วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิมมี่แจงปมวิวาทเสี่ยเมืองคอน สั่งลูกน้องชักปืนขู่ ผู้การฯจ่อเคลียร์

คู่กรณีร้องผู้ว่าฯ สั่งลูกน้องปืนขู่ บังคับกราบตีน ผู้การจ่อเคลียร์

สองเศรษฐีเมืองคอนเปิดศึกระอุเดือดสนั่นโซเชียลระหว่าง “จิมมี่ ชวาลา” คหบดีใจบุญกับนักธุรกิจเจ้าของร้านอาหารดังหลายสาขาถึงขั้นขู่ปืนจ่อหัวบังคับกราบเท้า โดย “จิมมี่” ยันข้อความทั้งหมดเป็นการกล่าวหาเพื่อทำลายล้าง ยันไม่เคยสั่งให้คนเอาปืนจี้หัวแต่สั่งให้ตบปากแต่ไม่ได้ตบ เนื่องจากสร้างพฤติกรรมไม่เหมาะสมในงานคอนเสิร์ตโดยคู่กรณีเมาแล้วมาถ่ายรูปเซลฟี่กับกระป๋องเบียร์ พร้อมข้อความไม่เหมาะสมโพสต์ลงเฟซจนคนเข้าใจผิด ขณะที่ผู้การ จังหวัดระบุเป็นการเข้าใจผิด จะเรียกทั้งคู่มาคุยจูบปากกันเหมือนเดิม

ความขัดแย้งของ 2 เศรษฐีแห่งเมืองระหว่างเศรษฐีใจบุญ “จิมมี่ ชวาลา” กับ “เสนอ ผันแปรจิตร” นักธุรกิจเจ้าของร้านอาหารดังเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊ก “เสนอ ผันแปรจิตร” นักธุรกิจชื่อดังและเจ้าของกิจการร้านอาหาร “แดรี่ฮัท” หลายสาขาในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อเนื่อง 2-3 วันโดยนายเสนอได้โพสต์ภาพที่นายเสนอเข้าพบนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช และภาพเก่าขณะเข้าพบ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พร้อมข้อความว่า “สวรรค์มีตาเทวดามีจริง ขอกราบขอบพระคุณท่าน ผวจ.ท่านจำเริญ ทิพญพงค์ธาดา และ ผบก.ภ.จ.นครฯ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ที่ไห้ความเมตตารับเรื่องร้องเรียนของกระผมและรับฟังเหตุผลของกระผมและบอกให้ผมอโหสิกรรมให้กับคนที่กระทำกับกระผมถ้าไม่ได้ท่านทั้งสองไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ผมขออโหสิกรรมให้กับคนที่ป่วยและคิด จะทำร้ายผมก็แล้วกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ”

นอกจากนี้ นายเสนอยังได้โพสต์ภาพบุคคลหนึ่งโดยแต่งภาพด้านบนเป็นรูปหัวกะโหลกปิดบังใบหน้าที่แท้จริงบุคคลในภาพไว้พร้อมข้อความว่า “ผมนายเสนอ ผันแปรจิตร เจ้าของธุรกิจรายใหญ่ของเมืองคอนดูถูกเหยียดหยามว่าผมมันเป็นขยะ ผมคนนี้แหละจะเป็นขยะเผาไหม้เจ้าของธุรกิจคนนี้ที่มีคนชื่นชมเคารพให้ตายในกองไฟ ผมจะกระชากหน้ากากมาให้ชาวนครศรีธรรมราชรู้ภูมิหลังคนชั่วช้า คนนี้ให้ดู ท่านบังคับให้ผมกราบตีน และท่านให้มือปืนเอาปืนจี้หัวผม”

ย้อนหลังไปในวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา นายเสนอยังได้โพสต์ภาพตัวเองหลายภาพพร้อมข้อความว่า “ความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้น ความอาฆาตพยาบาทต่อคนอื่น ไม่เคยทำให้ใครมีความสุข มีแต่นำความทุกข์เข้ามาให้ตัวเองตลอดเวลา คิดว่าเมื่อไหร่เขาคนนั้นจะตามมาแก้แค้นล้างแค้นทำให้ชีวิตไม่มีความสุขทุกข์อยู่ตลอดเวลา แค้นนี้ต้องจดจำไว้ตลอดไปสิบปียี่สิบปีสามสิบปีก็ยังไม่สายสามารถจัดการได้ตลอดไปจำไว้ใครทำอะไรกับผมไว้จะได้รับผลกรรม ธรณีนี่นี้เป็นพยานผมก็ศิษย์มีอาจารย์เหมือนกัน ในโลกนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าโลง จำใส่กะลาเอาไว้”

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของนายเสนอ โดยเฉพาะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Jimmy Chawala” หรือนายจิมมี ชวาลา คหบดีเศรษฐีใจบุญเจ้าของกิจการร้าน “จิมมีคลังผ้า” ซึ่งได้บริจาคเงินเพื่อสาธารณะกุศลมาแล้วเกือบ 200 ล้านโดยล่าสุดบริจาคเงินในนามชาวนครศรีธรรมราชจำนวน 16 ล้านบาทร่วมโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ให้กับ “ตูน บอดี้สแลม” และบริจาคสร้างอาคารโรงพยาบาลมหาราช จ.นครศรีธรรมราช 10 ล้านบาทได้คอมเมนต์ในลักษณะตอบโต้เหมือนกับว่านายจิมมี่เป็นคู่กรณีความขัดแย้งกับนายเสนออย่างชัดเจน

โดยเฉพาะข้อความที่นายเสนอคอมเมนต์ตอบโต้ถึงขั้นกล่าวหาว่า “ท่านบังคับให้ผมกราบตีน และท่านให้มือปืนเอาปืนจี้หัวผม “ขณะที่นายจิมมี่ได้โพสต์ข้อความตอบโต้อย่างดุเดือดเช่นกันว่า “ผมจะไม่ให้อภัยโดยเด็ดขาดถ้ายังเหิมเกริมและยโสโอหัง” และข้อความว่า “ล้มเหลวทางธุรกิจแล้วมาพาลผม (ถึงในร้านผม) แล้ววันนี้คุณเสนอจะขู่ผม และครอบครัวหรือ” ในขณะที่นายเสนอโพสต์โต้ตอบกลับไปว่า “ก็แล้วแต่ท่านจะเมตตากรุณาครับ แต่ผมอภัยทานให้ท่านครับ แต่จะไม่อภัยมือปืนที่ท่านให้มันเอาปืนมาจี้ผม และท่านชี้ไปที่ตีนท่านให้ผมก้มลงกราบ ผมก็ยอมกราบเท้าท่านแล้วครับ” และ ข้อความตอบโต้ของนายเสนอกับนายจิมมี่ อีกหลายข้อความ สร้างความสงสัยและสนใจให้กับชาวโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง และพยายามสอบถามหาที่มาที่ไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลทั้งสอง จนกระทั่งมีสื่อออนไลน์บางสำนักออกมาโพสต์ระบุถึงคู่ขัดแย้งในทำนองว่า “เซเล็บฯ เมืองคอน ‘จิมมี่-เสนอ’ เปิดศึกหนักถึงขั้นปืนจ่อหัวให้กราบตีน”

อย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นายจิมมี่ ชวาลาได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนในโอกาสที่เดินทางไปร่วมงานวันนักข่าว 5 มี.ค.ที่ผ่านมาที่ร้าน “ตู้เสบียง” สามแยกนาหลวง ถนนนครศรีฯ-ปากพนัง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราชว่า เนื่องจากนายเสนอ มีปัญหาธุรกิจล้มเหลว เคยเข้ามาขอคำแนะนำกับตน ได้แนะนำไปว่า “คุณเสนอจะต้องอยู่ในร้าน ไม่ควรไปปรากฏตัวตามร้านอาหารต่าง ๆ ดื่มเหล้า เมามาย ขึ้นเวทีร้องเพลง ลูกค้าและคนทั่วไปเขาจะไม่นับถือ ไม่เชื่อมั่น ดังนั้นคุณเสนอต้องอยู่บริหารจัดการภายในร้านของตัวเอง นอกจากนั้นยังมาขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากผมด้วย โดยผมให้เกียรติคุณเสนอมาตลอด แต่คุณเสนอกลับไม่ให้เกียรติผม ทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ทำให้คนทั่วประเทศมองผมในภาพไม่ดี ผมเสียหายเป็นอย่างมาก”

คหบดีเศรษฐีใจบุญ กล่าวอีกว่า เรื่องมันเกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค.61 เบียร์ยี่ห้อดังได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามลีวัฒนา ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยมีศิลปินดังประกอบด้วย ตูน บอดี้สแลม โปเตโต้ และดา เอ็นโดรฟิน ทางผู้จัดได้เชิญตนไปเป็นเกียรติเนื่องจากเคยบริจาคร่วมโครงการให้ “ตูน” 16 ล้านบาทและนั่งอยู่ในพื้นที่ที่เขาจัดไว้ให้ ในขณะที่มีผู้ชมจำนวนมากที่มาชมคอนเสิร์ตและดื่มเหล้า เบียร์และเต้นรำกันอย่างสนุกสนานในจำนวนนั้นมีนายเสนอคู่กรณีร่วมอยู่ด้วย เมื่อเห็นตนนายเสนอเดินเข้ามาหา ในลักษณะอาการที่เมามาย พูดจาเสียงดังและเข้ามาใกล้ชิดกับตนพร้อมถ่ายรูปเชลฟี่ ตนพยายามห้ามปราม กระทั่งนำภาพไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ระบุข้อความไม่เหมาะสมรวมทั้งในภาพยังถ่ายติดกระป๋องเบียร์ไปด้วยทำให้คนจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์ วิจารณ์ตนในภาพลบจำนวนมาก พรรคพวกเพื่อนฝูงของตนแคปข้อความและภาพหน้าจอเฟซบุ๊กส่งมาให้ดู พอเห็นดังนั้นเลยโทรศัพท์ไปตำหนิและต่อว่านายเสนอ พร้อมขอให้มาพบที่ร้าน “จิมมี่ คลังผ้า”

ต่อมานายเสนอได้ลบภาพและข้อความที่โพสต์แล้วเดินทางมาพบที่ร้านชั้น 4 แต่แทนที่นายเสนอจะฟังตน นายเสนอกลับชักแม่น้ำทั้งห้าและหลักพุทธศาสนามาเทศนาสั่งสอน ตำหนิเสียๆ หายๆ “ผมถามว่าคุณเสนอมีสิทธิ์อะไรที่จะมาสั่งสอนผม ทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ผมจึงกดออดเรียกพนักงาน 2 คนเข้ามาในห้องและสั่งให้ตบปากคุณเสนอ ขอให้คุณเสนอกราบขอโทษผม พนักงานของผมจึงเข้าไปกระชากคอเสื้อคุณเสนอ แต่ไม่ได้ตบปากตามที่ผมสั่ง โดยคุณเสนอยอมก้มกราบผม ผมจึงไล่ให้คุณเสนออกจาก ห้องผมไป” นายจิมมี่กล่าว

นายจิมมี่เปิดเผยอีกว่า “ส่วนที่คุณเสนอไปโพสต์อ้างว่าผมให้มือปืนชักปืนจี้หัวนั้นไม่เป็นความจริง แต่เชื่อว่าคุณเสนอโพสต์ในลักษณะนั้นเพราะต้องการทำลายผมต่อไปอีก คุณเสนอไม่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำกับผม สร้างความเสียหายให้กับผม และการที่ไปร้องเรียนกับท่านผู้ว่าฯ และท่านผู้การฯ ผมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะเชื่อว่าทั้งสองท่านเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นอย่างไร และหากเชิญผมไปพบต่อหน้าท่านผู้ว่าฯ และท่านผู้การฯ ผมจะตบปากคุณเสนอต่อหน้าผู้ว่าฯและผู้การฯอีกด้วย”

นายจิมมี่กล่าวอย่างเหลืออดเหลือทนอีกว่า “คุณเสนอมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายครั้งกับผม โดยก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง และสร้างความเสียหายให้กับผมเป็นอย่างมาก แต่ผมก็พยายามอดทนมาตลอด จนเมื่อถึงครั้งนี้มันเหลือจะทนจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากคนนครศรีธรรมราชมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำลายผมและครอบครัวเช่นนี้ ทั้งๆที่ผมทุ่มเท เสียสละสร้างประโยชน์ให้กับสังคมนครศรีธรรมราชมากมาย แม้แต่การเสียภาษีธุรกิจครอบครัวผมก็จ่ายภาษีหลายสิบล้านบาทในแต่ละปี หากคนนครฯไม่ต้องการผม ผมและครอบครัวก็พร้อมที่จะไปอยู่จังหวัดอื่น ที่ผ่านมามีผู้หลักผู้ใหญ่ในหลายจังหวัดรวมทั้งในกรุงเทพฯซึ่งผมมีธุรกิจในเครือข่ายอยู่หลายแห่งเขาก็ต้องการผม เมื่อคนนครฯเขาไม่ต้องการผม ต้องการทำลายผม ผมก็พร้อมที่จะไปทันที”

ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามข้อ เท็จจริงจากนายเสนอ คู่กรณีทั้งทางโทรศัพท์หลายครั้งและเดินทางไปหาที่ร้านอาหารแดรี่ฮัทแต่ไม่สามารถติดต่อได้รวมทั้งนายเสนอไม่มีการโพสต์ข้อความใหม่แต่อย่างใด ส่วน พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า นายเสนอได้โทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องนี้ในเบื้องต้น ยังไม่มีการแจ้งความอะไรแต่อย่างใด เท่าที่พูดคุยในเบื้องต้นน่าจะมีการเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง ตนกำลังหาทางไกล่เกลี่ยหย่าศึกระหว่างนายจิมมี่กับนายเสนอให้ดีต่อกันและจับมือดีต่อกันในเร็วๆนี้เพื่อภาพพจน์ที่ดีของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะทั้งคู่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัด ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเอาปืนจี้หัวนายเสนอจริงหรือไม่ พล.ต.ต.วันไชย ตอบว่า เรื่องนี้คงเป็นการเข้าใจผิดกัน “เดี๋ยวผมจะนัดมาคุยและจับมือคืนดีกัน” พล.ต.ต.วันไชยกล่าว

สองเศรษฐีเมืองคอนเปิดศึกระอุเดือดสนั่นโซเชียลระหว่าง “จิมมี่ ชวาลา” คหบดีใจบุญกับนักธุรกิจเจ้าของร้านอาหารดังหลายสาขาถึงขั้นขู่ปืนจ่อหัวบังคับกราบเท้า... 8 มี.ค. 2561 00:57 8 มี.ค. 2561 07:40 ไทยรัฐ