วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กป้อม’ ไม่ตอบ ยอมให้อภัย ‘หมอธี’ (คลิป)

พท.-ปชป.แขวะซํ้า บิ๊กตู่กลัวสังคมวุ่น วอนอย่าใช้อารมณ์ ตัดสินกรณีนาฬิกา

“บิ๊กป้อม” ยังเจ็บคอไม่ตอบให้อภัย “หมอธี” พาดพิง “บิ๊กตู่” ให้ ป.ป.ช.สอบถ้าผิดว่าไปตามกระบวนการ ไม่ใช่เอาอารมณ์มาตัดสิน “นิพิฏฐ์” เย้ย รมต.หวงตำแหน่งวิ่งโร่ขอโทษ “วัฒนา” แขวะแค่พูดเอาเท่ “เรืองไกร” บี้ ป.ป.ช.อายัดตรวจสอบ ของยืมเพื่อนใส่ ไม่จ่ายค่าบำรุงรักษา เข้าข่ายรับผลประโยชน์ ไล่บี้ยื่น กกต.ส่งศาล รธน.สอย รมว.ศธ.ถือหุ้นสัมปทานรัฐ “ประยุทธ์” สั่งโทรโข่งรัฐบาลตีปี๊บแจงเหตุเลื่อนเลือกตั้ง โบ้ยรัฐบาลแค่ปลายทางไม่ได้กดปุ่มสั่งยื้อ โวยลั่นขยับนิดหน่อยไม่เกินกรอบ 90 วันจะอะไรนักหนา “สุรชัย” มั่นใจสนช.ไม่คว่ำ 2 กฎหมายลูก ลูกข่ายแห่บินไปฮ่องกงถกนายใหญ่ พท.ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลหยุดละเมิดสิทธิมนุษยชน คุกคามปิดปากคนเห็นต่าง-ทวงเลือกตั้ง คน พท.-ปชป.ยื่นนายกฯ-ป.ป.ช.สอบเงินกู้ 300 ล้าน “สมยศ”

หลังจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ยอมรับเสียมารยาทที่วิจารณ์กรณีนาฬิกาหรูจนต้องขอโทษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยฝ่ายการเมืองมองว่าไม่ส่งผลให้รัฐบาลเกิดรอยร้าว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุการตรวจสอบกรณีดังกล่าวให้เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.อย่าใช้อารมณ์มาตัดสิน

“บิ๊กป้อม” เจ็บคอไม่ตอบอภัย “หมอธี”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการ บริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 2/2561 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประวิตรถึงอาการเจ็บคอ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ยังเจ็บคออยู่” และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าให้อภัย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ หรือยัง หลังขอโทษที่ไปวิพากษ์วิจารณ์กรณีนาฬิกาหรู 25 เรือน ที่กรุงลอนดอน พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม เดินเข้าห้องประชุมทันที ต่อมาภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประวิตรยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์ แต่ได้กล่าวเพียงสั้นๆ เมื่อถูกถามว่าวันวาเลนไทน์อยากอวยพรอะไร ว่า “เจ็บคอๆ ขอให้รักกันมากๆแล้วกันนะ”

“บิ๊กตู่” ติงอย่าเอาอารมณ์ตัดสิน “พี่ใหญ่”

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา ถ้าผิดว่าไปตามกระบวนการไม่ใช่เอาอารมณ์มาเป็นเครื่องตัดสิน ไม่อย่างนั้นสังคมจะวุ่นวายไปหมด

“องอาจ” เชื่อไม่เกิดรอยร้าวในรัฐบาล

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ คงมองเรื่องภาพรวมของรัฐบาลเป็นหลักว่า คนในคณะรัฐบาลวิจารณ์กันเอง ย่อมส่งผล กระทบต่อความเชื่อมั่น แน่นอนที่สุดการออกมาแถลงอย่างนี้ อาจจะถูกสังคมส่วนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เห็นว่าไม่ถึงขนาดเป็นรอยร้าวของรัฐบาล เป็นเรื่องของ 2 ตัวบุคคล ในสมัยก่อนเป็นเรื่องของพรรค เมื่อเห็นไม่ตรงกันจะมีปัญหา แต่นี่เป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเป็นหลัก คงไม่ถึงขั้นทำให้ นพ.ธีระเกียรติทำงานลำบากหรือไม่ต้องยอมรับผลการตัดสินใจของตัวท่านเอง

หยัน รมต.หวงเก้าอี้ยอมขอโทษ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ แถลงว่าตนเองผิดมารยาทที่วิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯว่า นพ.ธีระเกียรติต้องเลือกสถานภาพของเขา ถ้าสิ่งที่เขาเชื่อยังคงดำรงอยู่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาจะอยู่ในสภาพนั้นหรือไม่ ถ้าเชื่อว่าสิ่งนั้นยังอยู่แล้วยังอยู่ได้ แสดงว่าเขาไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่เขาว่าไว้เลย การแถลงอย่างนี้แสดงว่ายังหวงตำแหน่ง จะอยู่กับใครอย่างไรก็ไม่สนใจ มาพูดครั้งแรกเพื่อให้ดูดี แต่ไม่ได้ดีจริง

เมื่อถามว่า เป็นถึง รมว.ศึกษาธิการ ควรเป็นต้นแบบให้นักเรียน นักศึกษาหรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เขาต้องวางมาตรฐานของ รมว.ศึกษาธิการว่ามาตรฐานรัฐมนตรีควรอยู่ระดับไหน สังคมอย่าไปคาดหวังอะไรมาก สมัยที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งถูกกล่าวหานิดเดียวก็ลาออกเลย เช่น นายวิทยา แก้วภราดัย ลาออกจาก รมว.สาธารณสุข และนายวิฑูรย์ นามบุตร ลาออกจาก รมว.การพัฒนาสังคมฯ อยู่ที่สปิริตของนักการเมืองที่เรียกตัวเองว่าปฏิรูป แต่สปิริตแย่กว่านักการเมืองที่มาจากเลือกตั้ง

“วัฒนา” แขวะแค่พูดเอาเท่

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กว่า “พอกัน” หลายคนตื่นเต้นกับคำพูดของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ไปพูดที่อังกฤษพาดพิงถึงรองนายกฯ กรณีนาฬิกาเพื่อนเป็นทำนองว่าถ้าเป็นตนคงลาออกไปตั้งแต่เจอนาฬิกาเรือนแรกแล้ว บางคนคาดเดาว่ารัฐมนตรีคนนี้คงเป็นพวกน้ำดีน่าจะมีความละอายและคงต้องลาออก แต่ตนกลับคิดว่าเป็นการพูดเพียงให้ดูเท่ อาจคิดว่าที่ตัวเองพูดคงไม่หลุดมาถึงเมืองไทย เพราะเผด็จการเป็นสิ่งน่ารังเกียจเปรียบได้กับอาจม ใครก็ตามที่อยู่ร่วมกับเผด็จการได้ต้องเป็นคนประเภทเดียวกัน แบบที่โบราณกล่าวไว้ว่างาช้างย่อมไม่งอกจากปากสุนัข ในกองอาจมก็ย่อมไม่มีดอกบัวเช่นกัน แต่ที่ห่วงคือเยาวชนของชาติที่อาจเอาพฤติกรรมของรัฐมนตรีศึกษาเป็นแบบอย่าง

จวกผู้นำข่มขู่เจ้าของอำนาจ

นายวัฒนาระบุว่า หัวหน้ารัฐบาลคนที่แต่งตั้ง รมต.ศึกษาฯก็ไม่ต่างกัน ทำเท่ไปเปิดงานวันสิทธิมนุษยชนสากล แถมให้สัมภาษณ์เป็นทำนองว่าตัวเองเท่านั้นที่เข้าใจ ส่วนคนอื่นไม่เข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน แค่ข้ามวันก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการชุมนุมของกลุ่มคนที่อยากเลือกตั้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พูดไปโดยไม่ได้คิดว่าคำสั่งที่อ้างนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การชุมนุมเป็นเสรีภาพ ทั้งยังขัดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เป็นคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ยิ่งไปกว่านั้น ครม.เพิ่งประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ หากเป็นคนมีสำนึกจะต้องละอายและขอโทษประชาชนที่ต้องลำบากออกมาทวงอำนาจคืนอันเกิดจากการผิดสัญญาของตัวเอง แต่กลับเอาอำนาจที่ยึดมาจากประชาชนนั้นมาข่มขู่เจ้าของอำนาจ เอาสมองส่วนไหนคิด

“เรืองไกร” บี้ ป.ป.ช.อายัดนาฬิกาหรู

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กรณีเป็นผู้ร้องขอให้ยึดหรืออายัดนาฬิกาหรู 25 เรือนที่ปรากฏตามภาพว่ามี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นเจ้าของ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ป.ป.ช.ตั้งคำถาม 4 ประเด็นคือ 1.ข้อมูลนาฬิกาว่ามีกี่เรือน รุ่นอะไร มูลค่าเท่าใด เรื่องนี้ตนไม่รู้ เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน 2.นาฬิกาและแหวนเพชรทั้งหมดเป็นของ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ เรื่องนี้มีข้อมูลจากการชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรว่า เป็นของเพื่อนคือนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ 3.การได้ทรัพย์สินดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตรเป็นการได้มาที่ไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือไม่ ส่วนนี้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงแล้วว่าเป็นของเพื่อน ไม่ใช่ของตัวเอง แต่เมื่อยืมต้องตรวจสอบว่ามีการจ่ายค่าบำรุงรักษาหรือไม่ มิเช่นนั้นอาจเข้าข่ายรับผลประโยชน์อื่นใด ตามมาตรา 103 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 4.มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องไปรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ประเด็นที่ ป.ป.ช.ถามชี้แจงได้และยืนยันว่า ป.ป.ช.ต้องยึดอายัดนาฬิกาและทรัพย์สินที่ตกเป็นข่าวมาตรวจสอบ

แซะ “หมอธี” ไขก๊อกถือหุ้นสัมปทาน

นายเรืองไกรกล่าวว่า ส่วนกรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ระบุเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร โดยเปรียบเปรยหากกรณีดังกล่าวถ้าเป็นตัวเองคงลาออกไปตั้งแต่เรือนแรกนั้น ได้ส่งจดหมายถึง นพ.ธีระเกียรติให้พิจารณาเรื่องการถือหุ้น scc ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 5,000 หุ้นว่าเป็นหุ้นสัมปทานรัฐหรือไม่ มีการซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 800 หุ้น ก่อนดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการจริงหรือไม่ หากเป็นหุ้นสัมปทานรัฐ นพ.ธีระเกียรติ จะดำเนินการเหมือนที่ให้สัมภาษณ์กรณีนาฬิกาหรือไม่ ในวันที่ 19 ก.พ.ไม่ว่า นพ.ธีระเกียรติจะลาออกหรือไม่ ตนจะยื่นหนังสือต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณี เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการขาดคุณสมบัติต่อไป

นายกฯสั่งโทรโข่งเร่งแจงเลื่อน ลต.

ส่วนกรณีที่มีกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมและภาคประชาสังคมที่ออกมาเรียกร้องทวงการเลือกตั้งและต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.อย่างต่อเนื่องนั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจถึงเหตุผลเลื่อนเลือกตั้งว่า วันนี้พบมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นแม้ไม่เยอะ แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายมั่นคง ตำรวจ ฝ่ายปกครองต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะการเลื่อนเลือกตั้ง ที่รัฐบาลไม่ได้เป็นคนกำหนดให้เลื่อนออกไป โรดแม็ปยังคงเหมือนเดิม คสช.และรัฐบาลเป็นเพียงปลายทางที่ได้รับอานิสงส์ตรงนั้น ถ้าเลื่อนจริงยังอยู่ในระยะที่กฎหมายกำหนดไว้ 90 วัน ไม่มีนัยอะไรเลยที่ทำให้เห็นว่า คสช.และรัฐบาลหวังอยู่ต่อ การขยับไปแค่นิดหน่อยจะอะไรนักหนา ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีเลือกตั้งเสียหน่อย สภานิติบัญญัติแห่ง ชาติ (สนช.) ได้ชี้แจงไปแล้วไม่พร้อมด้วยเรื่องอะไร การชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ทั้งผู้ชุมนุมและรัฐบาล คสช.ด้วย

บ่นอยากมีสมาธิบริหารประเทศ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องหาวิธีที่เหมาะสมในการชี้แจง แต่ต้องไม่เกิดวิวาทะต่อกันและต้องทันกาล เชื่อว่าสังคมวันนี้ชั่งใจได้ว่าอะไรคือความเหมาะสม ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยและเดินหน้าไปตามโรดแม็ป ส่วนกลุ่มเคลื่อนไหวไม่คิดว่าจะมีมากขึ้น เท่าที่เห็นยังเป็นกลุ่มคนที่ทุกคนรับรู้เพียงแต่เคลื่อนไหวมากขึ้นเท่านั้น เวลานี้นายกฯอยากมีสมาธิกับการบริหารราชการแผ่นดิน ได้ให้แนวทางการทำงานกับซีกรัฐบาลว่าประเทศเรามีปัญหาเยอะแล้วที่ต้องแก้ไข ทั้งเรื่องปรองดอง การบิน แรงงานต่างด้าว และอีกหลายเรื่อง ขอให้เร่งการทำงานเพราะเวลาเหลืออีกไม่มาก ส่วนประเด็นการเมืองให้เป็นหน้าที่ คสช.ถ้าเอาทุกอย่างมาปะปนกันจะขับเคลื่อนงานได้ช้า ไหนต้องเดินหน้าการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน อันนี้ต่างหากทำให้ประเทศเดินหน้าได้ไม่ใช่แค่การเมืองเพียงอย่างเดียว

“สุรชัย” มั่นใจ สนช.ไม่คว่ำ 2 ก.ม.ลูก

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ในการประชุมสนช.วันที่ 15 ก.พ.จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ สนช. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตามที่ กรธ.และ กกต.เสนอประเด็นโต้แย้งร่างกฎหมายที่ สนช.แก้ไข ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ 15 วัน เพื่อส่งกลับมาให้ สนช. กมธ.ร่วมจะปรับแก้เนื้อหากฎหมายได้ เฉพาะประเด็นที่กรธ.และ กกต. เสนอประเด็นโต้แย้งเท่านั้น ไม่สามารถไปปรับแก้มาตราอื่นๆได้ จากนั้นจะเป็นหน้าที่ สนช. ลงมติเห็นชอบหรือไม่ โดยจะลงมติเพียงครั้งเดียวว่าเห็นชอบกับรายงานที่ กมธ.ร่วมได้ปรับปรุงแก้ไขมาหรือไม่ ไม่ได้ลงมติทีละประเด็น หาก สนช.มีมติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ไม่เห็นชอบจะมีผลให้ร่างกฎหมายตกไปทันที ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ คิดว่า กมธ.ร่วมจะทำงานยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ได้กติกาเลือกตั้ง ส.ส.และการคัดเลือก ส.ว.ที่สุจริตเป็นธรรม ไม่อยากให้แต่ละฝ่ายวิตกกังวลเรื่องการคว่ำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

“วัชระ” ชี้ “ชินวัตร” ยังไม่ยุติการเมือง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่กรุงปักกิ่ง วันเดียวกับที่กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งว่า เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตระกูลชินวัตร ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่าง ประเทศ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจคนที่นิยมชมชอบในตระกูลชินวัตร เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการติดตามตัวจับกุมอดีตนายกฯสองคนกลับมา ส่วนที่ต่างประเทศยังไม่ทำตามข้อเรียกร้องของรัฐบาล ต้องชี้แจงเหตุผลว่าอดีตนายกฯสองคนทำผิดอะไร คำพิพากษาออกมาเป็นอย่างไร เพื่อสร้างความเข้าใจกับต่างชาติ

พท.อัด “บิ๊กตู่” โยนบาป “ทักษิณ–ปู”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุสองอดีตนายกฯขยับอยู่ต่างประเทศทำให้คนในประเทศป่วนไปหมดว่า การปรากฏภาพของสองอดีตนายกฯที่ไปซื้อเกาลัด เป็นปกติที่บุคคลจะเดินทางไปที่ไหนแล้วถูกถ่ายภาพ และนำมาเผยแพร่ ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เชื่อมั่นเหมือนกับที่ประชาชนเชื่อมั่นว่า บุคคลระดับอดีตนายกฯไม่มีทางคิดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน อยากให้ท่านผู้นำตั้งสติว่า ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ ไม่มีสิ่งใดกระทบต่อความมั่นคงของท่านและรัฐบาล คสช. เรื่องที่กระทบรัฐบาลน่าจะเป็นประเด็นนาฬิกาหรูและท่าทีของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ที่ออกมาทิ้งบอมบ์ใส่ ครม.หรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของรัฐบาลเอง อย่าไปโยนบาปให้คนอื่น

ซัดมุกแป้กป้ายสีพลังบริสุทธิ์

นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีนายสมชาย แสวงการ รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สนช.ระบุว่า เป็นความพยายามที่จะใช้กระบวนการโลกล้อมประเทศไทยและส่งสัญญาณไปยังกลุ่มมวลชนที่เคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล คสช.นั้น ไม่เห็นว่าจะมียุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทยอะไรเลย คนไทยยังคงสามารถติดต่อสื่อสารทำธุรกิจกันได้ตามปกติ ไม่อยากให้นายสมชายพูดอะไรเกินเลยจากกรอบความเป็นจริง ปริวิตกเกินเหตุ นายสมชายใช้วิธีการลักษณะนี้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ได้ผล เป็นมุกแป้กแบบเดิมๆไม่มีใครเชื่อ การที่นักศึกษากลุ่มคนต้องการเลือกตั้ง ออกมาเคลื่อนไหวก็เป็นไปตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ไม่มีการเชื่อมโยงกันแต่อย่างใด ขออย่าได้ใส่ร้ายป้ายสีพลังอันบริสุทธิ์ของคน รุ่นหนุ่มสาว ที่จะใช้พลังในการเปลี่ยนแปลงประเทศ กรุณาอย่าใช้จินตนาการและความเลอะเทอะใส่ร้ายคนอื่น แทนที่จะช่วยกลับทำให้ภาพขาลงของรัฐบาลชัดขึ้น

ร่อนแถลงการณ์จี้หยุดละเมิดสิทธิฯ

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรื่องให้ คสช.และรัฐบาล ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และนำประเทศกลับสู่ความเป็นปกติสุขว่า 1.การรัฐประหารเมื่อปี 57 คือต้นธารของการละเมิดสิทธิมนุษยชน คสช.ได้ออกประกาศและคำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ใช้กฎหมายปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงที่รุนแรงเกินจริง ตามมาตรา 116 อาทิ กระทำกับนักศึกษาประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้จัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้งที่เป็นสิทธิโดยชอบธรรมทวงสัญญาที่นายกฯให้ไว้ แต่ไม่ทำตาม 2.การประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ช่วยให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนยุติลง กลับทำให้ได้เห็นพฤติกรรมย้อนเเย้ง ทำไปเพียงลดแรงกดดันจากต่างประเทศ พยายามสร้างภาพลักษณ์ แต่ปัญหายังคงอยู่ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในวันสิทธิมนุษยชนสากล เป็นความไม่เข้าใจ และตระหนักถึงปัญหาที่แท้จริง กฎหมายและสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ยากที่จะเอาสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ให้สำเร็จตามที่มีการปฏิบัติการไอโอชวนเชื่อ

เลิกปิดปาก–คุกคามคนเห็นต่าง

แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยระบุอีกว่า 3.ขอเรียกร้องให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที โดยยกเลิกประกาศและคำสั่งที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทันที ยุติดำเนินคดีกับพี่น้องนักศึกษา ประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ในนามกลุ่ม We walk และ MBK 39 ยุติการใช้กฎหมายปิดปากดำเนินคดีกับสื่อมวลชน นักการเมือง ประชาชนที่เห็นต่าง ตรวจสอบและวิจารณ์ คสช.และรัฐบาล ให้หยุดคุกคามผู้เห็นต่างไปปรับทัศนคติ ตระหนักถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เกิดเป็นผลขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ไม่เป็นเพียงวาทกรรมที่ว่างเปล่า ความปรองดองสมานฉันท์ไม่อาจเกิดขึ้น ถ้าปราศจากการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ก๊วน พท.แห่ไปฮ่องกงพบนายใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนาย ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ขณะนี้อดีตนายกฯทั้งสองคนอยู่ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีสมาชิกและอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางไปเพื่อเข้าพบอดีตนายกฯทั้งสอง ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. โดยแบ่งการเดินทางไปเป็นกลุ่มเล็กๆ 4-5 คน ส่วนรายชื่อ ส.ส.ที่จะทยอยเดินทางตามไปหลังจากนี้ อาทิ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม แกนนำภาคอีสาน นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี คาดว่าจะมีการพูดคุยถึงเรื่องตัวผู้นำหรือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ยังคงมีคลื่นใต้น้ำอยู่ นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะอยู่ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงจนถึงประมาณต้นสัปดาห์หน้า ก่อนเดินทางไปยังประเทศอื่นต่อไป

ปัดข่าวมั่ว “ยิ่งลักษณ์” ตั้งโต๊ะแถลง

บุคคลใกล้ชิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยถึงกรณีนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ สนช. ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงว่า ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากใครทั้งสิ้น เพิ่งได้ยินข่าวดังกล่าวจากนายสมชายเท่านั้น

“โอ๊ค” โพสต์วาเลนไทน์หาเพื่อนกินข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ อินสตาแกรมเนื่องในวันวาเลนไทน์ ระบุว่า “ประหยัดปนเหงามาหลายปี ปีนี้มีใครว่างให้ผมเลี้ยงข้าวบ้าง ขอคนเข้าใจคนไม่ค่อยมีเวลา ชอบฟังการเมืองอุดมการณ์คล้ายๆกัน นี่มาถึงจุดหาแฟนบนโลก social แล้วหรือ เหตุเกิดเพราะวาเลนไทน์” นอกจากนี้ นายพานทองแท้ยังโพสต์รูปภาพตัวเองกำลังนอนหลับตาประกอบโพสต์ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านายพานทองแท้ ได้เบลอนาฬิกาบนข้อมือด้านซ้ายของตัวเองด้วย

เด็ก มช.ชูป้ายทวงหย่อนบัตร

ที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ กลุ่มสมัชชาเสรีเพื่อประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวม 50 คน ชูป้ายและพร้อมใจกันตะโกน “เลือกตั้ง” พร้อมเปิดให้ผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาลชูป้ายสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง พูดแสดงออกเพื่อต้องการให้รัฐบาลเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด มีอดีตกลุ่ม นปช.เชียงใหม่สวมเสื้อแดงมาร่วมทำกิจกรรมด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นแยกย้ายกันไป 1 ใน ตัวแทนแกนนำกลุ่มนักศึกษาเปิดเผยว่า การทำกิจกรรม ยื่นขออนุญาตกับ ม.เชียงใหม่อย่างถูกต้อง แต่ทำไปด้วยความลำบาก เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งข้อห้ามของมหาวิทยาลัย ข้อห้ามของทหารและตำรวจ นักศึกษาหวังเพียงให้เกิดการเลือกตั้งเป็นแนวทางประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด

นายกฯห่วงม็อบเทพาค้านหัวชนฝา

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเล กระบี่-เทพา ที่คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ปักหลักอดอาหารอยู่ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ ว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงประชาชนทุกกลุ่ม รัฐบาลไม่ได้บังคับว่าจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ต้องการให้ผู้ชุมนุมเปิดใจรับฟังเสียงของคนอื่นด้วย เราขอเวลาศึกษาให้รอบด้านว่าพลังงานที่จะนำมาสร้างกระแสไฟฟ้าแต่ละชนิดมีผลกระทบอย่างไร จะลดผลกระทบได้อย่างไร ถ้าตั้งเป้าคัดค้านโดยไม่สนใจเหตุผลและข้อมูลทางวิชาการ ประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร

“ไก่อู” ติงอดอาหารทำสังคมขัดแย้ง

“นายกฯเป็นห่วงผู้ชุมนุมได้สั่งการเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ให้ไปอธิบายทำความเข้าใจ แต่เมื่อผู้ชุมนุมเห็นว่า ไม่มีส่วนร่วม ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสเราจึงจัดให้มีการศึกษาใหม่ นายกฯย้ำว่ากระบวนการอีเอชไอเอ ต้องโปร่งใส ในโลกไม่มีอะไรทำแล้วไม่มีผลกระทบ สิ่งสำคัญจะแก้ไขปัญหาผลกระทบนั้นได้อย่างไร วันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก อย่าเอาการอดอาหารมาทำให้สังคมเกิดความรู้สึกลังเล หรือขัดแย้ง การคุยกันด้วยเหตุและผลเท่านั้นที่ทำให้ประเทศเดินไปได้ โดยต้องไม่ใช้อารมณ์”

แกนนำร่วงลมจับแต่ยังปักหลักสู้

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเล กระบี่-เทพาบริเวณด้านหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทยว่า ขณะนี้มีผู้ร่วมอดอาหารจำนวน 67 คน แต่ปรากฏว่า เมื่อเวลา 14.25 น. มีผู้ชุมนุมที่ร่วมอดอาหารทยอยเป็นลมจำนวน 7 คน อาทิ นางสุภาภรณ์ ตาวัน อายุ 28 ปี น.ส.มารศรี มาดโอสถ อายุ 32 ปี ชาว จ.กระบี่ เพราะอดอาหารเป็นวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณดังกล่าวได้ประสานรถพยาบาลมานำตัวไปส่งโรงพยาบาลมิชชั่นและวชิรพยาบาล นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำกลุ่ม กล่าวว่า เราจะยังปักหลักชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าวต่อไป

ส่วนผู้ที่เป็นลมนั้นถ้าแพทย์สั่งให้หยุดอดอาหาร บุคคลนั้นคงต้องทำตามที่แพทย์แนะนำ แต่การอดอาหารจะยังดำเนินการต่อไปเพราะจะมีคนมาร่วมอดอาหารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

23 มี.ค.นัดสืบพยานต่อคดี นปช.

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 24 คน อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. เป็นจำเลยร่วมกันก่อการร้าย บุกยึดพื้นที่บนทางสาธารณะหลายจุดใน กทม.ตั้งเวทีกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาลในปี 53 ปรากฏว่า นัดนี้อัยการเบิกตัวนายวิโรจน์ ทูคำมี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เบิกความประกอบเอกสาร 7 แฟ้มเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ตั้งแต่ปลายปี 52 ถึง มี.ค.53 จนกระทั่งมีการสลายการชุมนุม จากนั้นพยานเบิกความในประเด็นอื่นๆ ต่อจนจบปากแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องนัดสืบพยานต่อไปวันที่ 23 มี.ค. เวลา 10.00 น.

มท.ยันสอบ ผวจ.จันท์ จบก่อน 7 มี.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการแสดงความรับผิดชอบ กรณีความคลาดเคลื่อนการใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการว่า ได้รับแล้ว ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. มีนายระพี ผ่องบุพกิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 30 วัน จะได้ผลก่อนวันที่ 7 มี.ค.ที่นายวิทูรัชยื่นลาออกไว้ ขณะนี้ปฏิบัติงานได้ปกติ จะสอบข้อเท็จจริงให้ครบทุกด้าน แต่สิ่งที่ประจักษ์ชัด คือ การเป็นคนดี ตั้งใจปฏิบัติราชการต่อเนื่อง ไม่ว่าอยู่ที่ไหนประชาชนจะชื่นชม ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ระมัดระวังการทำหนังสือต่างๆ ขอให้รอบคอบ ถือเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดขึ้นอีก

“เรืองไกร” บี้ ป.ป.ช.เค้นเงินกู้ “บิ๊กอ๊อด”

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีต ผบ.ตร.กรณีการกู้ยืมเงิน 300 ล้านบาท แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องที่ไม่พบการกู้ยืม 300 ล้านบาท อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศไม่ติดใจ เพราะกู้ยืมในปี 2558 ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.สมยศยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง สนช.ไปแล้ว จึงไม่ได้ยื่นให้ตรวจสอบการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แต่ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าหนี้เงินกู้ 300 ล้านบาท ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.อย่างถูกต้องหรือไม่ มีสัญญากู้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และมีการรับและคืนเงินผ่านธุรกรรมธนาคารหรือไม่ รวมถึงเสียดอกเบี้ยให้นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ผู้ให้ยืมเงินหรือไม่ หากไม่เสียดอกเบี้ยอาจเข้าข่ายได้รับผลประโยชน์อื่นใด ตามมาตรา 103 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มีโทษตามมาตรา 122 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบประเด็นภาษีจากเงินกู้ยืมดังกล่าวอีกทางด้วย

“วัชระ” ยื่นนายกฯสอบผิดจริยธรรม

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้ ตรวจสอบกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสนช. ในฐานะอดีต ผบ.ตร. ที่ระบุว่างานตำรวจคืองานไซด์ไลน์ รวมถึงกรณียืมเงินจากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ โดยนายวัชระกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้แต่งตั้ง พล.ต.อ.สมยศให้เป็น ผบ.ตร. เป็นสมาชิก คสช. และสมาชิก สนช. แต่การกระทำของ พล.ต.อ.สมยศถือว่าผิดจริยธรรมของข้าราชการ รวมทั้งกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินอย่างชัดเจน จึงขอให้นายกฯตรวจสอบเพราะยังทำหน้าที่ สนช.อยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระได้แสดงป้ายวันเวลาที่ พล.อ.สมยศได้รับตำแหน่งสมาชิก คสช. สมาชิก สนช. และ ผบ.ตร. ในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้ารัฐบาล พร้อมกับมอบดอกกุหลาบสีแดงผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนให้นายกฯ เนื่องในวันวาเลนไทน์ด้วย

รัฐจ่อเคลียร์รุกคลองลาดพร้าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาชุมชนรุกล้ำลำคลองสาธารณะ คลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ หลังจากรัฐบาลประชาสัมพันธ์โครงการสถาบันพัฒนาชุมนุม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯรายงานว่ามีบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองทั้งสองกว่า 7,000 ครัวเรือน พร้อมย้ายบ้านเรือน 5,422 ครัวเรือน มี 1,647 ครัวเรือน ที่ยังไม่คิดย้ายออกไป ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ กทม.กำหนดวางเสาก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม 60,000 เสา ในปี 2560 เพราะขณะนี้ปักได้เพียง 20,000 เสา จากนี้ไป กทม. กรมประชาสัมพันธ์ คสช. และทุกหน่วยงาน จะลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจผลดีของโครงการตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการวัดผล เชื่อว่าประชาชนจะให้ความร่วมมือมากขึ้น โดย พล.อ.ประวิตรเน้นย้ำให้ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด

“บิ๊กป้อม” ยังเจ็บคอไม่ตอบให้อภัย “หมอธี” พาดพิง “บิ๊กตู่” ให้ ป.ป.ช.สอบถ้าผิดว่าไปตามกระบวนการ ไม่ใช่เอาอารมณ์มาตัดสิน “นิพิฏฐ์” เย้ย รมต.หวงตำแหน่งวิ่งโร่ขอโทษ “วัฒนา” 15 ก.พ. 2561 01:39 ไทยรัฐ