วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอยคดี 8 ตร.ยัดยาผัวเมีย! เพราะเรื่องนี้ทำให้ลุงจรูญรู้จักทนายษิทรา

หลังจากข่าวหวย 30 ล้านเริ่มคลี่คลาย โดยเรื่องทั้งหมดก็ต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนสงสัยว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล รู้จักกับ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้อย่างไร​ โดย ลุงจรูญ เปิดเผยผ่านรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญว่า ผู้จัดการธนาคารแนะนำมา เมื่อเข้าไปดูแฟเพจเฟซบุ๊กก็พบว่า ทนายได้ทำคดี 8 ตำรวจยัดยา 2 สามีภรรยา 

'ไทยรัฐออนไลน์' ขอพาไปย้อนดูเหตุการณ์ และการต่อสู้คดีดังกล่าว ระหว่างตำรวจ 2 สามีภรรยา และทนายษิทรา...

หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค.60 ตำรวจจับกุม 2 ผัวเมียชาวแม่กลอง ที่ชื่อว่าเปิ้ล และตูน ซึ่งตำรวจจับเปิ้ล พร้อมยาบ้า 20 เม็ด ที่ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง ต่อมาในวันเดียวกัน ตำรวจจับกุม นายตูน พร้อมยาบ้า 40 เม็ดได้ที่ปั๊มน้ำมันอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งปั๊มน้ำมันทั้งสองแห่งนั้นอยู่ห่างกันเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น อีกทั้งเวลาจับกุมตัวทั้งสองก็ห่างกันเพียง 2 ชั่วโมง 

โดยก่อนจับกุมตัวสามีภรรยาคู่นี้ ตำรวจได้มีการจับกุมนายกันต์ พร้อมยาไอซ์ 1 ถุง ซึ่งนายกันต์บอกว่า ได้ซื้อยาเสพติดมาจากนายตูน จึงเป็นที่มาของการล่อซื้อจับ 2 ผัวเมียดังกล่าว หลังจากการจับกุมตัวเปิ้ล-ตูนแล้ว ทั้งคู่ถูกคุมตัวไว้ที่โรงพักถึง 2 วัน ก่อนที่ญาติของทั้งสองมาติดต่อขอประกันตัว เปิ้ลจึงได้ติดต่อไปยังนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น ความจริงแสนอัปยศ 

ความจริงแสนอันอัปยศ

2 ผัวเมีย ระบุว่า วันที่เกิดเหตุ ได้ขี่จักรยานยนต์กลับบ้านที่สมุทรสงคราม ระหว่างทาง ตูน อยากเข้าห้องน้ำ จึงแวะปั๊มน้ำมัน โดยระหว่างที่ตูนออกจากห้องน้ำมีกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน เข้าควบคุมตัว ค้นตัว แล้วจึงนำตัวขึ้นรถเก๋งสีขาวไปทันที และมีชายฉกรรจ์อีกชุด ควบคุมตัวเปิ้ลที่หน้าห้องน้ำ และมีการยึดกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ไว้ ซึ่งการกระทำครั้งนี้แม้จะมีคนเห็นมากมายแต่กลับไม่มีใครกล้ายุ่ง

ทั้งนี้ เพราะชายกลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจ และนี่คือการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหัวหน้าชุดการปฏิบัติการ ขอให้พนักงานทำความสะอาดนำเปิ้ลไปตรวจค้นตัวในห้องน้ำ จากนั้นเปิ้ลถูกจับขึ้นรถกระบะสีดำ พร้อมยกรถจักรยานยนต์ขึ้นท้ายรถกระบะ จากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปสมุทรสาคร

"นี่ยา..ถ้าไม่รับจะโดนมากกว่านี้"

ในระหว่างทางที่เปิ้ลถูกควบคุมตัว ชายคนที่อ้างเป็นตำรวจได้หันมาเห็นสร้อยทองที่คอพร้อมพระเครื่อง และสร้อยทองที่ข้อมือของเปิ้ล จึงบอกให้เปิ้ลถอด เปิ้ลจึงยอมทำตามคำสั่งด้วยความกลัว ทั้งคู่ถูกควบคุมตัวมาโรงพักด้วยรถคนละคันกันและแทบจะไม่ได้เจอกัน แต่เปิ้ลได้ยินแต่เสียงสามีร้องด้วยความเจ็บปวด

เปิ้ล เล่าต่อว่า มีตำรวจเดินเข้าออกตลอดเวลา หลายคนพยายามเข้ามาพูดให้รับว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ทั้งคู่ไม่รู้เรื่อง จึงถูกเอากล่องครอบหัวแล้วตีอยู่เป็นเวลานาน ทั้งคู่ขอร้องให้ปล่อยแต่ไม่เป็นผล เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง มีชายคนหนึ่งเอายาเสพติดมาวางที่โต๊ะด้านหน้าแล้วบอกว่า "นี่ยาพวก.. ให้รับซะ คดีแค่โทษปรับ ถ้าไม่รับพวก...จะโดนมากกว่านี้" ทั้งสองขอโทรไปหาครอบครัว แต่ไม่ได้รับการอนุญาต ในที่สุดเมื่อตูน-เปิ้ลไม่สามารถทนเจ็บและความกดดันได้จึงยอมรับสารภาพทั้งคู่

ตูน-เปิ้ลขอสู้ทวงคืนความยุติธรรม

หลังจากสองสามีภรรยาปรึกษากับทนายตั้มว่า จะขอสู้เพื่อยุติธรรมของตัวเอง ทั้งหมดจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่โรงพักแม่กลองในวันที่ 7 ส.ค.59 ปรากฏว่าถึงแม้ฝ่ายตำรวจจะรับเรื่อง แต่ก็ยังอิดออดไม่ยอมเรียกตัวแม่บ้านซึ่งเป็นพยานคนสำคัญมาสอบสวน ภายหลังจากที่ได้แจ้งความกับตำรวจทั้ง 8 นายในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ทนายตั้มจึงเดินทางไปพูดคุยกับพยานคนสำคัญคือ แม่บ้านในปั๊มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากตะล่อมคุยอยู่นาน แม่บ้านคนดังกล่าวก็ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริง โดยข้อมูลนั้นเหมือนกันกับที่คู่สามีภรรยาเล่าและยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากที่มีการจับกุมตัวสองสามีภรรยาเพียง 2 วัน ก็มีตำรวจสามนายเดินทางมาคุย "เรื่องบางอย่าง" กับผจก.ปั๊ม และเป็นเรื่องบังเอิญ ที่ปั๊มแห่งนี้ไม่ได้เก็บเทปกล้องวงจรปิดในวันและช่วงเวลาดังกล่าวเอาไว้

ก๊วน 8 ตำรวจยื่นดีลลับ "เซตซีโร่"

ระหว่างทนายตั้มสืบหาพยานหลักฐานอยู่นั้น ทางฝ่ายตำรวจเองก็ไม่ได้อยู่เฉย มีการวิ่งเต้นมาพูดคุยกับทนายตั้มด้วยเช่นกัน โดยการยื่นข้อเสนอว่าจะคืนทรัพย์ที่ริบมาจากสองสามีภรรยา และจะจ่ายค่าประกันตัวทั้งคู่แทนให้ อีกทั้งจะไปช่วยเบิกความในคดีอีกด้วย ขอแค่ถอนเรื่องแจ้งความเท่านั้น เรื่องดังกล่าวก็จะกลายเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะหาเรื่องนี้แดงขึ้นมาจะส่งผลกระทบถึงเก้าอี้ของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน แน่นอนว่าทนายตั้มได้ตอบปฏิเสธข้อเสนอเซตซีโร่นี้ไป

ปมแค้นจากอดีตหรือแค่ต้องการทำยอดคดี ?

ตูน-เปิ้ล พร้อมด้วยทนายตั้มเดินทางไปยัง สน.เพื่อให้การเพิ่มเติม ในวันดังกล่าวทนายตั้มได้พูดคุยกับนายดาบ 1 ใน 8 ของก๊วนตำรวจ พบว่า ขณะนี้ในทีมตำรวจดังกล่าวเริ่มจะแตกคอกันเองถึงขนาดไม่เป็นอันทำงานกันเลยทีเดียว ไม่มีใครรู้เรื่องว่า รองป. ไปริบทรัพย์สินของสองสามีภรรยา อีกทั้งนายดาบคนดังกล่าวยังได้พูดถึงเรื่อง "สถิติคดี" ซึ่งโรงพักทุกโรงจะต้องมียอดจับกุมให้ได้ตามเป้า จึงเป็นเหตุผลหลักที่แยกคดีของตูน-เปิ้ลออกเป็นสองคดี

นอกจากนี้ พ่อของเปิ้ลเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับตำรวจนายหนึ่ง โดยตำรวจคนดังกล่าวโพสต์ข้อความหลังจากตูน-เปิ้ลประกันตัวออกผ่านเฟซบุ๊กตัวเองว่า "ฝีมือกูเอง" และยังรวมไปถึงว่าตำรวจนั้น ก็สนิทกับ 1 ใน 8 ของก๊วนตำรวจ แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรื่องดังกล่าวนี้ เป็นเพราะตำรวจคนดังกล่าวต้องการยืมมือเพื่อนสนิทจัดการครอบครัวของเปิ้ล หรือตำรวจทั้ง 8 นายเพียงแค่ต้องการผลงานและทรัพย์สินของสองสามีภรรยา 

เผยไม้เด็ดตำรวจแม่กลอง "ปลาทู ส้มโอ"

หลังจากที่ฝ่ายตำรวจรู้ว่าตูน-เปิ้ลต้องการจะสู้คดีแน่ๆ จึงได้มีการเตรียมการด้วยการวาง "พล็อต" เรื่องของคดีใหม่ ด้วยการเบิกความพยานคือ "กันต์" ผู้ถูกจับวันเดียวกันกับคู่สามีภรรยา และติดต่อให้ส.ส.คนดังโทรมาเคลียร์กับทนายตั้ม มีตำรวจบางนายมาขอเข้าพบผู้ใหญ่ที่ทนายตั้มนับถือเพื่อเจรจา

อีกทั้งยังพยายามส่งของขวัญอย่างปลาทู และส้มโอมาให้ถึงสำนักงาน รวมถึงส่งผู้กำกับไปพูดคุยกับญาติผู้ใหญ่ของตูนและเปิ้ลเป็นการส่วนตัว ส่วนทางฝ่ายตูน-เปิ้ลเอง ในระหว่างนั้นก็มีชายแปลกหน้าไปเฝ้าทางเข้าบ้านตอนกลางคืน จนทั้งคู่ผวาหนักจนต้องหยุดขายลูกชิ้นย่างไปพักใหญ่     

การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น

ศึกตัดสินของจริงระหว่างตูน-เปิ้ล และก๊วนตำรวจทั้ง 8 นาย แบ่งออกเป็นสองคดีคือคดีของตูนและเปิ้ล โดยคดีแรกเป็นคดีของเปิ้ล ฝ่ายโจทก์ (ก๊วนตำรวจ) เบิกพยาน ได้แก่ นายตำรวจชุดจับกุม 2 นาย พนักงานสอบสวนและนายกันต์ ส่วนฝ่ายจำเลย (ทนายตั้ม) เบิกพยานคือ ตูนและเปิ้ล ป้าแม่บ้าน พนักงานสอบสวนที่แม่กลอง พี่สาวเปิ้ล และรองผู้กำกับ 1 ใน 8 มาให้การบนศาล

ฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายเริ่มสืบพยานก่อน โดยสารวัตรในชุดจับกุมเล่าเหตุการณ์ว่า จับนายกันต์มาก่อนแล้วจึงโทรศัพท์สั่งซื้อยาจากตูน นัดไปรับปั๊ม ไปถึงเจอเปิ้ลคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่จับเปิ้ลได้ เปิ้ลบอกไปจับสามีตนด้วยยืนขายยาอยู่ปั๊มถัดไป จากนั้นอีก 2 ชั่วโมง ก็ไปถึงปั๊มที่ตูนยืนอยู่ ตูนรอให้มาจับอยู่แล้ว ตำรวจลงไปจับทั้งคู่รับสารภาพ พาขึ้นรถไปโรงพัก ทั้งคู่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน

ทีมทนายซัดกลับ สารวัตรเข่าอ่อน ขอเวลานอก

ทีมทนายเริ่มต้นสวนกลับด้วยการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมที่น่าสงสัยหลายอย่าง เช่น การใช้โทรศัพท์ของนายกันต์ล่อซื้อยาเสพติดจากนายตูนซึ่งตำรวจอ้างว่ามีการใช้โทรศัพท์ล่อซื้อยาเสพติดกัน แต่ทั้งสำนวนคดีของนายกันต์และนายตูนกลับไม่มีบันทึกการตรวจยึดโทรศัพท์แต่อย่างใด อีกทั้งการจับกุมครั้งนี้ไม่เจอโทรศัพท์ รวมถึงทางฝ่ายตำรวจก็ไม่ได้ส่งที่บรรจุยาไปตรวจลายนิ้วมืออีกด้วย

จากนั้นทีมทนายจึงยกเรื่องผลประโยชน์ระหว่างสารวัตรกับนายกันต์ตาม ม.100/2 ทำเอาสารวัตรถึงกับหน้าเสีย เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เมื่อทีมทนายงัดไม้เด็ดเข้าสู้ ด้วยการเปิดประเด็นเรื่อง การสนทนาลับที่มีนายตำรวจ 3 คน พ่อแม่พี่สาวเปิ้ล และผู้กำกับสืบสวนจังหวัด

พร้อมด้วยคำถามยิงทะลุหัวใจว่า "วันนั้นไปคุยกันเพื่อกล่อมให้จำเลยถอนแจ้งความใช่ไหม" จากนั้นทนายตั้มจึงเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงหลักฐานชิ้นสำคัญอย่าง แต่ไม่ทันไร สารวัตรก็ตกใจหน้าถอดสีพร้อมยกมือพูดกับศาลว่า ขอเข้าห้องน้ำหน่อยครับ ทำเอาทนายตั้มถึงกับลืมตัวพูดเอ็ดขึ้นทันทีว่า ไม่ได้!

นายกันต์ พยานพลิกคดี อึ้งไปทั้งศาล

จากนั้นจึงเป็นคิวของนายกันต์ พยานฝ่ายโจทก์ให้การ ซึ่งในช่วงแรกนายกันต์ให้การไปตามเรื่องคือ ตนโทรสั่งยาจากนายตูน นายตูนไม่อยู่แต่เปิ้ลอยู่ เปิ้ลโดนจับเลยบอกให้ไปจับนายตูนต่อ แต่เมื่อทีมทนายจำเลยเริ่มหว่านล้อมให้นายกันต์พูดความจริง

นายกันต์จึงเปิดเผยความจริงอีกด้านออกมา โดยเบิกความต่างจากเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง คือ เขาไม่เคยติดต่อหรือรู้จักกับเปิ้ลมาก่อนเลย และยังไม่เคยสั่งซื้อยาเสพติดจากตูนอีกด้วย รวมถึงในวันเกิดเหตุ กันต์ยังเห็นเปิ้ลถูกจับมาในห้องตอนบ่าย (กันต์โดนจับมาแต่เช้า)

ในวันนั้นได้ยินว่า เปิ้ลพูดกับตำรวจว่า ตัวเองไม่มียาเสพติด ไม่ได้เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงได้ยินนายตำรวจคนหนึ่งพูดว่า ยาเป็นของเปิ้ล ให้รับ และยังให้การอีกว่า ก่อนหน้าวัน เบิกความไม่กี่วัน ได้มีสารวัตรป. 1 ใน 8 ก๊วนตำรวจเข้ามาหาตนถึงเรือนจำ เพื่อให้เบิกความปรักปรำเปิ้ลคือจำเลยในคดีนี้อีกด้วย

ศาลตัดสินให้เปิ้ลมีความผิด

หากแต่ในวันพิพากษาคดีของเปิ้ล กลับไม่ได้เป็นไปตามที่ทุกคนคิด โดยในคำพิพากษาศาลได้ให้เหตุผลว่า คำเบิกความของตำรวจทั้งสองนายสอดคล้องต้องกัน แล้วยังสอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายกันต์ โดยเชื่อคำให้การชั้นสอบสวนนายกันต์ ทั้งที่เจ้าตัวเบิกความต่อหน้าศาลว่า ไม่ได้ให้การอะไรเลย ตำรวจพิมพ์มาหมดแล้ว

นอกจากนี้ บันทึกจับกุมเปิ้ลที่บอกว่าจับได้ตอน 16.00 น. ทำขึ้นวันเดียวกันใกล้ชิดเหตุการณ์ ไม่น่าจะทันคิดแต่งเติม หรือบิดเบือนเพื่อปรักปรำจำเลย จำเลยอ้างว่าถูกทำร้ายเป็นการอ้างลอยๆ การไปแจ้งความ ป.ป.ท.ก็ไม่มีรายละเอียดว่าไปให้ถ้อยคำว่าอย่างไร ป้าแม่บ้านก็ไม่ยอมมาให้การกับพนักงานสอบสวนในคดีที่จำเลยถูกฟ้อง เปิ้ลจึงถูก พิพากษาจำคุก 4 ปี ปรับ 400,000 บาท สิ้นคำพิพากษา เปิ้ลต้องถูกเอาตัวไปขังแต่ทางทีมทนายกับญาติๆ ทำเรื่องประกันตัวกว่าจะออกมาก็เย็น

คดีของตูน ผู้จัดการปั๊มออกโรง

ในส่วนคดีของตูนนั้นเริ่มสืบพยานหลังคดีของเปิ้ลไม่กี่วันเท่านั้น และแม้ว่าทนายตั้มจะขอรวมคดีแต่ก็ถูกศาลยกคำร้องไปถึง 2 ครั้ง โดนในคดีของตูน นั้นทีมทนายมีพยานเพิ่มเติมอีกหนึ่งปาก ได้แก่ ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน เริ่มต้นด้วยป้าแม่บ้านเบิกความยืนยันว่าวันเกิดเหตุ เวลา 13.00 น. มีชายฉกรรจ์ 7-8 คน มาตรวจค้นตูน และเปิ้ล เจอกระเป๋าเงิน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ชายฉกรรจ์เอาตัวตูนไปก่อน ต่อมาค้นเปิ้ลเจอโทรศัพท์ กับกระเป๋าเงิน และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเช่นกัน แม่บ้านอยู่ด้วยตอนเปิ้ลเข้าห้องน้ำ ชายกลุ่มดังกล่าวถามแม่บ้านว่า เจอสิ่งผิดกฎหมายไหม แม่บ้านตอบว่าไม่มี แม่บ้านเห็นอีกทีเปิ้ลถูกพาขึ้นรถไปแล้ว ต่อมาเป็นผู้จัดการเบิกความว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค 59  (วันเกิดเหตุ) เวลา 15.00 น. แม่บ้านได้ไลน์มาหาบอกว่า มีการจับกุมกันที่ปั๊ม แต่เวลานั้นได้กลับกันไปหมดแล้ว

หลังเกิดเหตุมีตำรวจ 3 นายนี้มาหาพยานเพื่อขอดูเรื่องกล้องวงจรปิด จะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่มืดมิดหรือไม่ ดูเหมือนว่าจะยังพอมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะศาลตัดสินยกฟ้องคดีของตูน โดยปรากฏว่า ศาลเชื่อพยานคนกลางได้แก่ แม่บ้าน กับผู้จัดการปั๊ม เนื่องจากแม่บ้านเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนได้เสีย ไม่มีเหตุต้องจะเบิกความช่วยตูน เชื่อว่าเบิกความตามความเป็นจริง แม้สารวัตรจะไม่ได้เบิกความว่าป้าแม่บ้านทำงานอยู่ปั๊มนั้น แต่ผู้จัดการมาเบิกความยืนยันว่าทำงานจริง

นอกจากนั้นผู้จัดการยังยืนยันว่าเวลา 15.00 น.ป้าแม่บ้านได้ไลน์มาหาว่ามีการจับกุมกัน หลังจากนั้น 5 วัน ตำรวจ 3 ใน 8 คนไปขอดูกล้อง ซึ่งหากมีการจับกุมเปิ้ล-ตูนที่สมุทรสาครจริง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาขอดูกล้องที่ปั๊มนี้ที่อยู่สมุทรสงคราม ซึ่งควรไปตรวจสอบกล้องที่อ้างว่าเกิดเหตุมากกว่า แต่คำเบิกความของสารวัตรดันเบิกความว่า ไม่ได้มีการตรวจสอบกล้องที่ปั๊ม จ.สมุทรสาครเลย การสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบ ถือว่าไม่มีการสอบสวน พิพากษายกฟ้อง

บทสรุป อิสรภาพสองผัวเมีย VS ชีวิต 8 ตำรวจ

หลังจากต่อสู้กันในชั้นศาลอย่างเข้มข้น บทสรุปก็มาถึง โดยเริ่มจากคดีของตูน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง ส่วนคดีของเปิ้ล ปรากฏว่าศาลกลับพิพากษาให้เปิ้ล จำคุก 4 ปีและปรับ 400,000 บาท ทั้งที่ทั้งสองคดีมีพยานหลักฐานแทบจะไม่แตกต่างกัน ซึ่งในส่วนของเปิ้ลก็คงจะต้องอุทธรณ์เพื่อตามหาความยุติธรรมต่อไป ทางด้านก๊วนตำรวจทั้ง 8 นายนั้น ตอนแรกแจ้งความไว้ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบข้อหาเดียว แต่ตามพยานหลักฐานที่มี เป็นการปล้นทรัพย์ แกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา กักขังหน่วงเหนี่ยว เบิกความเท็จ แจ้งความเท็จ ซึ่งคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนสงสัยว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล รู้จักกับ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้อย่างไร​ 2 มี.ค. 2561 13:22 3 มี.ค. 2561 17:42 ไทยรัฐ