วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เหงือก’ ต้องการ การดูแล

โดย Advertorial

แม้เราจะให้ความสำคัญกับ ‘ฟัน’ เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากส่งผลต่อรอยยิ้มและบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่มาคู่กันและละเลยไม่ได้ก็คือ ‘เหงือก’ เพราะเหงือกมีผลโดยตรงต่อฟัน รวมถึงสุขภาพภายในช่องปาก หลายคนอาจไม่ทราบว่า ความผิดปกติของเหงือกอย่างอาการเหงือกอักเสบ ไปจนถึงโรคปริทนต์หรือโรคเหงือกอักเสบระยะรุนแรง สามารถทำลายบุคลิกภาพได้จากกลิ่นปากที่อาจไม่รู้ตัว รวมถึงเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟัน ‘เหงือก’ จึงสำคัญกว่าที่คิด และเป็นส่วนที่สมควรได้รับการดูแลอย่างดี

คุณดูแลเหงือกดีพอหรือเปล่า

เหงือกและฟันส่งผลต่อกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าคนส่วนใหญ่ก็มักไม่ใคร่มีใครให้ความสำคัญกับเหงือกมากนัก การละเลยสุขภาพของเหงือกสามารถส่งผลต่ออาการเหงือกอักเสบ และหากละเลยมากขึ้นก็จะเป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบระยะรุนแรง หรือโรคปริทนต์ โดยเหงือกจะเริ่มอักเสบมากขึ้น กระดูกฟันถูกทำลาย ส่งผลไปถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดฟันในตำแหน่งนั้นๆ จนกระทั่งเหงือกร่นรุนแรงขึ้น และสูญเสียฟันไปในที่สุด น่าปวดใจไม่น้อยทีเดียว

การให้ความใส่ใจต่อเหงือก รวมถึงสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเหงือก จึงเป็นสิ่งที่ผู้รักฟันและสุขภาพภายในช่องปากทุกคนพึงกระทำ โดยทั่วไปแล้ว อาการผิดปกติกับเหงือกที่เราควรต้องให้ความสำคัญและระแวดระวังมากขึ้นว่าอาจส่งผลต่ออาการเหงือกอักเสบ และอาจบานปลายเป็นปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงตามมา ได้แก่

1) เหงือกมีสีแดง

พึงระวังเอาไว้ว่า เหงือกที่มีสุขภาพดีคือเหงือกที่มีสีชมพูอ่อน ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่สังเกตพบว่าเหงือกเริ่มมีสีแดงเข้มขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าเริ่มมีความผิดปกติกับเหงือกแล้วละ ซึ่งแบคทีเรียอาจเป็นสาเหตุนั้นได้เช่นกัน

2) เหงือกบวม

เหงือกสุขภาพดีคือเหงือกที่แน่นกระชับ ดังนั้นหากเริ่มมีอาการเหงือกบวม ก็เป็นไปได้ว่าที่ผ่านมาวิธีดูแลสุขภาพในช่องปากของคุณไม่ดีพอ จนเริ่มส่งผลบางอย่างต่อเหงือก ซึ่งไม่ใช่อาการที่ควรมองข้ามเลย

3) เลือดออกตอนแปรงฟัน

เมื่อใดก็ตามที่เริ่มพบเลือดจากทั้งการแปรงฟัน หรือการใช้ไหมขัดฟัน คุณต้องตระหนักมากขึ้นแล้วละว่าคุณละเลยมากเกินไป นี่เป็นสัญญาณที่ชี้ชัดขึ้นว่าคุณต้องกลับมาดูแลเหงือกโดยด่วน

4) เหงือกร่นระยะแรก

อาการร่นของเหงือกไม่ได้เกิดจากการแปรงฟันผิดวิธี หรืออายุที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นอาการของเหงือกอักเสบในระยะแรกด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่สังเกตพบว่าเหงือกเผยออกจากฟันมากขึ้น หรือฟันเริ่มใหญ่ผิดปกติ คุณก็นิ่งเฉยไม่ได้เสียแล้วละ

5) กลิ่นปาก

กลิ่นปากไม่ได้เกิดจากกลิ่นอาหารตกค้างภายในช่องปาก หรือการแปรงฟันที่ไม่สะอาดเพียงพอเท่านั้น แต่กลิ่นปากยังเป็นสัญญาณของเหงือกอักเสบระยะเริ่มต้น เพราะฉะนั้นอย่านิ่งนอนใจกับกลิ่นปาก และรสชาติไม่ดีที่รู้สึกอยู่ภายในช่องปาก

นอกจากนี้ ปัญหาโรคเหงือกยังส่งผลให้เกิดการระคายเคืองเหงือก รวมถึงพบช่องว่างผิดปกติ ซึ่งเริ่มเกิดระหว่างซี่ฟัน บางรายพบว่าฟันโยก หรือมีความผิดปกติในการเคี้ยว รวมถึงลักษณะที่ฟันสบกันเมื่อกัด สัญญาณเหล่านี้บอกว่าคุณจะละเลยเหงือกไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

จงอย่าละเลยเหงือก

โดยทั่วไปแล้ว สาเหตุของอาการเหงือกอักเสบนั้นเกิดได้จากทั้ง การดูแลช่องปากที่ไม่ดีพอหรือผิดวิธี การแปรงฟันไม่สะอาดอย่างทั่วถึง รวมถึงไม่ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปากทุกวันเพื่อทำความสะอาดในจุดที่การแปรงฟันเข้าไปไม่ถึง จนแบคทีเรียที่ตกค้างจะสะสมก่อตัวขึ้นเป็นฟิล์มหนา ที่เรียกว่า แผ่นคราบพลัคหรือไบโอฟิล์ม สิ่งนี้ล้วนนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากรวมถึงการทำให้เหงือกเริ่มอักเสบได้เช่นกัน ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะถามตัวเองว่า ที่ผ่านมาคุณดูแลเหงือกและฟันอย่างถูกวิธีและดีพอหรือไม่

ก่อนที่ปัญหาเหงือกจะลุกลามมากขึ้นและส่งผลเสียจนยากเกินแก้ไขในอนาคต เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลเหงือกและฟันใหม่ ซึ่ง 3 วิธีที่ง่ายที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ ได้แก่

1) แปรงฟันให้สะอาดทั่วถึง เพื่อกำจัดเศษอาหารที่อาจตกค้างทั้งบนผิวฟันและซอกฟัน ควรแปรงฟันทุกวันทั้งเช้า ก่อนนอน และทุกครั้งหลังอาหาร

2) ดูแลความสะอาดของเหงือกและฟันในจุดที่การแปรงฟันเข้าไปไม่ถึง วิธีนี้จะช่วยกำจัดทั้งเศษอาหาร รวมถึงกำจัดแบคทีเรียตกค้างสะสมที่สามารถก่อตัวขึ้นเป็นคราบพลัคหรือไบโอฟิล์ม โดยวิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ไหมขัดฟัน และการบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมสารแอนตี้แบคทีเรียวันละ 2 ครั้ง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสุขภาพเหงือกได้

3) พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อขจัดคราบพลัคอย่างถูกวิธี ทันตแพทย์สามารถขจัดคราบพลัคที่ก่อตัวขึ้นจนเป็นหินปูน ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคเหงือกระยะแรกเริ่มได้เป็นอย่างดี

ลิสเตอรีน กัมแคร์ ดูแลเหงือก

การใช้น้ำยาบ้วนปากนั้นสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยทำความสะอาดในจุดที่การแปรงฟันเข้าไปได้ไม่ถึง และช่วยกำจัดแบคทีเรียตกค้างสะสมที่สามารถก่อตัวเป็นไบโอฟิล์ม เพียงแต่น้ำยาบ้วนปากที่ดีก็ต้องเป็นน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนประกอบของสารแอนตี้-แบคทีเรีย เนื่องจากสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาสุขภาพเหงือกได้อย่างดี การใช้น้ำยาบ้วนปากผสมสารแอนตี้-แบคทีเรียเป็นประจำจะช่วยลดการสะสมแบคทีเรียที่อาจเกาะแน่นอยู่บนเหงือก ซึ่งการใช้อย่างถูกวิธี คือ ใช้น้ำยาบ้วนปาก 20 มิลลิกรัม (ประมาณ 4 ช้อนชา) ไม่ต้องเจือจาง บ้วนปากไปมาเป็นเวลา 30 วินาที โดยกลั้วน้ำยาบ้วนปากในช่องปากร่วมด้วย เพื่อความสะอาดที่แท้จริง

น้ำยาบ้วนปากที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นทางเลือกที่ดี และสำคัญอย่างมากเพื่อดูแลสุขภาพเหงือกและฟันอย่างดีที่สุด อย่างลิสเตอรีน กัมแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดธรรมชาติ 4 ชนิด (4 Essential Oils) ทั้ง ยูคาลิปตอล เมนทอล ไทมอล และเมธิลซาลิไซเลท ก็ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่าช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของปัญหาเหงือกได้ และถือเป็นครั้งแรกที่ลิสเตอรีนพัฒนาสูตรขึ้นมาเพื่อการดูแลสุขภาพเหงือกโดยเฉพาะ ด้วยสรรพคุณของ ‘สมุนไพรขิง’ ที่พิสูจน์แล้วว่า ช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการอักเสบ และทำให้เหงือกแข็งแรงขึ้นใน 2 สัปดาห์ รวมถึงยังช่วยลดแบคทีเรียลึกถึงร่องเหงือก และสามารถเข้าถึงการดูแลเหงือกได้ดีกว่าการแปรงฟัน พร้อมรสชาติอ่อนโยน ไม่แสบปาก ด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์

ถึงเวลาแล้วที่ต้องดูแลสุขภาพเหงือกด้วยความใส่ใจ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี สุขภาพดี และมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทำความรู้จักกับ ลิสเตอรีน กัมแคร์ เพิ่มเติมได้ที่ www.listerine.co.th

แม้เราจะให้ความสำคัญกับ ‘ฟัน’ เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากส่งผลต่อรอยยิ้มและบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่มาคู่กันและละเลยไม่ได้ก็คือ ‘เหงือก’ เพราะเหงือกมีผลโดยตรงต่อฟัน... 6 มี.ค. 2561 10:57 13 มี.ค. 2561 09:49 ไทยรัฐ