว่างบที่ใช้ในโครงการนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ปีนี้ 2561 ต้องจัดหางบสนับสนุนเพิ่มเป็น 1.7 แสนล้านบาท

คาดว่าปีหน้า 2562 ภาระรายจ่าย จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 แสนล้านบาท

แต่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

อัตราภาษีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม

แล้วอย่างนี้รัฐบาลจะมีงบประมาณไปทำอย่างอื่นได้อย่างไร??

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าข้อกังวลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีเหตุผลน่ารับฟัง

เพราะวงเงินที่รัฐบาลต้องใช้อัดฉีดโครงการนี้เพิ่มขึ้นทุกปีเป็นเรื่องจริง

แต่ไม่ควรมองที่ตัวเลขงบประมาณเพียงด้านเดียว

แม้รัฐบาลต้องใช้เงินสนับสนุนโครงการนี้ถึง 1.7 แสนล้านบาทต่อปี

ถ้าหักค่าใช้จ่ายเงินเดือนหมอพยาบาลอีก 5 หมื่นล้านบาทต่อปี จะเหลือเม็ดเงินค่าใช้จ่ายในโครงการเพียง 1.2 แสนล้านบาท

แต่พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการหลักประกันสุขภาพมากถึง 48.7 ล้านคน

ถ้าเฉลี่ยเป็นรายหัวเพียง 3,500 บาทต่อคนต่อปี

มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มด้วยซ้ำไป

“แม่ลูกจันทร์” จึงไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลอ้างเหตุผลการจัดเก็บรายได้ไม่เพิ่มขึ้น เป็นเงื่อนไขเพื่อลดภาระรายจ่ายของรัฐบาล

เพราะเมื่อรัฐบาลมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวโตวันโตคืน

การส่งสินค้าออกก็เพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าและปริมาณ

ดังนั้น การจัดเก็บภาษีควรต้องเพิ่มขึ้นๆเป็นเงาตามตัว น่าจะพอเพียงกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละ 1 หมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน

ทีนี้มาถึงประเด็นสำคัญ

ถามว่า รัฐบาลจะจัดหาเม็ดเงินไปอัดฉีดโครงการประกันสุขภาพ แห่งชาติที่เพิ่มขึ้นๆทุกปีๆได้อย่างไร??

“แม่ลูกจันทร์” มีข้อเสนอให้ท่านนายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์” นำไปพิจารณา 4 ข้อ พอหอมปากหอมคอดังนี้ คือ...

1, ปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้สอด คล้องกับภาระรายจ่ายของรัฐบาล

2, หยุดกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีลดภาษีตะพึดตะพือ

เพราะการลดภาษีเป็นตัวการสำคัญทำให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร

3, ทบทวนโครงการสวัสดิการแจกฟรีให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

เช่น การแจกฟรีเบี้ยยังชีพคนชราให้ผู้ที่ไม่มีฐานะยากจน กว่า 4 ล้านคน

4, ทบทวนโครงการลงทุนใหญ่ที่รัฐไม่ควรต้องลงทุนเอง 100 เปอร์เซ็นต์

เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ–โคราช–หนองคาย ควรให้ฝ่ายจีนร่วมลงทุน ไม่ใช่ไทยควักกระเป๋าลงทุนเองทุกบาททุกสตางค์

หาก “พล.อ.ประยุทธ์” เห็นด้วยกับข้อเสนอ 4 ข้อนี้ รัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกก้อนโตมโหฬาร

เอาไปอัดฉีดโครงการหลัก ประกันสุขภาพได้อีก 20 ปีอย่างสบายแฮ.

“แม่ลูกจันทร์”

“โฆษกไก่อู” ได้นำข้อกังวลของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและ หน.คสช.เกี่ยวกับภาระงบรายจ่ายโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เพิ่มสูงขึ้นๆ ทุกปีๆ... 8 มี.ค. 2561 08:30 8 มี.ค. 2561 10:35 ไทยรัฐ