วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เปิดเมืองฮวาเหลียน สวรรค์คนไทย สวิตเซอร์แลนด์เอเชีย ก่อนตายต้องไป!

เรียบง่าย เงียบสงบ อิ่มเอม สบายตา และสุขใจเมื่อได้มา "ฮวาเหลียน" เมืองต้องมนตร์ของไต้หวัน... คือไม่รู้จะบรรยาย หรือจะอธิบายอย่างไร เมื่อได้มาสัมผัสเมืองนี้ จึงขอเริ่มที่ความรู้สึกของตัวเองก่อน!

เดี๊ยนได้ยินชื่อเมืองมานานหลายปี จากสาวน้อยชื่อหวา คนไทยที่ทำงานอยู่ที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไต้หวัน บอกเล่าถึงความพิสมัยน่าชมของเมืองนี้ให้ฟังสารพัดสารพัน เมื่อได้ยินครั้งแรก...ก็รู้สึกว่าอยากมาแล้ว พอได้ยินครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ก็ยิ่งทำให้อยากมามากขึ้นทวีคูณ แต่ที่ผ่านมา...โอกาสก็ยังไม่เอื้ออำนวย นานวันผ่านไปใจก็ยังจดจ่อ ในที่สุด...วันนี้!!!

วันที่ฝันเป็นจริง...เจ้าประคุณรุนช่องเอ้ย ได้มาแล้วจ้า!!!

ที่สุดของไต้หวัน ที่สุดสวรรค์ในใจ เดี๊ยนขอยกให้เมืองนี้ ฮวาเหลียน เมืองต้องมนตร์ มาแล้วก็ต้องกลับไปอีก!! (แน่นอน) นี่คือความจริงจากใจ หลังแลนดิ้งถึงแผ่นดินไทย ก็รู้สึกว่าพลาดอีกหลายสถานที่ที่สมควรไป ด้วยเพราะเวลาที่มีจำกัด โปรแกรมอัดแน่นด้วยสาระ การเดินทางไปสำรวจเมืองสวรรค์ครั้งนี้ จึงไม่อาจได้เห็นความงดงามทั้งหมดของที่นี่ เพราะมันมีสถานที่น่าสนใจเยอะมาก มาก มาก มาก ขอบอกแบบนี้ แต่กระนั้นเราก็ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่พิเศษกว่าใครๆ โดยมี ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยเป็นผู้นำทาง เอาเป็นว่า...กรุณาติดตาม!!

แต่ก่อนที่จะไปบอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางที่แสนจะชิล ขออธิบายถึงเมืองฮวาเหลียนอย่างย่อและอย่างง่าย...ว่า

ฮวาเหลียน เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของไต้หวัน โดยทิศเหนือของเมือง ติดกับเมืองอี้หลิน ไล่เรียงทางซ้ายลงมา ติดกับเมืองไถจง หนานโถว จนถึงทางใต้คือ เกาสง และไถตง โดยทางด้านตะวันออกติดกับชายฝั่งทะเล คือมหาสมุทรแปซิฟิกนั่นเอง

สำหรับชื่อเมือง "ฮวาเหลียน" หรือที่บางคนก็เรียก "ฮัวเหลียน" บ้างก็ว่ามาจากคำว่า "เหลียนฮวา" ที่แปลว่า "ดอกบัว" แล้วกลับคำเป็น "ฮวาเหลียน" ส่วนบ้างก็ว่ามาจากคำว่า "หุ้ยหลัน" ที่แปลว่า "น้ำวน" เพราะแม่น้ำฮวาเหลียนที่ไหลลงชายฝั่ง จะมีลักษณะของกระแสน้ำวน ซึ่งผู้คนไม่ลงเล่นน้ำทะเลแต่อย่างใด เพราะมันอันตรายมากๆ

ยังๆ ยังไม่หมด สำหรับชื่อเมืองนี้ มีคนเล่ากล่าวกันไปอีกว่า ชาวโปรตุเกสที่เดินเรือผ่านช่องแคบไต้หวัน ได้พบเห็นว่าในผืนทรายมีเม็ดทองคำปะปนอยู่ จึงใช้ชื่อแม่น้ำที่ผลิตทองคำในโปรตุเกส มาเรียกขานชื่อเมืองนี้ คือที่มาของเมืองฮวาเหลียนไง โอ๊ย...ก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายเราก็เรียกว่า ฮวาเหลียน จะน่าฟังเป็นที่สุด

เมืองฮวาเหลียนมีเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน คือ 4,600 ตารางกิโลเมตร แต่คุณรู้มั้ย?? ที่นี่มีประชากรแค่เกือบ 400,000 คนเท่านั้นเอง น้อยมากๆ อาจเป็นเพราะลักษณะภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ตั้งแต่แนวเหนือจรดใต้ รวมไปถึงด้านตะวันตกด้วย นี่แหละ...คือข้อดีของเมืองต้องมนตร์แห่งนี้

เราชื่นชอบความเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า ทะเล ภูเขา รวมไปถึงคนฮวาเหลียนเองด้วย จะบอกว่าน่ารัก อบอุ่น มีมิตรไมตรี เอาง่ายๆ สรุปให้ฟังว่า มีเสน่ห์ทั้งเมืองและผู้คน และนี่คือเหตุผลที่บอกตั้งแต่แรกว่า...เราจะต้องกลับมาที่นี่อีก!!!

ทีนี้เราไปชมความสวยความงามของเมืองนี้พร้อมๆ กัน เดี๋ยวจะเล่าแบบนี้ว่า ไปไหน ก็เที่ยวชมที่นั่นแล้วกัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวฮวาเหลียน มีเป็นล้าน!!! เว่อร์ไปมั้ยคะ?? งั้นมีเป็นร้อยก็พอ!! จริงๆ นะคุณๆ ไว้ได้ไปอีก จะเอามาบอกเล่าเม้าท์มอยให้ฟัง ขอบอกที่เที่ยวที่เมืองนี้ มีเยอะเป็นตาสับปะรด แถมยังเที่ยวได้ทั้งปีอีกด้วย

ว่าแล้วก็ยกตัวอย่างที่เดี๊ยนอยากไปให้ฟังนะ (แต่ยังไม่ได้ไปนะ) ก็มี...หุบเขาดอกไม้ (อยากไปเว่อร์ๆ) หาดซีซิงถัน (จะไปดูทะเลไต้หวันเหมือนเมืองไทยมั้ย?) ล่องเรือดูปลาโลมา (อันนี้ก็อยากไปมากเจ้าค่ะ) ตลาดกลางคืนตรงต้าเหมิน (เสียใจมาก...ไม่ได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมและผู้คนเลย) แล้วก็ไหว้พระ (อยากไปหลายวัดเลยอ่ะ) ก่อนจะปิดท้ายด้วยโรงกลั่นเหล้าเมืองฮวาเหลียน (ฮ่าๆ ก็ของมันต้องไป เพราะบ้านเรามันไม่มีแบบนี้ไง...อิอิ) นี่สิ! ถึงจะถูกจริตคนไทย

ไปค่ะ...ตามเดี๊ยนมา พาไปดูว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง??

1. ที่ว่าการอำเภอฮวาเหลียน

ที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก ท่านทูต ถง เจิ้น หยวน เดินทางมาแสดงความห่วงใยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือที่รวบรวมมาได้จากประเทศไทย ให้กับเมืองฮวาเหลียนด้วย น้ำใจจากแผ่นดินสู่แผ่นดิน ตบมือรัวๆ โดยในงานนี้ก็มีของดีให้ชมนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก รีสอร์ตต่างๆ รวมไปถึงอาหาร ขนม เครื่องประดับจากหินกุหลาบ อันนี้เดี๊ยนชอบมาก เหมือนได้ของดีราคาถูก สำหรับคนที่ชื่นชอบหินนะ อ๋อ...ที่อยากแนะนำ ขนมข้าวหลามจ้า อร่อยแบบฟินๆ คล้ายๆ ข้าวหลามบ้านเรา แต่มันไม่ใช่ข้าวเหนียวในข้าวหลาม แต่มันคือข้าวเหนียวดำที่ทำคล้ายๆ เจลลี่ อร่อยมาก เก๋มากขอบอก ไปหากินกันดูนะ ชอบๆ และอีกอันเกือบลืม โมจิถั่วแดงจ้า ที่สุดของความเป็นถั่วแดง ยกให้เจ้านี้เลย

2. อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ

ไปค่ะ...ไปทาโรโกะกัน จุดหมายปลายทางที่เราต้องพิชิต เพราะมันคือหัวใจของฮวาเหลียน เปรียบดั่งสวรรค์ของไต้หวันเลยทีเดียว เพราะอย่างที่บอก ที่นี่ถือเป็นสวิตเซอร์แลนด์แดนไต้หวันไปแล้วจ้า ใครมาไต้หวัน ถ้าอยากจะนิพพานต้องมาเที่ยวที่นี่นะคะ ขอเล่าให้ฟังนิดนึงว่า

อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ หรือหุบเขาทาโรโกะ ถือกำเนิดจากการตัดผ่านของแม่น้ำลีอู้ หุบเขาแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอย่างน่าทึ่งสุดๆ คือ ภูเขาแห่งนี้ยังงอกขึ้น หรือสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลักษณะหินภูเขาเป็นหินอ่อนเสียส่วนใหญ่ เรียกว่าหินอ่อนก้อนเท่ารถบรรทุกสิบล้อลากพ่วงเลยแหละ จริงๆ นะคุณ เดี๊ยนไม่ได้โม้ ดูรูปภาพได้ และน้ำในแม่น้ำ ที่ไหลลงสู่ทะเล ก็จะมีสีเป็นแบบน้ำปูนซีเมนต์ คือเก๋ไปอีกค่ะ สำคัญกว่านั้น ถ้าคุณขึ้นเขาไปตามถนนหลวงจงเหิน คุณจะได้เจอสภาพอากาศสุดหลากหลาย 3 ฤดูมันยังน้อยเกินไป เราจัดให้ 4 ฤดูไปเลย

แล้ววันนี้ค่ะ เราไปนอนกันบนยอดเขา กับที่พักที่ชื่อว่า Taroko Village ดีงามพระรามลงสรง เอากระเป๋าไปเก็บห้องพัก ได้ยินเสียงแง่ว แง่ว เสียงสัตว์ดังออกมาจากหลังห้องจ้า แล้วห้องก็ติดกับภูเขาเลย โอ๊ย...จะฟินกับธรรมชาติ รึจะกลัวดี? ไม่เป็นไรบอกกับตัวเอง ไม่น่ามีอะไรมั้ง อย่างเสือ ช้าง เก้ง หมี (5555 จะน่ากลัวก็ตอนยกตัวอย่างสัตว์ป่านี่แหละ) ไปค่ะ...ไปกินอาหารของชนเผ่าซานเย่วกัน เพราะที่นี่คือรีสอร์ตสไตล์ชนเผ่า เก๋ไปอีกคุณ...

3. พิพิธภัณฑ์หอย

อันนี้เก๋... พิพิธภัณฑ์หอย ศูนย์รวมความเป็นหอย เพราะที่นี่คือฟาร์มเลี้ยงหอย ถ้าจะถามว่าหอยอะไร เราขอบอกเป็นภาษาไทยว่า "หอยตลับ" เพราะมันไม่ผิดเพี้ยนจากจากหอยตลับบ้านเราเลย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว แต่รสชาติก็อาจจะแตกต่างกันนิดหน่อย 

สำหรับที่นี่มีความเก๋ มีความเล่าเรื่องราวของหอย และการทำฟาร์มหอย ก่อนจะนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย รวมถึงอาหารด้วย อย่างเช่นที่เราได้สัมผัสรสชาติ และถือเป็นความตื่นตาตื่นใจเดี๊ยน ต้องยกให้ "ไอศกรีมหอย" เลิฟเว่อร์เลยจ้า มันก็จะมีกลิ่นของหอยหน่อยๆ แต่ก็ไม่มาก เอาเป็นว่าได้ความแปลกใหม่แน่นอน ถัดมาก็เป็นอาหาร (เรื่องกินเรื่องใหญ่ ไว้จะเล่าให้ฟังเป็นฉากๆ อาหารฮวาเหลียนที่ต้องโดน ในบทความถัดไป) จานเด็ดก็ต้องเป็น หอยตลับดอง ก็เป็นหอยตัวเล็ก ที่ชาวคณะชื่นชอบมากๆ โดยเฉพาะหนุ่มทอล์คและสาวจ๊อย กินแบบเอร็ดอร่อย (อะไรจะปานนั้น??) นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากหอยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ได้จากหอยตลับ และหอยตลับกระป๋อง เกือบลืม! ที่นี่คือ "ตลาดลี้ชวน"

4. สวนดอกไม้

เก๋สุดๆ มาไต้หวันต้องมาให้ถึงแปลงดอกไม้ ด้วยสภาพภูมิอากาศ แล้วอยากจะมีภาพสวยๆ ต้องมาที่นี่ค่ะ สวนดอกไม้ที่ชื่อว่า Da Nong Da Fu Forest Park แล้วอย่าลืมมาเช็กอินที่ อักษร Taiwan ด้วยนะคะ แต่ถ้าอยากประกาศศักดา ต้องไปทำ ​Thailand เป็นสัญลักษณ์ไว้ด้วย เก๋ๆ ค่ะ

5. Promisedland ดินแดนต้องมนตร์

เหมือนเราเป็นนางฟ้าในเทพนิยาย เมื่อเดินเท้าเข้าไปในดินแดนแห่งนี้ Promisedland Resort & Lagoon ด้วยความที่เจ้าหน้าที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น มาชวนเต้นโยกย้าย โยกย้ายอย่างสนุกสนาน ก็ทำให้เราได้รู้สึกสนุกสนานขึ้นมาทันที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของโรงแรมคนโสดลูกสอง จะพาเราไปล่องเรือชมวิว ดูปลา และเล่าเรื่องราวให้ฟังตลอดเวลา จากนั้นก็พากันไปทำดุ๊กดิ๊กถ่ายภาพ และล่องแพไปให้อาหารเป็ดที่อยู่บนบก ก็ทำเราหัวเราสนุกสนาน ทำไมต้องเอาเราลงเรือเพื่อมาให้อาหารเป็ด ทำไมไม่พาเดินไปให้อาหารเป็ดที่อยู่บนบก ฮ่าๆ ก็ขำขันกันไป แต่บอกเลยที่นี่สวย น่านอน มาแล้วคุณจะติดใจ!!!

เรียบง่าย เงียบสงบ อิ่มเอม สบายตา และสุขใจเมื่อได้มา "ฮวาเหลียน" เมืองต้องมนตร์ของไต้หวัน... คือไม่รู้จะบรรยาย หรือจะอธิบายอย่างไร เมื่อได้มาสัมผัสเมืองนี้... 3 มี.ค. 2561 14:42 13 มี.ค. 2561 10:42 ไทยรัฐ