วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปาฏิหาริย์แห่งเซน

เมื่อพระผู้ใหญ่ระดับท่านเจ้าคณะหนฯ ออกคำสั่ง ให้ทุกวัดเก็บพระเครื่องของขลัง ออกให้พ้นเขตพุทธาวาส สำหรับผม ถือเป็นปาฏิหาริย์ในสถาบันพุทธศาสนา

ไม่อยากเชื่อว่า คำสั่งทำนองนี้จะเกิดมีขึ้นได้

วัดหลวงพ่อบ้านแหลม แม่กลอง ผมเคยเข้าโบสถ์ไปไหว้หลวงพ่อ ราวสิบยี่สิบปีที่ผ่านมา เดินไปลานจอดรถริมท่าน้ำ ก็เจอ เจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อพระพิฆเนศ ฯลฯ เทพเจ้าจีน อินเดีย ตั้งอยู่เป็นแถว

คนที่ไหว้หลวงพ่อบ้านแหลมในโบสถ์ เดินออกมาก็ยังมีเทพเจ้าให้ไหว้แถม

เด็กวัดแบบผม ปากจัดครับ นินทาออกมาดังๆ “ขายพ่อ (พระพุทธรูป) องค์เดียว ก็น่าจะพอ ไม่น่าเอา “พ่อ” (เทพเจ้า) อื่นมาขายอีก”

หลังคำสั่งท่านเจ้าคณะหนฯ ได้ข่าวว่า บรรดาเทพเจ้าเหล่านั้น ถูกเคลื่อนย้ายไปไว้อีกที่ ยังไม่ถึงขั้นทุบทำลาย น่าจะยังเคารพยำเกรงกันอยู่

ผมเข้าใจ วัดวาอารามสมัยใหม่ ที่มองเห็นโอ่อ่าโอฬาร ล้วนแต่ได้เงินจากเครื่องรางของขลัง...ที่ยังคาใจติดตามก็คือ หากไม่มีของขลังประดามีเหล่านี้เสียแล้ว วัดจะอยู่กันได้หรือเปล่า?

ท่าน ว.วชิรเมธี เขียนไว้ในหนังสือ ชาล้นถ้วย (สำนักพิมพ์ปราณ พ.ศ.2555) ว่า ในทางพุทธศาสนา ปาฏิหาริย์มี 3 แบบ

อิทธิปาฏิหาริย์ คือ การมีฤทธาอานุภาพพิเศษ เช่น เหาะได้ อาเทสนาปาฏิหาริย์ การล่วงรู้ใจคนอื่น และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ การสอนที่เพื่อปฏิบัติตามแล้ว เห็นผลแห่งการปฏิบัตินั้น

ทำดีได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว ถือปืนเข้าป่ายิงเสือ วิญญาณเสือก็ตามมาหลอกมาหลอน อย่างน้อยก็นอนตาไม่หลับ

ในบรรดาปาฏิหาริย์ทั้งสามแบบ พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ว่าดีที่สุด

ในเมืองไทย พระสงฆ์ที่มีอนุสาสนีปาฏิหาริย์ มีอยู่หลายรูป ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านปัญญานันทภิกขุ หลวงพ่อชา สุภัทโท สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) ฯลฯ

พระมหาเถรดังกล่าวไม่แสดงปาฏิหาริย์ด้วยการเหาะเหินเดินหาว หรืออวดอ้างว่ารู้ใจคน อยู่ยงคงกระพัน เห็นนรกเห็นสวรรค์ หากแต่ท่านสอนสัจธรรมตรงไปตรงมา

หากเราใช้ปัญญาตรองตาม ก็จะเห็นด้วยอย่างสมเหตุสมผล และเมื่อปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ชีวิตก็ดีขึ้นทันตาเห็น

แม้อนุสาสนีปาฏิหาริย์ จะเป็นสุดยอดปาฏิหาริย์ แต่คนส่วนใหญ่ กลับสนใจน้อย ดูธรรมดาไม่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ชวนให้รู้สึกพิเศษ ความธรรมดาสามัญ ซึ่งมีประโยชน์มหาศาล จึงถูกมองข้าม

รสจืดของความจริงจึงถูกเมินเฉย

เขียนถึงเรื่องนี้แล้ว ท่าน ว.วชิรเมธี เล่าเรื่องพระอาจารย์บันไก นิกายเซน ท่านมีลูกศิษย์มากมาย แห่กันมาฟังท่านเทศน์ทุกวัน

วันหนึ่งศิษย์ของอาจารย์เซน คู่แข่ง ก็บุกมาป่วนเอะอะเอ็ดตะโร แล้วคุยโม้ว่า

“อาจารย์ข้าพเจ้ายืนฝั่งนี้ ให้ศิษย์ยืนถือกระดาษฝั่งโน้น เขียนนามพระอภิตาภะพุทธเจ้า ให้ปรากฏบนกระดาษฝั่งโน้นได้ ขอถามทีเถิด อาจารย์ของท่าน แสดงปาฏิหาริย์อะไรได้บ้าง”

ท่านอาจารย์บันไก ได้ยินแล้วนิ่งสักครู่ ยิ้มนิดหนึ่งแล้วตอบว่า

“ปาฏิหาริย์แบบเซนของข้า เมื่อหิวข้าก็กิน เมื่อกระหายข้าก็ดื่ม”

คำสอนแบบเซน หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม ยังถูกปลูกฝังยั่งยืนอยู่ถึงวันนี้ในญี่ปุ่น

ผมเคยไปไหว้หลวงพ่อโตองค์สวยที่ญี่ปุ่น มีร้านทำขนมเป็นรูปหลวงพ่อขาย ให้คนซื้อไปกิน ทำบุญด้วย อิ่มท้องสบายๆไปด้วย นี่ไงปาฏิหาริย์บุญแบบเซน ที่เมืองไทยยังไม่มี.

กิเลน ประลองเชิง

เมื่อพระผู้ใหญ่ระดับท่านเจ้าคณะหนฯ ออกคำสั่ง ให้ทุกวัดเก็บพระเครื่องของขลัง ออกให้พ้นเขตพุทธาวาส สำหรับผม ถือเป็นปาฏิหาริย์ในสถาบันพุทธศาสนา... 14 ก.พ. 2561 11:05