วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีการล้มกม.ลูก นายกฯยัน ให้อจ.หยุดหนุนนศ. งัดม.44-ปรามม็อบ!

“ประยุทธ์” พูดเต็มปากไม่มีคว่ำกฎหมายลูก ปรามอาจารย์หยุดหนุนนักศึกษาเคลื่อนไหว เบรก กลุ่มอยากเลือกตั้งอย่าปลุกไฟขัดแย้ง ฮึ่มงัด ม.44 ตัดไฟต้นลมสกัดม็อบผิด ก.ม. เหวี่ยงสื่อตีข่าวลางร้ายรัฐบาล โต้อ่างแตกแค่อุบัติเหตุ เดา ขรก.ปักธูป 36 ดอกขอม็อบไม่บุกทำเนียบฯ ตัดบท “ต่อตระกูล” แซะ “พี่ใหญ่” เตือนปราบโกงไป อย่าพูดให้วุ่นวาย “บิ๊กป้อม” จับตาพวกป่วนมากกว่า 3 กลุ่ม มั่นใจ 4 ปีรัฐประหารไร้เหตุป่วน ทำเนียบฯฮือฮาอีก อีกาเปิดศึกแย่งทึ้งซากนกพิราบหน้าตึกไทยฯ วิจารณ์แซ่ดสื่อถูกโจมตีโยนบาป “วัฒนา” จี้กองทัพยืนข้างประชาชน เลิกอุ้มเผด็จการ “วัชระ” ปูดรองนายกฯระดมทุนกว่า 4 หมื่นล้านหนุน “บิ๊กตู่” เบิ้ลนายกฯรอบสอง “นายกฯตู่” บุกนครปฐม สตาร์ตปูพรมไทยนิยมฯ มท.1 เผยเตรียมทุ่ม 3 แสนล้านผ่าน 3 บิ๊กโปรเจกต์ผูกใจชาวบ้าน

จากกรณีหลายภาคส่วนตั้งข้อสังเกตกลเกมยืดโรดแม็ปยื้อการเลือกตั้ง โดยให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)คว่ำร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการคว่ำร่างกฎหมายลูกดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

“บิ๊กตู่” ยกศาสนาพุทธไม่สอนให้ขัดแย้ง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์งานเทศกาล “อาหารอร่อยร้าน 100 ปี” ระหว่างวันที่ 21-25 ก.พ.ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นำพืชผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ต่างๆมาแสดงและได้มอบกระเช้าผักและชุดเมี่ยงคำลำพญาให้นายกฯ จากนั้นนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯนำคณะมาพบนายกฯ ประชาสัมพันธ์งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2561 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-1 มี.ค.โดยนายกฯกล่าวว่า จาตุรงคสันนิบาตคือการทำความดีละเว้นความชั่ว สาระสำคัญของศาสนาพุทธคือการเป็นสังคมแห่งความปรองดอง สันติสุข ไม่ได้สอนให้ทะเลาะขัดแย้งกัน มีอะไรพูดจากัน ใครไม่ทำแบบนี้ถือว่าแย่ วันนี้กำลังทำเพื่อพวกเรา ขออดทนหน่อย เพราะบ้านเมืองมีปัญหามากแล้ว ทั้งนี้ นายกฯได้เขียนข้อความลงในการ์ดบูชามาฆบูชาอภิวันว่า “อยากให้คนไทยทุกคนเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ทำให้คนมีความสุข อิ่มเอมใจ ขอให้นำสู่การประพฤติปฏิบัติเพื่อบ้านเมืองของเราทุกคน”

ขออาจารย์หยุดหนุน นศ.ก่อหวอด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เด็กทุกคนเหมือนผ้าขาวที่พับไว้เป็นผ้าบริสุทธิ์ ผ่านการสั่งสอนจากครอบครัวและครูบาอาจารย์ที่ต้องสอนให้เด็กอยู่ในศีลในธรรม อย่าไปสอนเรื่องความขัดแย้งก่อนวันนี้ตนเป็นห่วงนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว ถามว่าการเอาหลักการต่างประเทศเข้ามาบอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ลืมดูไปว่าตอนที่ต่างประเทศเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นมีบาดเจ็บและสูญเสียกี่แสนกี่ล้านคน แล้วเราจะเปลี่ยนแบบเขาได้หรือ แต่เราเปลี่ยนแปลงในทางที่สงบได้ ไม่เกิดความขัดแย้งสูญเสีย ฝากครูอาจารย์ที่ออกไปสนับสนุนด้วย อย่าสอนเด็กเหมือนทุกวันนี้ และฝากสื่อด้วยอย่าไปขยายข่าวแบบนี้ให้มากนัก ครูต้องสอนให้สังคมเกิดความสงบ ขอร้องอย่าฝืนกฎหมายอีกเลย ลุงทำงานเพื่อพวกเรา ใครไม่เห็นคุณค่าก็ช่างเขา

ซัดวันนี้หลายคนโกหกไม่กลัวบาป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยืนยิ้มหลังได้อ่านป้ายที่เด็กๆถือรณรงค์งดดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชาเขียนข้อความว่า “ไม่ดื่ม (เมียสั่งมา)” โดยนายกฯกล่าวติดตลกว่า “ทำไมต้องให้เมียสั่ง ของแบบนี้ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้ว อย่าให้ต้องไปเป็นภาระของเมีย” อีกป้ายเขียนว่า “ โกหกไม่ดีเป็นบาปนะคะ” นายกฯระบุว่าใช่แล้วการโกหกเป็นบาปวันนี้หลายคนก็โกหกด้วย อยากถามไม่กลัวบาปหรืออย่างไร ผลของการโกหกเกิดในชาตินี้โดยไม่ต้องรอชาติหน้า ทุกคนต้องเกรงกลัวต่อบาป ต้องมีหิริโอตัปปะ ละอายและเกรงกลัวต่อบาปจะได้ไม่ทำความชั่ว

ลั่นไม่มีคว่ำกฎหมายลูกเด็ดขาด

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการคว่ำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งในชั้นกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายเพื่อเลื่อนโรดแม็ปการเลือกตั้งออกไปอีกว่า อยากเน้นย้ำให้ทราบจะเลิกขัดแย้งและสร้างความวุ่นวายกันเสียที ในเรื่องกฎหมายลูก 2 ฉบับ ในความคิดของตนและรัฐบาลให้แนวทางไปแล้วว่าให้มีการแก้ไขตามคณะกรรมาธิการของแต่ละฝ่ายที่ได้พิจารณากันขึ้นมา จะไม่ลงไปก้าวล่วง สิ่งที่อยากจะฝากไว้คือจะไม่มีการล้ม กฎหมายลูกโดยเด็ดขาด เป็นเรื่องการพิจารณาหาความร่วมมือร่วมกัน จึงต้องตกลงกันให้ได้ ใครจะเรียกร้องอะไรต่างๆ น่าจะยุติได้แล้ว หากกลัวจะล้มกฎหมายอะไร ตนยืนยันแล้วว่าไม่ให้ล้ม ถ้าไม่มีเหตุผลโดยสมควร มันล้มไม่ได้อยู่แล้ว

ติงม็อบอยากเลือกตั้งอย่าปลุกขัดแย้ง

เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศชุมนุมเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ได้ไปขัดแย้งกับท่าน อยากจะเลือกก็อยากเลือก แต่อย่า ทำให้บ้านเมืองขัดแย้งจนเสียหาย การประกาศชุมนุมจะไปดูว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ประชาชนจะไปร่วมหรือไม่ หลายคนไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ชวนก็มา วันก่อนมีโพลถามประชาชนถึงความเข้าใจรัฐธรรมนูญพบว่ามีคนไม่รู้เรื่อง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ มันน่ากลัวแล้วอะไรอย่างอื่นที่เขายังไม่รู้อีก จะถูกชี้นำโดยคนไม่กี่คนนี่หรือ สื่อต้องช่วยทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.เลือกตั้งมุ่งหมายอะไร หลายคนถือว่าไกลตัวถึงเวลาไปเลือกตั้งแล้วมันเกิดอะไรขึ้น หลายคนอยากออกไปเลือกตั้ง หลายคนก็บอกไม่ออกดีกว่าให้คสช.อยู่ต่อ มันไม่ได้ทั้งนั้น มันต้องออกไปเลือกตั้งให้ใครหมดทุกคน และในนั้นก็มีให้กาไม่เลือกใครก็ได้ ถ้าไม่เลือกใครเลยมากกว่าที่เลือกมันจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น ต้องดูข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาพูดกันอยู่แค่นี้ไม่มีสาระอะไรเลย บ้านเมืองก็สับสนอลหม่านกันหมด ฝากให้ทุกคนดูด้วย

ม.44 ตัดไฟต้นลมป้องกันม็อบผิด ก.ม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องการชุมนุมก็ว่ามา ถ้าผิดกฎหมายต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงไปร่วมมือ แล้ววันหน้าจะลุกลามหรือเปล่าไม่รู้ ทำนายไม่ได้ แต่เราทำไมไม่ป้องกันไว้ก่อนไม่ได้หรือมาตรา 44 ห้ามชุมนุมอะไรนั้น ตนไม่ต้องการให้มีเรื่อง มันต้องป้องกันไว้ก่อนเป็นกฎหมายเชิงป้องกัน ตนไม่เคยใช้อำนาจมาตรา 44 หรือ คสช.ไปลงโทษ ถ้าจะลงโทษจับติดคุก 2 ปีได้ทั้งหมด ให้ไปเข้ากระบวนการยุติธรรมทั้งหมด และวุ่นวายไปหมด เราต้องไปหาวิธีการที่เหมาะสมว่าจะทำอย่างไร

ให้สงสารพ่อแม่ส่งเรียนไม่จบ

“นักศึกษา นิสิต ผมคิดว่าสงสารพ่อแม่บ้าง เถอะ ต้องไปดูพวกนี้เรียนมากี่ปีแล้ว จะจบเมื่อไรอะไรอย่างไร ไม่งั้นไม่จบหรอก เรียนจบมาก็เป็นแบบนี้ อย่าไปคิดว่าเราจะต้องไปเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง และอย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงโดยทำให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตาย มันไม่ใช่เรื่องในวันนี้ ต่างประเทศเขาทำมา 200 กว่าปี ที่ตายเจ็บกันขนาดนั้น ของเราเพิ่งจะเริ่มมาไม่กี่ปีนี้ โดยเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกัน อย่าให้มันเกิดอีกเลย วันนี้พูดเสียเหนื่อยเลย สื่อจดอะไรได้บ้างก็ไม่รู้ การแก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่ใช่ง่าย แต่เราก็จะทำ เพราะเราใจเพชร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ตัดบท “ต่อตระกูล” อย่าทำวุ่นวาย

เมื่อถามถึงกรณีนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ทำหนังสือแสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช. กรณีปัญหานาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของ คตช.ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริตแต่อย่าทำให้มันวุ่นวายให้มีปัญหา ให้มันสับสน อลหม่านไปหมด ให้กลไกตรวจสอบทำไป ถ้าตรวจสอบแล้วพบทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมาเป็นเรื่องของศาล เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เฉ่ง ม.หอการค้าเผยคอร์รัปชันพุ่ง

เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี 60 มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันปี 61 จะรุนแรงมากขึ้นว่าตรวจ สอบแล้วและได้เรียก ม.หอการค้าไทยมาพบ ได้รับแจ้งว่าเป็นการชี้แจงทางหลักวิชาการ ประมาณการประเมินสถานการณ์ ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจน ถ้าจะจับให้ได้ว่าทุจริตจริงเท่าไหร่ ต้องไปหาคนให้หลักฐานมา ถ้ากลัวกันหมดว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ต่อให้ 10 รัฐบาล 100 นายกฯประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ การนำเสนอลักษณะแบบนี้บางทีอาจมีผลเสียกับประเทศ โดยเฉพาะต่างประเทศจะมองว่าเรามีทุจริตมากขึ้น จะมีผลต่อการลงทุนหรือไม่ พอข่าวแบบนี้ออกไปจะเสียหายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ปกปิดข้อเท็จจริง ถ้าใครทุจริตไม่ละเว้นแน่ แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆจะลงโทษใครก็ได้

โต้อ่างแตกแค่อุบัติเหตุไม่ใช่ลางร้าย

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ในทำเนียบรัฐบาลจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาว่า ขอร้องว่าอย่าไปมองเป็นเรื่องโหราศาสตร์ หรือมองในเรื่องฮวงจุ้ยหรือเรื่องอื่นๆเพราะวันนี้เราเป็น 4.0 แล้ว ตนไม่ได้ไปลบหลู่ แต่ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ “เห็นแล้วที่มีรถของตำรวจถอยชนอ่างบัว เดี๋ยวว่าจะเรียกมาสอบถามเสียหน่อยว่าถอยรถอย่างไร มีใบขับขี่หรือเปล่า อ่างบัวอยู่ห่างถนนตั้งเยอะถอยไปชนได้อย่างไร เป็นตำรวจด้วยซ้ำ คงต้องฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูหน่อยว่า มันสอบใบขับขี่มาได้อย่างไร ตอนแรกนึกว่าอ่างตั้งอยู่ติดกับถนน ความจริงห่างตั้งเกือบเมตร ไม่รู้ว่าช่องมันแคบไปหรือเปล่า แต่มองว่าเป็นแค่เรื่องอุบัติเหตุ มีอีกเรื่องกระถางของต้นข่อยไม่รู้ว่าแตกมาตั้งแต่ชาติไหนกระถางใบนั้นมันเก่า และของเดิมพร้อมจะแตกอยู่แล้วพอต้นไม้โต รากเริ่มขยายมากขึ้นมันก็แตก ผมคงต้องไปโทษไอ้คนเปลี่ยนกระถางไม่ยอมเปลี่ยนเสียทีมันก็เลยแตก”

โยน ขรก.ปักธูปขอม็อบไม่ยึดทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วเรื่องที่มีคนจุดธูป 36 ดอกนั้น เป็นความเชื่อทางโชคลางอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องธูปตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำมาปัก ส่วนที่มีข่าวว่ามีคำสั่งให้ตรวจสอบคนที่นำธูปมาปัก ไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบกันแล้วหรือยัง ไม่รู้ว่าหาตัวเจอหรือไม่ คนที่นำมาปักคงไม่อยากให้กล้องเห็น และไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนสั่งให้นำไปปัก คงไม่สั่งอะไรแบบนี้ ต้องนึกถึงใจคนอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการหลายคนอยากให้บ้านเมืองไปได้อาจจะไปอธิษฐาน ไม่อยากให้มีการเข้ามาชุมนุมกัน เขาเคยไม่ได้เข้ามาทำงานตั้งหลายเดือนมีการเปลี่ยนไปทำนาแทน มันใช่หรือไม่สื่อต้องบอกแบบนี้บ้าง หลายคนหวังดีมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองนับถืออะไรก็ว่ากันไปปล่อยให้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลทำไป แต่ในส่วนของรัฐบาลไม่เคยไปสั่งให้ทำเช่นนั้น พอมีการติดโคมจีนสีแดงวิจารณ์ว่าติดเพื่อทำฮวงจุ้ย ยืนยันไม่เกี่ยวกับกระถางบัวอะไรซักอย่าง กระถางบัวคือกระถางบัว ขอให้รู้จักแยกแยะกันเสียบ้าง” นายกฯกล่าวพร้อมปรารภด้วยว่า “สื่อจดอะไรไปได้บ้างก็ไม่รู้ หรือจดได้แค่เรื่องธูป 36 ดอกโหงวเฮ้ง ขอร้องว่าอย่าไปเสนอเรื่องที่มันสร้างความสงสัยอะไรกันต่อไปเลย”

สตาร์ตไทยนิยมปูพรมนครปฐม

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นประชาชนผ่านเว็บไซต์ไทยนิยม เพื่อทราบความ ต้องการของประชาชนว่าเดือดร้อนอย่างไร เศรษฐกิจตกต่ำอย่างไร ขอให้ทุกคนส่งข้อมูลเข้ามา แต่อย่าด่า วันที่ 21 ก.พ.จะเริ่มต้นลงพื้นที่ขับเคลื่อนไทยนิยม ตนจะลงพื้นที่ จ.นครปฐม ระยะแรกจะทำให้ประชาชนมีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องมีรายได้ที่มากกว่า 1 แสนบาทถึง 3 แสนบาทต่อปี อยากให้สังคมช่วยคิดต่อด้วยว่าการหาเสียงเลือกตั้งต่อไป โดยเสนอวงเงิน ตัวเลข ราคาสินค้าเกษตรควรจะทำหรือไม่ มันไม่น่าจะถูกต้อง ที่ผ่านมาเสียหายอย่าให้มีอีกเลย วันนั้นบอกจะทำให้ข้าวราคาเท่านั้นเท่านี้ ตนต้องมาแก้แทบตาย จนหัวจะผุอยู่แล้ว จะกำหนดราคาเองต้องประเมินศักยภาพของเราด้วย หากยังขยายความขัดแย้งเช่นทุกวันนี้ คงไม่มีประเทศไหนฟังคนไทย ต่อให้ปลูกข้าวประเทศเดียวในโลก ต่างประเทศไม่ซื้อก็จบ

ทุ่ม 3 แสนล้านผ่าน 3 บิ๊กโปรเจกต์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ทางพื้นที่พร้อมเริ่มโครงการ เน้นว่าต้องสะท้อนความต้องการของประชาชนและต้องมีความโปร่งใส ตามที่นายกฯ ให้แนวทางไว้ ส่วนงบประมาณ การลงพื้นที่ครั้งแรกพูดคุยสอบถามความต้องการของประชาชน เพื่อเตรียมทำแผนงานโครงการ คาดว่าจะสอดคล้องกับ พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม พ.ศ.2561 ที่จะผ่านการพิจารณาของ สนช. รวมทั้งยังมีกลไกให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบด้วย โดยกรอบงบประมาณแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละหนึ่งแสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.การพัฒนาให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และ 3.เรื่องเกษตรกรรม จะปรับการปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มั่นใจว่าจะเป็นไปด้วยดี สิ่งที่ไปพูดเป็นเรื่องดี ไม่เคยกังวลเพราะเราไม่ได้ไปทำอะไรที่ไม่ดี คนที่กังวลก็คือคนที่ไม่ดี เราต้องเจออะไรอีกเยอะ เช่น ความโปร่งใสที่ต้องระวังมาก

“บิ๊กป้อม” จับตาคนป่วนมากกว่า 3 กลุ่ม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประกาศยกระดับการเคลื่อนไหว รวมถึงจะกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ว่า ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรต้องยึดตามนั้น ฝ่ายความมั่นคงไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการอะไร โดยจะดูแลเหมือนที่ผ่านมา เมื่อถามถึงกรณีสั่งการให้จับตาการเคลื่อนไหวของ 3 กลุ่ม มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เมื่อถามย้ำว่าเหตุที่ต้องจับตาถึง 3 กลุ่ม เพราะมีการข่าวอะไรพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มี และอาจจะมากกว่า 3 กลุ่มก็ได้

มั่นใจ 4 ปีรัฐประหารไม่วุ่นวาย

เมื่อถามว่าวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบ 4 ปีรัฐประหาร คสช.จะวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่ คนไทยรู้อยู่แล้ว เราทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสงบ ที่ไม่สงบเพราะสื่อถามไม่ให้สงบ ตอนนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างสงบดี ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีอะไร เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักเลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เชิญชวนสมาชิกทั่วโลก ส่งจดหมายเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยุติดำเนินคดีอาญาต่อกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมทางการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของไทย ต่างประเทศไม่สามารถทำอะไรได้ เราทำตามกฎหมายของเรา เมื่อกำหนดกฎหมายขึ้นมาต้องใช้กฎหมาย เหตุใดถึงเรียกร้องตอนนี้คงต้องไปถามแอมเนสตี้

อีกาเปิดศึกทึ้งพิราบหน้าตึกไทยฯ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. แถลงผลการประชุม ครม.ได้เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า คล้อยหลังจากนั้นราว 15 นาที ปรากฏว่าเกิดเหตุเรียกเสียงฮือฮาจากช่างภาพและสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีอีกาสองตัวกำลังเปิดฉากต่อสู้จิกตีกันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งทึ้งชิงซากนกพิราบที่เพิ่งตายใหม่ๆ อยู่บริเวณด้านหน้าทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า จนซากนกพิราบขนหลุดลุ่ยกระจายไปทั่วบริเวณ ตาหลุดถลนออกนอกเบ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินมาไล่อีกา และรีบเก็บซากนกพิราบไปทิ้ง ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา อาทิ นกพิราบเป็นสัญลักษณ์ของความดีกำลังถูกอีกาที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งเลวร้ายถูกรุมทึ้งทำร้าย หรืออีกนัยหนึ่งนกพิราบเป็นสัญลักษณ์ของสื่อมวลชนและกำลังถูกฝ่ายไม่ดีรุมโจมตี เป็นต้น นอกจากนี้นกพิราบยังถือเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพอีกด้วย

ต่อตระกูลเสียดาย “บิ๊กตู่” เมิน

นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการคตช.ด้านการป้องกันการทุจริต ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกฯ ยังไม่พิจารณาข้อเสนอที่ขอให้ พล.อ.ประวิตร ออกจากกรรมการ คตช.ว่า ทราบว่านายกฯ กำลังให้เลขาธิการนายกฯ ร่างจดหมายตอบกลับมา คงตอบมาว่าให้รอการตรวจสอบเหมือนที่ให้สัมภาษณ์ แต่ถ้านายกฯ อ่านจดหมายจะเห็นว่าตนเขียนไปคือแม้จะอยู่ระหว่างการตรวจสอบแต่นายกฯ ทำได้ เพราะเคยเห็นนายกฯทำกับข้าราชการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีสั่งย้ายหรือพักงานเป็นร้อยๆ คน รวมถึงตนไม่ได้บอกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แล รมว.กลาโหม ผิด ถ้ารอ ป.ป.ช.สอบต้องใช้เวลานานสอบเป็นปีๆ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบมาแบบนี้ไม่ได้กระทบ คตช.และตนไม่ได้เสียอะไร แต่กระทบกับนายกฯ โดยตรง นานๆ จะมีนายกฯ ที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาทุจริตและมีอำนาจทำด้วย เมื่อถามว่าถ้านายกฯ ไม่ทำตามข้อเรียกร้องจะลาออกจาก คตช.หรือไม่ นายต่อตระกูลตอบว่า ไม่ออก แต่จะอยู่เพื่อคอยเตือน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เลือกตนมาเป็น คตช.ตนมีสิทธิพูด

“วัฒนา” ทวงคนส่วนใหญ่อยากกาบัตร

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เห็บ” การให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ.ที่ว่า “จากธรรมชาติของคนพออยู่นานคนก็รู้สึกเบื่อ อยากหาสิ่งที่ดีกว่า คนส่วนใหญ่อยากเลือกตั้งกว่าร้อยละ 50-60” ทำให้รู้สึกเบาใจ เพราะอย่างน้อยผู้นำกองทัพก็ยอมรับความจริงว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเลือกตั้ง และ คสช. ปกครองประเทศมานานจนคนรู้สึกเบื่อแล้ว หวังหัวหน้า คสช.คงจะสำเหนียกถึงความจริงดังกล่าว คสช.ดำรงความเป็นเผด็จการได้เพราะกองทัพสนับสนุน ที่น่ารังเกียจคือนายทหารยศพันเอกคนหนึ่งที่เป็นคนของกองทัพแต่กลับเป็นตัวตั้งตัวตีแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนมาโดยตลอด ทั้งที่ คสช.ได้อำนาจมาโดยไม่ชอบ การทำงานมีแต่ความล้มเหลวแถมมีแต่เรื่องฉาวโฉ่ เช่น นาฬิกาเพื่อนหรือสถิติการทุจริตที่เพิ่มมากขึ้น แต่คนของกองทัพกลับแสดงตัวรับใช้เผด็จการอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ภาพของกองทัพมัวหมอง

จี้กองทัพยืนข้าง ปชช.เลิกอุ้มเผด็จการ

นายวัฒนาระบุว่า ส่วนที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนต้องออกมาทวงสิทธิเลือกตั้ง ตนถือว่าเป็นความผิดของหัวหน้า คสช.ที่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย รับปากประชาชนเรื่องการเลือกตั้งหลายครั้งแต่ก็หาเหตุเลื่อนเรื่อยมา แทนที่จะรู้ตัวขอโทษประชาชนกลับสั่งให้ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ จึงสมควรถูกประณาม แต่ยังดีที่ ผบ.ทบ.ออกมายอมรับความจริง และพร้อมจะยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง หากกองทัพพร้อมจะยืนข้างประชาชนไม่เป็นกองหนุนเผด็จการการเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นโดยสันติ อย่าลืมเรียกคนของกองทัพกลับกรมกองด้วย ออกมาสร้างความเดือดร้อนทำให้ประชาชนเกลียดกองทัพนานแล้ว ส่วนเห็บหมัดทั้งหลายถ้าจะพร้อมตายไปกับเผด็จการก็ปล่อยไป แผ่นดินจะได้สูงขึ้น

“วัชระ” ปูด “เทพเทือก” ตั้งพรรค

นายวัชะ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยฯ (มปท.) หรือกลุ่ม กปปส.เดิมจะต้ังพรรคการเมืองว่า ทราบว่าจะใช้ชื่อของมูลนิธิเป็นชื่อพรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่ ส่วนหัวหน้าพรรคก่อนหน้านี้เคยเตรียมวางตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.ไว้ แต่มาตกม้าตายกรณีการบริหารงานผิดพลาดใน กทม. ต่อมาไปทาบทาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.มาเป็นเลขาธิการพรรค นายสุเทพระบุว่าเงินไม่ต้องออกแม้แต่บาทเดียว แต่ พล.ต.อ.อัศวิน ปฏิเสธไปเพราะอยากลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเชิญแกนนำกปปส.ภาคอีสาน มาร่วมประชุมที่ย่านสุขุมวิท โดยนายสุเทพระบุว่าหากผู้ใดจะเป็น 1 ใน 500 ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคใหม่นี้ จะต้องเสียเงินคนละ 50,000 บาท ทำให้บรรดาแกนนำต่างบ่นกันมาก เพราะสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ถ้าได้ครบ 500 คนจะมีเงินทุนตั้งพรรคเบื้องต้น 25 ล้านบาท ขอให้จับตาดูช่วงต้นเดือน มี.ค.

หึ่งระดมทุน 4 หมื่น ล.หนุน “นายกฯตู่”

นายวัชระกล่าวว่า หากนายสุเทพตั้งพรรคจริงย่อมส่งผลกระทบต่อฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์แน่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ยิ่ง คสช.มีคำสั่งที่ 53/60 เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหม่หาสมาชิกพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ขณะที่พรรคเก่าทำไม่ได้ ทำให้เหลื่อมล้ำและการตกปลาในอ่าง ดูดสมาชิกพรรค รวมถึงว่าที่ผู้สมัครของพรรคที่ใจอ่อน ขอเรียกร้องให้หัวหน้า คสช.ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้ทุกพรรคหาสมาชิกได้โดยเท่าเทียม ไม่ใช่เปิดโอกาสให้พรรคใหม่ที่สนับสนุนท่านเป็นนายกฯ หาสมาชิกได้ก่อน เพราะจะใช้อำนาจรัฐและอิทธิพลในพื้นที่บีบให้กลุ่มแม่บ้าน กลุ่ม อสม. และเจ้าหน้าที่รัฐไปสมัครเป็นสมาชิกของพรรคใหม่ที่หนุนทหาร เอาเปรียบทางการเมือง สอดคล้องกับการคิกออฟโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล และไม่ทราบว่าใบสมัครสมาชิกพรรคใหม่จะไปกับทีมไทยนิยมยั่งยืนหรือไม่ ขอฝากถึงคนที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่าควรทำโดยเปิดเผย อย่าใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นฐานบัญชาการตั้งพรรคการเมืองสนับสนุนทหาร ทั้งนี้มีกระแสข่าวพรรคใหม่ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีรองนายกฯ บางคน ได้ระดมเงินทุนกว่า 40,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง

สนช.รอโหวต 2 ร่าง ก.ม.ลูก 8 มี.ค.

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) และกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า ร่างกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่อยู่ระหว่างการทบทวนของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เพื่อลงมติในวันที่ 8 มี.ค.เชื่อว่าจะให้ความเห็นชอบกฎหมายทั้งสองฉบับ ส่วนกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. กมธ.ร่วมมีมติไม่ให้มีการแสดงมหรสพระหว่างการหาเสียง เนื่องจากจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนการตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง กมธ.ร่วมเห็นว่าให้คงการตัดสิทธิการได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง และตัดสิทธิการได้รับแต่งตั้งของผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นไว้ตามเดิม แต่ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปปรับถ้อยคำให้มีความชัดเจน ไม่ให้หมิ่นเหม่ต่อการขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ วันที่ 21 ก.พ. กมธ.ร่วมพิจารณาร่างกฎหมายการเลือก ส.ส. พิจารณาทบทวนประเด็นการขยายเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจาก 07.00-17.00 น. อาจจะปรับขยายเวลาลงคะแนนให้มีความเหมาะสม

ชี้ขาดเห็นชอบ 7 ว่าที่ กกต.22 ก.พ.

นพ.เจตน์กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 22 ก.พ. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นรายชื่อที่มาจากกรรมการสรรหา 5 คน และมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน รวมเป็น 7 คน โดยเป็นการพิจารณาแบบเปิดเผยและรายงานลับ จากนั้นที่ประชุมจะลงมติลับเพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก สนช.ทั้งหมด

รมว.พลังงานถกกลุ่มต้านถ่านหิน

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทยว่านายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยนายศิริ ได้เชิญแกนนำเครือข่าย อาทิ นายประสิทธิชัย หนูนวล และตัวแทนจากการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กระทรวง พลังงาน หารือร่วมกันในรถตู้ ประมาณ 15 นาที พร้อมร่างสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) และลงนามร่วมกันและแถลงต่อผู้ร่วมชุมนุมเวลาประมาณ 09.00 น.

สรุปดูความเหมาะสมพื้นที่ใน 9 เดือน

นายศิริกล่าวถึงเอ็มโอยูที่ลงนามร่วมกันว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมี 4 ประเด็นคือ 1.ให้ กฟผ.ถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2.ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ จ.กระบี่และ อ.เทพา จ.สงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน โดยนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสม กฟผ.ต้องยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3.หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสม ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4.ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผ.เลิกแล้วต่อกัน การทำเอ็มโอยูครั้งนี้ถือเป็นโมเดลที่ดีที่ภาครัฐประชาชนสามารถหาทางออกร่วมกันได้ หลังจากนี้จะรายงานให้นายกฯรับทราบต่อไป

มวลชนพอใจสลายตัวกลับบ้าน

ด้านนายประสิทธิชัยกล่าวว่า พอใจการทำเอ็มโอยูดังกล่าว จากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ละพื้นที่ต้องไปเตรียมข้อมูลสำหรับการทำรายงานประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป

กฟผ.เด้งรับนโยบายทันควัน

นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.พร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลหลัง รมว.พลังงานลงนามเอ็มโอยูกับเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา เรื่องการยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตามหลัก กฟผ.จะต้องศึกษาศักยภาพความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ที่จะก่อสร้างหรือเอสซีเอใหม่ ก่อนทำรายงานวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) หากเอสซีเอไม่เหมาะสมก็ต้องยุติโครงการดังกล่าว

ฝ่ายเอาโรงไฟฟ้าขยับชนรัฐบาล

ขณะที่เวลา 15.00 น. ที่หน้าโรงเรียนเทพา ถนนสายเทพา-ปากบาง จ.สงขลา เครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำโดยนายหลี สาเกมาะ อดีตกำนัน ต.ปากบาง นายพณวรรธน์ พงศ์ประยูร ข้าราชการบำนาญ และนายสากียา สาลี ชาวบ้าน ต.ปากบาง อ.เทพา แกนนำชาว ที่สนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ประมาณ 80 คน รวมแสดงพลังคัดค้านคำสั่งของ รมว.พลังงาน ที่ยกเลิกผลการศึกษาสิ่งแวดล้อม โดยนายพณาวรรธน์กล่าวว่า เราไม่เห็นด้วยกับการลงนามโดยใช้อำนาจของ รมว.พลังงาน ที่ตัดสินเหยียบย่ำหัวใจ “ฅนเทพา” หลายหมื่นคน ที่เทใจสนับสนุนโครงการนี้มาตลอด เพราะมีประโยชน์ต่อชาวเทพาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการตัดสินใจไม่เป็นธรรม ไปฟังคนส่วนน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอ็นจีโอนอกพื้นที่ การตัดสินใจเชิงนโยบายมีกลิ่นอายของผลประโยชน์แอบแฝง จึงขอประกาศมาตรการต่อสู้ คือ 1.แจ้งความดำเนินคดีกับ รมว.พลังงาน ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2.ยื่นต่อศาลปกครองให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉิน 3.ไปทำเนียบฯ เพื่อปักหลักต่อสู้จนกว่ารัฐบาลจะส่งยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวและเตรียมหารือปิดถนนสายเอเชียบริเวณสี่แยกพระ พุทธ ต.ปากบาง อ.เทพพา พร้อมเตรียมยืนถวายฎีกาขอความเป็นธรรมต่อไป

ทหารแจ้งดำเนินคดี นศ.ชุมนุมเกิน 5 คน

เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.เอนก ไชยวงค์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งจากทหาร มทบ.33 พร้อมอัยการผู้ช่วยศาล มทบ.33 ผู้รับมอบอำนาจจาก ผบ.กกล.รส.จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งที่ใช้ชื่อ “สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย” ที่มาชุมนุมกันบริเวณป้ายชื่อหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อเย็นวันที่ 14 ก.พ. ในความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 6 คน เป็นนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3 คน นักศึกษาธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง 1 คน นปช.กำแพงเพชร 1 คน และ นปช.เชียงราย อีก 1 คน พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์เอาไว้แล้ว และจะได้ออกหมายเรียกผู้ที่มีรายชื่อทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

“ประยุทธ์” พูดเต็มปากไม่มีคว่ำกฎหมายลูก ปรามอาจารย์หยุดหนุนนักศึกษาเคลื่อนไหว เบรก กลุ่มอยากเลือกตั้งอย่าปลุกไฟขัดแย้ง ฮึ่มงัด ม.44 ตัดไฟต้นลมสกัดม็อบผิด ก.ม. เหวี่ยงสื่อตีข่าวลางร้ายรัฐบาล 21 ก.พ. 2561 02:06 21 ก.พ. 2561 04:28 ไทยรัฐ