วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

UN จี้พม่าเรื่องโรฮีนจา-กัมพูชาผ่าน ก.ม.หมิ่นสถาบัน

เมื่อ 14 ก.พ. รัฐสภากัมพูชาลงมติเอกฉันท์ผ่านกฎหมายห้ามหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอัยการในนามของสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถฟ้องคดีอาญาต่อผู้ใดก็ตามที่หมิ่นสมาชิกราชวงศ์ ถ้าศาลตัดสินว่าผิดมีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับอีก 500-2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 16,000-80,000 บาท) ขณะที่นายเพน พานา ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรมแห่งรัฐสภาแถลงว่า การหมิ่นประมาทสถาบัน ทั้งด้วยคำพูด ท่าทาง ข้อเขียน ภาพวาด หรือวัตถุ ซึ่งกระทบต่อเกียรติภูมิส่วนบุคคลของสมาชิกสถาบันถือว่ามีความผิด

กลุ่มสิทธิมนุษยชนหวั่นวิตกว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกใช้เล่นงานผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งกุมอำนาจมาถึง 33 ปี ขณะที่กษัตริย์ นโรดม สีหมุนี ทรงเป็นประมุขของชาติอย่างเป็นทางการแต่ไร้อำนาจ ปีที่แล้วพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของฮุน เซน ผลักดันให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ฝ่ายค้านหลัก และจับกุมนายกึม ซกคา หัวหน้าพรรคในข้อหากบฏ ซึ่งเขาชี้ว่าเป็นเรื่องการเมืองเพื่อกำจัดฝ่ายค้านก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ก.ค.นี้ และคาดว่าพรรคของฮุน เซนจะชนะโดยไร้คู่แข่ง

อนึ่ง เมื่อ 13 ก.พ. นายฟิลิปโป แกรนดี หัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) แถลงในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นว่า รัฐบาลเมียนมายังไม่สามารถสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมให้ชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 688,000 คน ที่ลี้ภัยเข้าสู่บังกลาเทศหลังกองทัพเมียนมาบุกกวาดล้างในรัฐยะไข่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมากลับถิ่นฐานโดยปลอดภัยได้ แม้รัฐบาลเมียนมาและบังกลาเทศจะบรรลุข้อตกลงส่งผู้ลี้ภัยกลับโดยสมัครใจแล้ว แต่รากเหง้าของปัญหายังไม่ถูกแก้ไข รวมทั้งเมียนมายังไม่ยอมให้สัญชาติชาวโรฮีนจา ขณะที่นางนิกกี้ เฮลีย์ อัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นประณามรัฐบาลเมียนมาที่ยังคงทำให้ชีวิตของชาวโรฮีนจาเหมือนถูก “ประหารชีวิต” โดยอ้างกรณีที่สำนักข่าวเอพีและอื่นๆ เปิดโปงเรื่องพบหลุมฝังศพหมู่ของชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่

ด้านองค์กรด้านวรรณกรรมและสิทธิมนุษยชน “เพน อเมริกา” (PEN America) ประกาศมอบรางวัล “เพน/บาร์บี้ เสรีภาพในการเขียน” ให้นักข่าวของ สำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน คือนายวา โลน และจ่อ โซ โอ ซึ่งถูกจับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2560 และกำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิด “กฎหมายความลับของทางราชการ” ซึ่งใช้มาตั้งแต่ยุคเมียนมาเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยทางการเมียนมากล่าวหาว่าทั้งคู่ได้รับ “เอกสารลับสำคัญ” จากตำรวจ 2 นายในรัฐยะไข่ ขณะไปทำข่าวการกวาดล้างในรัฐยะไข่ ซึ่งกองกำลังความมั่นคงถูกกล่าวหาว่าสังหารหมู่ชาวโรฮีนจา.

หัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติแถลงในที่ประชุมว่า รัฐบาลเมียนมายังไม่สามารถสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมให้ชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 688,000 คน ที่ลี้ภัยเข้าสู่บังกลาเทศกลับมาตุภูมิได้... 15 ก.พ. 2561 01:50 ไทยรัฐ