วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หยอดกระปุกเสี่ยงทาย: เก็บเดือนละพัน ซื้อหวย กองทุน บิทคอยน์ กำไรกว่ากัน?

หยอดกระปุกเสี่ยงทาย: เก็บเดือนละพัน ซื้อหวย กองทุน บิทคอยน์ กำไรกว่ากัน?

  • Share:

ถ้ามีตังค์หยอดกระปุกออมเงินเดือนละพัน ซื้อหวย กองทุนรวม หรือบิทคอยน์ เวลาผ่านไปอะไรจะกำไรสุด และอะไรจะขาดทุนสุด?

ตามหลักการเงินแล้วเราควรเก็บออมอย่างน้อย 10%-40% ของรายได้ที่ได้ในแต่ละเดือน เพื่อเป้าหมายชีวิตต่างๆ เช่น ซื้อรถ ซื้อบ้าน การศึกษาลูก หรือเพื่อใช้ชีวิตตาม Lifestyle ที่ชอบ และที่สำคัญที่สุด เพื่อใช้ชีวิตยามที่เราหมดแรงทำงาน หรือเกษียณนั่นเอง เชื่อไหมครับว่าคนไทย 86% ในช่วงอายุ 40-60 ปี มีเงินใช้ไม่พอหลังเกษียณ นั่นเป็นเพราะคนไทยที่วางแผนการเงินมีไม่ถึง 5% เราต้องมีเงินอย่างน้อย 4 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายหลังจากเกษียณไปอีกประมาณ 20 ปี

ซึ่งถ้าเก็บเงินเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่เริ่มทำงานอายุ 25 ปี จนถึง 60 ปี เราจะมีเงินพอเกษียณ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เงินที่ทำงานหามางอกเงยมากขึ้นอีกคือการลงทุน แต่การลงทุนที่ดีนั้นจำเป็นต้องจัดสรรให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ ก็คือหากการลงทุนนั้นขาดทุนขึ้นมา เรายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากใครอยากคำนวณอย่างละเอียดว่าจริงๆ แล้วเราต้องออมเงินและลงทุนเท่าไรก็สามารถกูเกิลเครื่องคิดเลขสำหรับวางแผนการเงินได้ครับ ซึ่งตัวที่ผมชอบและอยากแนะนำให้ลองก็คือของทางตลาดหลักทรัพย์ www.set.or.th/happymoney/

วันนี้ผมเลยนึกสนุกขึ้นมาว่าถ้าเก็บเงินสักเดือนละพัน จะนำไปหยอดกระปุกกับอะไรดี ระหว่าง “หวย” (สลากกินแบ่งรัฐบาล) ซึ่งเป็นสิ่งสุดฮิตที่คนไทยเกือบทุกคนต้องเคยซื้ออย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต หรือหลายคนอาจแบ่งเงินซื้อทุกเดือน เวลามีข่าวเกี่ยวกับคนถูกหวยหรือคดีความเรื่องหวยทีไร ก็ขึ้นหน้าหนึ่งแซงประเด็นฮอตอื่นๆ เสมอ

อย่างที่สองคือ “กองทุนรวม” ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบลงทุนกับกองทุนรวมมากที่สุด เพราะกองทุนรวมนั้นคือการที่ผู้จัดการกองทุนซึ่งเป็น “มืออาชีพ” ด้านการลงทุน นำเงินของเรารวมกันหลายๆ คนไปบริหารจัดการและลงทุนให้ในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ทอง หรือแม้กระทั่งลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงต่างกัน ดังนั้นกองทุนจึงเหมาะกับคนที่อยากลงทุน แต่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนหรือไม่มีเวลาติดตาม เพราะการลงทุนในสินทรัพย์บางชนิด หากทำด้วยตนเองก็ต้องติดตามสถานการณ์กันแทบตลอดเวลาเลยทีเดียว แต่กองทุนรวมทำให้ผมสามารถลงทุนในหุ้นบ้าง ที่ดินบ้าง ต่างประเทศบ้าง ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องมาเหนื่อยติดตามเองและใช้เงินเริ่มต้นไม่มากด้วยครับ

และสุดท้ายคือ “บิทคอยน์” ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอลอันดับ 1 ของโลก และเป็นสิ่งที่หลายคนถือว่าเป็นการลงทุนทางเลือกหนึ่งในยุคดิจิตอลนี้ จนล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางกำกับดูแลให้การออกสกุลเงินดิจิตอล (ICO) เป็นไปในทิศทางที่เกิดประโยชน์มากกว่าโทษกับประเทศไทย ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่ากฎเกณฑ์จะเป็นเช่นไรครับ ทั้งนี้การลงทุนในบิทคอยน์ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเส่ี่ยงสูงมาก ซึ่งการลงทุนในความเสี่ยงสูงตามปกติแล้วไม่ควรเกิน 5% ของสินทรัพย์ที่เรามีนะครับ

เอาล่ะ ผมจะเริ่มเก็บเงินสองสัปดาห์ต่อครั้ง (ก่อนวันหวยออก) นำมา “หยอดกระปุกเสี่ยงทาย” กับทั้ง 3 อย่างนี้ ประมาณอย่างละ 500 บาทเท่าๆ กัน แล้วเรามาลองดูกันครับว่า เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน 5 เดือน กระปุกไหนจะกำไรสุด และกระปุกไหนจะขาดทุนสุด ทั้งนี้ผมทำเพื่อเป้าหมายทางการศึกษาให้หลายๆ คนเห็นภาพของการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อชี้นำหรือชี้ชวนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนจะเริ่มลงทุนกับอะไรก็ตาม แล้วได้ผลยังไงผมจะกลับมาเล่าให้ฟังกันครับ หรือใครสนใจติดตามผลการเสี่ยงทายนี้เต็มๆ จาก www.facebook.com/drthuntee ก็ได้ครับ

คอลัมน์ “เศรษฐีคีย์บอร์ด”

คอลัมน์ “เศรษฐีคีย์บอร์ด” โดย ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน (www.thuntee.com) ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และเทคนิคการใช้เทคโนโลยีสำหรับคนทำธุรกิจ งานอิสระ หรือคนที่กำลังหาช่องทางเพิ่มเติมจากงานประจำ เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุดทั้งเป็น “ตัวเงิน” และ “ความสุข”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้