วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งบปี 62 อลังการกว่า 2 แสนล้าน เกษตรฯฝันใหญ่ทุ่มเงินปั้น "เกษตรกรปราดเปรื่อง"

กระทรวงเกษตรฯ ฝันแรง! จัดหนักจ่อของบรายจ่ายปี 62 อลังการกว่า 2 แสนล้านบาท หวังสร้างเกษตรไทย 4.0 ออก 16 นโยบายยกระดับราคา-คุณภาพชีวิต-กระบวนการผลิต สู่ยุค “เกษตรกรปราดเปรื่อง” ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมกับมือเอกชนปั้นเอสเอ็มอีภาคเกษตร ส.อ.ท.ระบุเกษตรไทยมีเยอะแต่รายได้น้อยมาก ชี้คนรุ่นใหม่ไม่ชอบทำเกษตร

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอขอตั้งงบประมาณรวมกว่า 213,386 ล้านบาท ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ 26,969 ล้านบาท 2. กลุ่มงบประมาณรายจ่าย ตามแผนงานพื้นฐานหรือแผนงานยุทธศาสตร์ต่างๆ 37,581 ล้านบาท 3. กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) 117,873 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนใหญ่อยู่ที่แผนงานการบริหารจัดการน้ำ แผนงานพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตร และแผนงานการวิจัยและนวัตกรรม และ 4.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ (Area) เพื่อพัฒนาพื้นที่ระดับภาค 30,961 ล้านบาท

ทั้งนี้ คำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 กว่า 213,386 ล้านบาท เป็นงบประมาณตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ 16 นโยบาย 143,109 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะอยู่ที่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานการผลิตที่ดี (GAP) ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบรวมกลุ่มแปลงใหญ่ โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) และเกษตรอินทรีย์

สำหรับแผนงานของ สศก.ได้เสนอของบประมาณ รวมทั้งสิ้น 20,365 ล้านบาทนั้น หน่วยงานร่วมบูรณาการ 7 กระทรวง 60 หน่วยงาน 4 รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และรัฐวิสาหกิจ มี 2 เป้าหมายหลักสำคัญ เป้าหมายที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ เน้น 5 สินค้า ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงสับปะรด มะพร้าว ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานตามความต้องการของตลาด พัฒนาศักยภาพกระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตร และพัฒนาศักยภาพตลาดสินค้าเกษตร และเป้าหมายที่ 2 คือ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (สมาร์ทฟาร์มเมอร์) พึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง

“การเสนอของบประมาณปี 2562 ได้คำนึงถึงความสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 กรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 เพื่อเดินหน้าการผลิตภาคการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยสำนักงบประมาณจะพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณดังกล่าว เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป”

ขณะที่นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือโครงการ “ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย” (เอสเอ็มอีเกษตร) ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่า กสอ.จะร่วมกับหน่วยงานดังกล่าวเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานราก สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งกำหนดมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ยุค 4.0 จำนวน 9 มาตรการ โดยโครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (เอสเอ็มอีเกษตร) เป็นหนึ่งในมาตรการดังกล่าวที่เตรียมขับเคลื่อน กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 600 กลุ่มทั่วประเทศ จำนวน 55,000 คน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติจากทั้งหมด 2,500 กลุ่ม จำนวน 100,000 คน ระยะเวลาโครงการระยะแรก 6 เดือน หรือเดือน เม.ย.- ก.ย.นี้ คาดว่าจะสามารถสร้างผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป และเอสเอ็มอีเกษตรเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 30% จากเกษตรกร 55,000 คน ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 40%

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรของไทยให้มีคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ดีขึ้น ต้องปรับการผลิตจากสินค้าต้นทางเป็นการแปรรูปมากขึ้น ซึ่งฐานข้อมูลเกษตรกรของไทยในปัจจุบันที่มีจำนวน 40% จากประชาชนทั้งประเทศพบว่ามีความผิดปกติ เพราะมีสัดส่วนรายได้รวมเพียง 9%ของอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) และเกษตรกรมีอายุเฉลี่ยถึง 55 ปี แสดงว่าคนรุ่นใหม่แทบจะไม่ได้เข้ามาในภาคเกษตรเลย ดังนั้น การตื่นตัวของภาครัฐและเอกชนในโครงการนี้จะเป็นเครื่องผลักดันเกษตรกรไทยให้ได้รับการพัฒนามากขึ้น.