วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์งาบเงินคนจน โผล่ที่เชียงใหม่ มีพยาน30ราย ยินดีให้ข้อมูล

ผอ.ขอนแก่น รับข้อหา17ก.พ.

ป.ป.ท.ตรวจพบอีกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ ส่อเค้าทุจริตงาบเงินคนจนซ้ำรอย จ.ขอนแก่น มีพยานพร้อมให้ข้อมูล 30 ราย เตรียมตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดเดินหน้าเชือด 20 ก.พ.นี้ ขณะที่ชุดปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบเร่งด่วน 37 ศูนย์เป้าหมาย 3 เดือนเสร็จ คาดมีอีกหลายศูนย์ทั่วประเทศโกงกินกันพุงกาง ป.ป.ท.เขต 4 เรียก ผอ.ศูนย์ฯขอนแก่น พร้อมพวกรวม 6 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 17 ก.พ. ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรมผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือแย้งได้ แต่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะอนุกรรมการให้ชัดเจน

กลายเป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ในหน่วยงานราชการที่พบการทุจริตเงินช่วยเหลือคนจน หลังจากนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร้องเรียนสำนักงานเลขาธิการ คสช.ว่า ขณะฝึกงาน 4 คน ในตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือน ส.ค.ถึง พ.ย.60 ถูกนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์ฯและเจ้าหน้าที่อีก 2 คนให้กรอกเอกสารและปลอมลายมือชื่อของประชาชนที่รับเงินสงเคราะห์รวมกว่า 6.9 ล้านบาท กระทั่งมีคำสั่งย้ายนางพวงพะยอม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เตรียมแจ้งดำเนินคดีกับ ผอ.ศูนย์กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ความคืบหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 4 จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 เผยว่า วันที่ 17 ก.พ.นี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจะมาร่วมประชุมเพื่อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด จากนั้นจะเรียก ผอ.ศูนย์ฯพร้อมพวกรวม 6 คนมาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา จากการสืบสวนของ ป.ป.ท. ที่รายงานต่อคณะอนุกรรมการพบว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อยแยกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทผู้ติดเชื้อเอดส์ และประเภทผู้มีรายได้น้อย ในส่วนของผู้มีรายได้น้อย แยกออกมาเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มบุคคลทั่วไปและกลุ่มส่งเสริมอาชีพ ทั้งหมดเป็นงบประมาณในปี 2560 การเบิกจ่ายของกลุ่มบุคคลทั่วไปจะได้รับคนละ 2,000 บาท แต่ไม่มีใครได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ส่วนกลุ่มส่งเสริมอาชีพจะได้รับเงินมาเป็นก้อนและจ่ายให้สมาชิก แต่ได้เงินไม่เต็ม เฉลี่ยแล้วสมาชิกได้รับเงินจริงเพียงคนละ 1,000 บาท จากเดิมต้องได้รับคนละ 3,000 บาท

นายทองสุขกล่าวต่อไปว่า ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนแล้วว่ามีการกระทำความผิดจริง เป็นข้าราชการ 2 คน ลูกจ้าง 3 คน และบุคคลภายนอกอีก 1 คน เมื่อคณะอนุกรรมการประชุมสรุปแล้วจะเข้าตรวจสอบที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอเอกสารตัวจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จากนั้นจะออกหนังสือแจ้งไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 คน ว่ามีความผิดในข้อหาใดบ้าง เมื่อทั้งหมดได้รับหนังสือแล้วต้องมารับทราบข้อกล่าวหาต่อเจ้าพนักงานที่ ป.ป.ท. แต่ถ้าเห็นว่าการแจ้งข้อกล่าวหาไม่เป็นธรรมสามารถทำหนังสือแย้งมาได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะแย้งหรือขอความเป็นธรรมอย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการสอบสวนทั้ง 6 คนต้องสามารถชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อคณะอนุกรรมการให้มีความกระจ่างชัดเจนด้วย

“สำหรับการกระทำของนักศึกษาสาวผู้ร้องเรียนไม่มีเจตนา แต่ทำตามคำสั่งของผู้ดูแลขณะเข้ารับการฝึกงาน ต้องชมเชยนักศึกษาที่มีความกล้าหาญในการออกมาเปิดโปงสิ่งที่พบเห็น มาบอกกับสังคมถึงความไม่โปร่งใส และข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่นักศึกษานำมาร้องเรียนเป็นหลักฐานที่นำมาสู่การขยายผลการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ ขณะนี้นักศึกษารายนี้ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น ทาง ป.ป.ท.ได้กันไว้เป็นพยานในคดี เมื่ออยู่ในฐานะพยานหากถูกคุกคามหรือเห็นว่าไม่มีความปลอดภัย ป.ป.ท.ยินดีให้ความคุ้มครอง” นายทองสุขกล่าว

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 3 ฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เข้าพบนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ขอประสานงานการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยมี พล.ต.กาจบดินทร์ ยิ่งดอน รอง ผอ.รมน.จ.ขอนแก่น เข้าร่วมรับฟังด้วย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ป.ป.ท.ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีมูล จึงขอลงพื้นที่อีกครั้งที่สอง จะต้องใช้สถานที่ขนาดใหญ่สอบปากคำคนจำนวนมาก และขอตรวจสอบเอกสารทางราชการที่เกี่ยวกับการเบิกจ่ายในด้านเงินงบประมาณ ทางจังหวัดจึงอำนวยความสะดวกทุกอย่าง โดยให้ประสานงานกับ พล.ต.กาจบดินทร์ ได้ตลอดเวลา

นายทองสุขกล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องของกรอบเวลาที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน กลัวไม่ทัน อีกทั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ จึงเข้าพบ ผวจ.ขอนแก่น และ ผอ.รมน.จ.ขอนแก่น เพื่ออนุเคราะห์สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ท.เข้าถึงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย โดยเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่ม อสม. พร้อมเอกสารการเบิกเงิน และขอใช้สถานที่ราชการในการสอบสวนคนจำนวนมาก เพื่อเอาผิดกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งคดีอาญาและวินัย

ด้าน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า จัดชุดปฏิบัติการจากสำนักงาน ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่ทั่วประเทศ ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้ง 70 แห่ง พบว่ามีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่เป็นเป้าหมายเร่งด่วน 37 ศูนย์ คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการ ตรวจสอบและสรุปภาพรวมนำเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อบกพร่องนำไปสู่การทุจริต เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำข้อมูลไปปรับปรุงการบริหารโครงการเงินสงเคราะห์ของรัฐ ล่าสุดตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 20 ก.พ.จะนำสำนวนเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิด

พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า วางแนวทางการตรวจสอบศูนย์ทั่วประเทศ จัดชุดตรวจสอบ 15 ชุดปูพรมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ พบความผิดปกติลักษณะใกล้เคียงกับที่พบใน จ.ขอนแก่น ส่วนผู้ที่ให้ข้อมูลกับรัฐร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัยหลังเปิดเผยข้อมูลทุจริตนั้น ขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าไปคุ้มครองความปลอดภัยพยานทั้งหมดแล้ว สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ มีพยานพร้อมเข้าให้ข้อมูล 30 ราย แผนประทุษกรรมไม่ต่างจากที่พบใน จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.คาดว่ายังมีอีกหลายศูนย์ทั่วประเทศที่มีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน

ป.ป.ท.ตรวจพบอีกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ ส่อเค้าทุจริตงาบเงินคนจนซ้ำรอย จ.ขอนแก่น มีพยานพร้อมให้ข้อมูล 30 ราย เตรียมตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดเดินหน้าเชือด 20 ก.พ.นี้ 15 ก.พ. 2561 01:46 15 ก.พ. 2561 01:46 ไทยรัฐ