วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอโทษ‘ตู่-ป้อม’ เคลียร์ใจ หมอธีไม่ลาออก

ปมทิ้งบอมบ์นาฬิกาหรูพ่นพิษ โบ้ย‘บีบีซีไทย’แอบอัดเทปไว้! นายกฯกร้าว-ครม.ไม่แตกร้าว

ปมนาฬิกาหรูเขย่า ครม. “หมอธี” แจ้งลาประชุม ครม.หลังทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ก่อนรีบแจ้นเคลียร์ใจ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ตามฟอร์มโบ้ยสื่อบีบีซีแอบอัดเทปไม่ใช่สัมภาษณ์ทางการ แต่ยอมรับพูดตามที่คิด เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ขอโทษ 2 บิ๊กพยักหน้ายิ้มรับ ยังเชื่อมั่นนายกฯเต็มร้อย ร่วมวง ครม.ต่อ “ประยุทธ์” ยันขอโทษกันแล้วจบ ครม.ไม่ร้าว แต่ “ประวิตร” อ้างเจ็บคอพูดไม่ได้ หลังสื่อถามจะให้อภัยไหม “วัชระ” แห่กระแสชวนคนให้กำลังใจผู้กล้า จั่วลมนึกว่าจะทิ้งหัวโขน “พลภูมิ” เย้ย “พี่ใหญ่” คนใน ครม.ยังไม่เอา จี้ทบทวนตัวเอง ป.ป.ช.เด้งรับลูก “เรืองไกร” พร้อมสอบหุ้น รมว.ศธ. “บิ๊กตู่” โอดล่าตัว “แม้ว-ปู” ทุกทางแล้ว ปัดเหยียดเป็นกระพี้ “วรชัย” ตอก “ผู้นำ” พูดได้ไม่อายปาก

ปมนาฬิกาหรูบานปลายเขย่า ครม. หลัง นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พูด วิจารณ์นาฬิกาหรู 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จนต้องเข้าเคลียร์ใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล

“บิ๊กตู่” โยน “หมอธี” ชี้แจงเอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเข้าประชุมผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กรณีสำนักข่าวบีบีซีไทยเสนอข่าว นพ.ธีระเกียรติ พูดวิจารณ์เรื่องปมนาฬิกาหรู 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทย ในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน หรือไม่ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเอง” เมื่อถามย้ำจะเป็นรอยร้าวใน ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการไปทันที

ชิ่งปมร้อนแจ้งลาประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ หลังเกิดประเด็นดังกล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าผู้สื่อข่าวทุกสำนัก ต่างมาดักรอสัมภาษณ์ นพ.ธีระเกียรติก่อนเข้าประชุม ครม. แต่ นพ.ธีระเกียรติไม่ได้เดินทางมา ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์หา นพ.ธีระเกียรติ แต่มีเลขานุการส่วนตัวรับสายแทน ระบุว่า นพ.ธีระเกียรติไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ และจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ต่อมาทราบว่าหลังเดินทางกลับจากกรุงลอนดอนถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติแจ้งต่อเลขาธิการ ครม. ว่าขอลากิจไม่เข้าประชุม ครม. แต่เดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการพร้อมผู้ติดตาม 1 คน ทันทีที่เห็นผู้สื่อข่าว นพ.ธีระเกียรติมีสีหน้าไม่ค่อยดี และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เมื่อถามว่าจะเข้าประชุมองค์กรหลักหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติตอบว่า คงไม่ได้เข้าและรีบขึ้นห้องทำงานทันที

ดอดเข้าทำเนียบเคลียร์ใจ 2 บิ๊ก

ต่อมาเวลา 12.14 น. นพ.ธีระเกียรติเดินทางออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ไปทำเนียบรัฐบาลเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ที่ตึกบัญชาการ 1 โดยเลี่ยงผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่รอทำข่าวไปเข้าทางประตูด้านหลังติดกับโรงอาหารของตึกบัญชาการ โดยมานั่งรอพบหลังประชุม ครม.เสร็จ กระทั่งเวลา 14.10 น. นพ.ธีระเกียรติได้ลงมาแถลงข่าวที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ว่า มาพบนายกฯและ พล.อ.ประวิตรตามที่เป็นข่าว ภาพที่เห็นนั่งพูดคุยผู้สื่อข่าวบีบีซีในคลิปกับเสียงไม่ได้เป็นการตัดต่อ แต่เป็นคนละส่วนกันเลย ที่มาดักพูดคุยเรื่องนาฬิกาโดยที่ตนไม่ทราบว่าอัดเทปไว้ จึงถือว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์เป็นทางการ

รับพูดจริงขอโทษ “บิ๊กตู่–บิ๊กป้อม”

เมื่อถามว่ายอมรับว่าพูดจริงหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการตอบว่า ยอมรับว่าพูดไปแบบนั้นจริงและจากที่เห็นจากคอมเมนต์ต่างๆ ถือว่าตนมีส่วนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา ยอมรับว่าทำผิดมารยาทที่กล่าวถึงเพื่อนร่วม ครม.อย่างรองนายกฯ และได้ขอโทษท่านแล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรว่าอย่างไรบ้าง นพ. ธีระเกียรติตอบว่า ท่านพยักหน้ายิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไร ตนก็ขอโทษท่าน เรียนว่าเสียมารยาท ส่วนนายกฯน่ารักถามตนว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เล่าให้ท่านฟังขอโทษท่านที่ทำให้ไม่สบายใจ และบอกว่ายังเชื่อมั่นตัว นายกฯ ซึ่งนายกฯก็ให้ความมั่นใจ เมื่อร่วมงานเป็น ครม.เดียวกันควรไว้วางใจกัน

ยังเชื่อมั่นตัวนายกฯเต็มร้อย

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า “ยืนยันว่ายังให้ความมั่นใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมมาทำงานที่นี่เพราะเชื่อมั่นในตัวนายกฯ และเห็นความตั้งใจของนายกฯ ยังทำงานให้กับนายกฯจนกว่าจะเห็นว่าไม่เหมาะ ขอยืนหยัดทำงานต่อไป และมั่นใจตัวนายกฯคนนี้อยู่ การมาแถลงนี้เป็นความคิดของผมเองไม่ได้ถูกกดดัน เพราะกลับมาจากอังกฤษเช้ามาเห็นข่าวออกมาเยอะ จึงคิดมาพบนายกฯแต่ไม่ได้ร่วมประชุม ครม.ด้วย และคงไม่ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ปล่อยคลิป ไม่ได้ประโยชน์อะไร เป็นการแอบอัดเทปที่พูดแสดงความคิดเห็นเท่านั้น” ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่าสิ่งที่พูดเป็นความเห็นส่วนตัวใช่หรือไม่ นพ.ธีระเกียรติย้อนถามว่า ถามแบบนี้เพื่ออะไร คนเราก็มีความคิดเห็นส่วนตัว ถามเพื่อให้เกิดความขัดแย้งหรืออย่างไร

ไร้ปัญหาร่วมงาน “บิ๊กป้อม” ต่อ

เมื่อถามว่าอนาคตคิดว่าจะทำงานกับ พล.อ.ประวิตรราบรื่นหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติตอบว่า ไม่ได้มีอะไรกับท่าน จนมาถึงวันนี้ ลองไปถามท่านได้ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อกี้ก็มองหน้ากันอยู่เลย เมื่อถามว่าพูดคุยกันแล้วสบายใจหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการตอบว่า สบายใจขึ้น ถ้าเป็นสัมภาษณ์ทางการไม่พูดอย่างนี้แน่ ถือว่าได้บทเรียนแล้วแม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม ตนก็เป็นหนึ่งใน ครม.อยู่ เมื่อถามว่าสื่อโซเชียลชื่นชมว่าเจ๋งมาก นพ.ธีระเกียรติตอบว่า โลกโซเชียลต้องฟังทั้งสองทาง รวมถึงการแสดงความคิดเห็นให้คนเกิดความไม่เชื่อมั่นตัวนายกฯหรือไม่ในการจัดการกับเรื่องนี้ แต่ตนเชื่อมั่นนายกฯร้อยเปอร์เซ็นต์ และนี่คือเหตุผลที่ยังอยู่กับนายกฯต่อไป ส่วนข่าวการลาออกนั้นตนเข้าใจ เมื่อเกิดเรื่องจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ทางเลือกมีหลายทาง ต้องเลือกทางที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อความสะใจ เกิดอะไรเอะอะก็ยื่นใบลาออก และตนไม่ได้ยื่น เมื่อถามว่ามีใครหนุนเบื้องหลังให้ออกมาพูดแซะ พล.อ. ประวิตรหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติตอบว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง พูดเอง เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา

นายกฯยัน ครม.ไม่ร้าวขอโทษจบ

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแถลงภายหลังการประชุม ครม. ถึงการเข้าชี้แจงของ นพ.ธีระเกียรติ ว่า เท่าที่รับฟังจาก นพ.ธีระเกียรติ ทราบว่าไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการพูดคุย นพ.ธีระเกียรติได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตน เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นรอยร้าวกระทบการทำงานใน ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ครม.ไม่มีร้าว ทุกคนรักใคร่กันดี เข้าใจกัน มีอะไรพูดจาให้กำลังใจกัน ทำอะไรผิดก็ขอโทษกัน มันก็จบ เราต้องระงับความขัดแย้งให้ได้บ้าง

ใช้เวลาเคลียร์ใจ 5 นาที 15 วินาที

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไร คุยกันนานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็พูดไปแล้ว ไม่มีอะไร ทำไมต้องคุยนาน คุยไม่นาน 5 นาที 15 วินาที ปัดโธ่” เมื่อถามย้ำว่าจะกลายเป็นโดมิโนต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ระวังเธอนั่นแหละจะโดมิโน ไอ้คนที่ถามเมื่อกี้ ไอ้คนที่ชอบคุยคุ้ยข่าว”

“ประวิตร” เจ็บคอพูดไม่ได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมคสช. และ ครม. ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หลังผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น ก่อนจะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ทันที ต่อมาภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.ธีระเกียรติแถลงขอโทษกรณีดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้อภัยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงสั้นๆว่า “เจ็บคอพูดไม่ได้” ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย และรีบเดินขึ้นรถออกจากทำ เนียบฯ ไปทันที

“บิ๊กป๊อก–บิ๊กฉัตร”รูดซิปปากนิ่ง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ขออนุญาตไม่วิพากษ์ความเห็นของคนอื่น ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่า ตามขั้นตอนกฎหมายอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ผู้สื่อข่าวก็ทราบอยู่แล้วว่าขั้นตอนตามกฎหมายเป็นอย่างไร ตนไม่ใช่คนตรวจสอบ ใครตรวจสอบก็ต้องถามคนตรวจสอบ เมื่อถามว่าการออกมาพูดของ รมว.ศึกษาธิการ จะส่งผลต่อความเป็นเอกภาพใน ครม.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวสั้นๆว่า ไม่มีความเห็น

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นจากข่าวที่ออกมาแต่ไม่ทราบเจตนา ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดรอยร้าวในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ขอให้ความเห็นใดๆ ขอให้ไปสอบถามกับนายกฯ

“วัชระ” ชวนคนให้กำลังใจผู้กล้า

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากคำพูดของ นพ.ธีระเกียรติ สะท้อนให้เห็นว่า ใน ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีรัฐมนตรีที่มีจิตสำนึก มีหิริโอตัปปะ และมียางอายอยู่บ้าง เชื่อว่า นพ.ธีระเกียรติได้น้อมรับนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้ในหัวใจเต็มเปี่ยม เมื่อได้ไปประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย จึงให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศด้วยน้ำเสียงดุเด็ดเผ็ดมัน ไม่กลัวใคร ขอให้กำลังใจ และขอให้คนไทย ทั่วประเทศให้กำลังใจ รมว.ศึกษาธิการด้วย ที่กล้าจุดไม้ขีดท่ามกลางความมืดมนของสังคมไทย วันนี้เป็นปรากฏการณ์ของแม่น้ำ 5 สายของ คสช. ว่ายังมีคนดีมีคุณธรรมอยู่ไม่ใช่น้อย เพียงแต่เขาไม่มีจังหวะและโอกาสพูดตรงไปตรงมา มัวแต่นั่งเกรงใจกันเท่านั้น

ออกตัววืดนึกว่าจะทิ้งหัวโขน

นายวัชระกล่าวว่า มั่นใจว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการสืบทอดอำนาจ และการเลื่อนเลือกตั้ง การพูดของ รมว.ศึกษาธิการเป็นการดิสเครดิต พล.อ.ประวิตรโดยตรง เสมือนเป็นการฉีกหน้า คสช.ในเวทีโลกอย่างจังส่งผลสะเทือนเสถียรภาพของรัฐบาล ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ นพ.ธีระเกียรติ พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกใครย่อมมองออก แต่ที่ยากไปกว่านั้นคือประชาชนได้สูญสิ้นความศรัทธาในรัฐบาล คสช.แล้ว จะประคับประคองสถานภาพรัฐบาลและ คสช.ให้พ้นปีนี้หรือไม่ ประชาชนเริ่มไม่เชื่อมั่นกันแล้ว นพ.ธีระเกียรติอาจถูกปรับออกจาก ครม. หรือบีบบังคับให้ลาออก หากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าท่านคิดแล้วที่พูด และคงไม่เสียดายตำแหน่งหัวโขน แต่ท่านจะได้ใจและอยู่ในใจคนทั้งประเทศ

“พลภูมิ” จี้ “พี่ใหญ่” ทบทวนตัว

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมในความกล้าหาญของ นพ.ธีระเกียรติ ที่กล้าแสดงจุดยืนต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่หวั่นเกรง ยิ่งนายธีระเกียรติ เป็น รมว.ศึกษาฯ ต้องบอกว่านี่เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ วัยกำลังเรียนรู้ ทำให้เห็นคุณสมบัติของ บุคคลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมอย่างชัดเจน ต้องฝากไปถึงนายกฯว่าท่านมีรัฐมนตรีที่น่ายกย่องหวังว่า เก้าอี้ รมว.ศึกษาฯจะไม่ถูกเปลี่ยนในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนาฬิกาหรู ประชาชนเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตรแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ในแบบฉบับของคนดีมาต่อเนื่อง ท่านก็พูดเองว่าถ้าประชาชนไม่ต้องการก็พร้อมจะลาออก นี่คนในคณะรัฐมนตรีด้วยกันยังพูดขนาดนี้ พล.อ.ประวิตรคงต้องไปนั่งไตร่ตรองว่าพฤติกรรมของตนเองเป็นอย่างไร

“เรืองไกร” จ่อสอบหุ้น รมว.ศธ.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอชื่นชม นพ.ธีระเกียรติ ที่ออกมาพูดเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร แต่จากการตรวจบัญชีทรัพย์สินของ นพ.ธีระเกียรติ พบว่าได้รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังคงถือหุ้น SCC อยู่จำนวน 5,000 หุ้น หลังจากรัฐธรรมนูญใหม่มีผลใช้บังคับ โดยหุ้น SCC น่าจะเป็นตัวย่อของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ว่าเป็นหุ้นสัมปทาน เมื่อเป็นหุ้นสัมปทานจะมีปัญหาตามมาว่ารัฐมนตรีที่ถือหุ้นอยู่น่าจะต้องขาดคุณสมบัติ หากมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อพูดถึงเรื่องจริยธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ต่อกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือนนั้น ถ้าเทียบเคียงกับการถือหุ้นสัมปทานคงไม่แตกต่างกัน จึงส่งจดหมาย EMS ไปยัง รมว.ศึกษาฯ ว่าหุ้น SCC ที่ถืออยู่นั้น เป็นหุ้นสัมปทานหรือไม่ ถ้าใช่จะพิจารณาลาออกเองเพื่อเป็นตัวอย่างได้หรือไม่

ป.ป.ช.ให้เลื่อนแจงรอบที่สาม

ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่า หลังครบกำหนดที่ พล.อ.ประวิตรต้องชี้แจงที่มานาฬิกาหรู ครั้งที่ 3 ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.แล้ว ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงไปอีก 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 15 ก.พ.นี้ หาก พล.อ.ประวิตรจะขอขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก ต้องดูเหตุผลว่าสามารถขยายได้หรือไม่ เมื่อถามย้ำว่าจะสรุปเรื่องดังกล่าวได้ภายในเดือน ก.พ.นี้หรือไม่ นายวรวิทย์ไม่ตอบคำถาม เพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปากแล้วรีบเดินหนีไปทันที

รีบเด้งรับคุ้ย “หมอธี” ถือหุ้นรัฐ

นายวรวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จะยื่นเรื่องสอบ นพ.ธีระเกียรติ ถือครองหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ที่เป็นสัมปทานกับรัฐ จำนวน 5,000 หุ้น ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หากมีคนร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามา ป.ป.ช.ต้องรีบหยิบยกขึ้นมา เพราะถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ที่สำคัญบุคคลที่ถูกร้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบข้อมูลอยู่แล้ว ขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช. จะตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วสรุปเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ หากเห็นว่ามีมูลความผิดจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา หากไม่มีมูลความผิดเรื่องดังกล่าวก็ตกไป

บีบีซีโต้ “หมอธี” สัมภาษณ์ทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายสื่อสารองค์กรของบีบีซี ออกคำชี้แจงหลังจาก นพ.ธีระเกียรติระบุว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์แบบเป็นทางการ แต่มีการอัดเสียงสนทนาเอาไว้ว่า “รัฐมนตรีคนดังกล่าวได้ตกลงให้ผู้สื่อข่าวของเราสัมภาษณ์ หลังจากได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาลอีกคนหนึ่งต่อกลุ่มนักเรียนไทยในกรุงลอนดอน โดยเขาตกลงพูดคุยกับผู้สื่อข่าวของเราซึ่งได้บันทึกการสัมภาษณ์ โดยใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเปิดเผย สามารถรับฟังคลิปเสียงดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์บีบีซีไทย”

“ลุงตู่”เซเล็กๆลองแว่นจับเมา

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นำคณะ อาทิ น.ส.นิภาพร บุญยะเลี้ยง หรือกระแต อาร์สยาม และเยาวชน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อประชาสัมพันธ์การ จัดนิทรรศการ “1 ทศวรรษ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551” โดยนายกฯได้ร่วมปักธงแสดงสัญลักษณ์ และทดลองสวมแว่นจำลองทดสอบการเมา ที่ทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นพร่ามัว เดินไม่ตรงทาง เมื่อนายกฯสวมแว่นและทดลองเดินไป-กลับ ปรากฏว่ามีอาการเซเล็กน้อยเหมือนคนมีอาการเมา ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องรีบเข้าไปประคองก่อนที่นายกฯ จะกล่าวติดตลกว่า “แบบนี้พอตรวจผ่านไหม” จากนั้นเด็กนักเรียนได้มอบดอกกุหลาบสีขาวให้นายกฯ และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยนายกฯยังอารมณ์ดีขอเกี่ยวก้อยเด็กๆพร้อมกล่าวว่า “สัญญานะจะเป็นเด็กดี”

ยันล่าตัวสองพี่น้องทุกทางแล้ว

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพูดคุยและหารือกับ รมว.ต่างประเทศ สหราชอาณาจักร เรื่องการติดตามตัวอดีตนายกฯ ว่า ไม่จำเป็นต้องหารือเรื่องนี้ มีหน่วยงานทำอยู่แล้ว เคยบอกแล้วไม่ว่าจะขอตัวใครไปถ้าประเทศนั้นๆให้ก็คือให้ ไม่ให้ก็คือไม่ให้ เราไม่สามารถไปจับกุมตัวที่ต่างประเทศได้ ขึ้นอยู่กับการสร้างความเข้าใจกับเขา ตนพยายามทำทุกอย่างแล้ว ส่งข้อมูลให้หมดทุกประเทศ เมื่อถามว่าล่าสุดได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนของ 2 อดีตนายกฯบ้างหรือไม่ นายกฯตอบว่า ต่างประเทศให้ความร่วมมือให้ข้อมูลมาว่าปัจจุบันพำนักอยู่ที่ไหน แต่พอถามว่าแล้วจะส่งตัวกลับมาให้หรือไม่ เขาก็เงียบ เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่าง เขามีหลักการ มีกฎหมายของเขา กฎหมายบ้านเราอาจผิด แต่กฎหมายบ้านเขาไม่ผิด หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องระดับสูงเกินไป เช่น เรื่องอดีตนายกรัฐมนตรีเขาอาจมองว่าเป็นประเด็นการเมือง นั่นคือปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราเอาเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นการเมืองไปเสียทั้งหมด

ลั่นพาสปอร์ตไทยถอนเกลี้ยง

เมื่อถามว่า สถานะล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้พาสปอร์ตประเทศอะไร พล.อ. ประยุทธ์ตอบว่า หนังสือเดินทางของประเทศไทยไม่มี กระทรวงการต่างประเทศถอนหมดแล้ว เป็นหนังสือเดินทางของต่างประเทศ ที่ออกหนังสือเดินทางได้หลายแบบ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และประเภทอื่นๆ ต้องเข้าใจสถานการณ์โลกเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ น่าสนใจมีทั้งอิตาลี อังกฤษ ประเทศสำคัญในอียูมาพบตน เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เขาให้กำลังใจเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ก็บอกว่าดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมายที่มีอยู่ อย่าไปพูดว่ากลับคำมันไม่ใช่ ทั้งหมดอยู่ในโรดแม็ป

เมินลูกหาบบินพบนายใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนักการเมืองบินไปหาอดีตนายกฯที่ต่างประเทศ ได้จับตามองเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในเมืองไทยด้วยพร้อมกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อยากจะบินไปก็ไปเถอะ ก่อนหน้านี้เราให้ทำเรื่องขออนุญาตก่อน ก็กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้เกียรติทุกคนอยากไปก็ไป ไม่ต้องมาขออนุญาตตนแล้วจะเอาอะไรกันอีก แต่วันนี้ถ้าใครไปทำความผิด หรือเคลื่อนไหวอะไรในทำนองล้มล้างรัฐบาล ขอข้อมูลได้อยู่แล้วว่ามีใครไปพบไปหากันบ้าง ฝ่ายความมั่นคงทำงานกันอยู่

ปัดเหยียดอดีตนายกฯแค่กระพี้

เมื่อถามว่า ทำไมเวลาสื่อถามถึง 2 อดีตนายกฯ นายกฯถึงแสดงอารมณ์ทุกครั้ง ทั้งที่บอกว่าเป็นเรื่องแค่ไอ้กระพี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่ได้แสดงอารมณ์กับอดีตนายกฯ ทั้ง 2 ท่าน แต่ผมแสดงอารมณ์กับคำถามของสื่อ ที่พูดว่าทำไมต้องไปสนใจกับไอ้กระพี้ คำว่าไอ้กระพี้ไม่ได้หมายความถึง 2 อดีตนายกฯ ผมให้เกียรติเขา อย่างน้อยเขาก็เป็นอดีตนายกฯ จะผิดหรือถูกให้กฎหมายว่ากัน คำว่าไอ้กระพี้ของผมคือสื่อสนใจแต่ข่าวเปลือกนอก ไม่สนใจสารัตถะข้างใน ทำให้สังคมเข้าใจผิดกันไปหมด เจ้าหน้าที่ก็มีปัญหาในการทำงาน กระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหา ขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งที่กฎหมายมีทุกตัว รู้จักหรือไม่คำว่ากระพี้ สนใจแก่นของไม้มันบ้าง คำตอบส่วนใหญ่ของผมวันนี้บางทีก็เป็นแค่กระพี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้โมโหไม่ได้มีอารมณ์ หมดแล้วอารมณ์ หมดไปตั้งนานแล้ว”

เตือน นศ.ชุมนุมผิดกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการประชุม คสช. ว่า “ไม่มีคำสั่งอะไร เพียงติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ขณะนี้ แต่ยังไม่มีอะไรน่าตื่นตระหนก เป็นเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ผิดคำสั่ง คสช. รัฐบาลและ คสช.ไม่ได้มุ่งปิดกั้นหรือทำร้ายใคร จะเห็นว่ามีการฝ่าฝืนมาหลายครั้งแล้ว รัฐบาลดูแลผ่อนสั้นผ่อนยาวมาพอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องการประกัน การตักเตือน แต่ก็เป็นคนกลุ่มเดิมที่ออกมาเคลื่อนไหว ไม่ทราบว่าเขาต้องการอะไร รัฐบาลยอมรับไม่ได้ ฝากประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครองดูแลด้วย กังวลว่าถ้ามีคดีความเกิดขึ้นแล้ว นิสิต นักศึกษาจะมีปัญหา ไม่ได้ขู่ แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่บ้าง เพิ่มภาระกันทำไมในเวลานี้”

พ่นถนนเลอะเทอะทำรถติดขัด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุม คสช.ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญด้วย เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดมาหลายอย่าง ต้องไปดูว่าต้องทำอะไร แค่ไหน อย่างไร ต้องการใช้คำสั่งให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น เมื่อถามว่ากลุ่มนักศึกษายืนยันจะชุมนุมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเลือกตั้ง นายกฯ ตอบว่า ชุมนุมไปก็ผิดกฎหมาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ถนนหนทางเสียหาย การจราจรมีปัญหา ไปพ่นสีถนนจนเลอะเทอะไปหมด ผิดกฎหมายทั้งนั้น ในเมื่อรู้อยู่ว่ากฎหมายทำไม่ได้ก็อย่าเพิ่งทำ เอาไว้เวลาทำได้ค่อยไปทำ ท่านบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดเสรีภาพ ขอถามว่าแล้วคนอื่นเขาไม่มีสิทธิเสรีภาพหรือ

สั่งไม่ต้องไปสนใจไม่มีนัยใดๆ

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังมีภาพปรากฏตัวอยู่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเคลื่อนไหวของนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีผลต่อสถานการณ์ภายในประเทศ พล.อ.ประยุทธ์บอกแล้วว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ต้องไปสนใจให้มาก และคิดว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีนัยใดๆ

“วรชัย” ซัด “ผู้นำ” พูดไม่ละอาย

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพาดพิงนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขยับจนทำประเทศป่วนนั้น ใครกันแน่ทำให้ประเทศวุ่นวาย ไม่ละอายหรือที่พูด ขอให้ใช้สติใช้สมองพูดและคิด ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศไม่ได้เกิดจากทั้งคู่ แต่มีต้นเหตุจาก พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจแล้วไม่ทำตามโรดแม็ป จนสุดท้ายประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องให้เลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กลายเป็นคนล้มละลายทางความคิด ทางคำพูด และความน่าเชื่อถือ ดังนั้นอย่าอ้างตัวว่าเป็นคนขาวสะอาด ไม่มีใครเชื่อแล้ว นอกจากสร้างความขัดแย้งในประเทศยังไม่พอ ยังไปพูดพาดพิงประเทศอื่นว่าไม่เคารพกฎหมายไทย ถามว่าประเทศใดจะยอมรับในเมื่อขณะนี้เป็นกฎหมายเผด็จการ ต่างประเทศรู้ว่านายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกระทำถูกกลั่นแกล้ง เขาจึงไม่สนใจ ถือเป็นการตบหน้ารัฐบาลเผด็จการหรือไม่ ที่ทั้งคู่ยังอยู่ในต่างประเทศได้

“สมชาย” ขึ้นหม้อถ่างขา 2 กมธ.

ช่วงบ่าย ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. แถลงว่า การประชุม สนช.วันที่ 15 ก.พ. มีวาระตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้งนี้ผู้เป็น กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ของ สนช. 5 คน ได้แก่ นายวิทยา ผิวผ่อง นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ นายชาญวิทย์ วสยางกูร นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ และนายสมชาย แสวงการ ส่วนอีก 5 คน ที่จะเป็น กมธ.ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. คือ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ พล.อ.อู้ด เบื้องบน พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน และนายสมชาย แสวงการ การที่นายสมชายนั่งเป็น กมธ.ทั้ง 2 คณะ เพราะเป็นผู้เสนอแปรญัตติในประเด็นสำคัญทั้งสองฉบับ ส่วนกระแสคว่ำกฎหมายลูกขณะนี้ยังไม่มี

“สมชัย” แนะโหวตเพลย์เซฟ

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่า ร่างฉบับนี้มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง กรธ.กับ สนช. มีผลต่อโครงสร้างใหญ่ของกฎหมาย หากเลือกความคิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกฎหมายจะถูกเขียนใหม่ไปในทางหนึ่ง ดังนั้นในขั้นของ กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย หากไม่สามารถเจรจากันด้วยเหตุผล และยังยืนยันความเห็นของตัวเองอยู่ เสียงของนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. จะกลายเป็นเสียงสำคัญ ชี้ขาดว่ามติของ กมธ. 3 ฝ่าย จะเป็นไปทางไหน หากประธาน กกต.เลือกเหตุผลของ กรธ. อาจแพ้โหวตใน สนช.ใหญ่ อาจทำให้กฎหมายล้มไปทั้งฉบับ และถูกคว่ำในที่สุดต้องไปร่างกันใหม่ ดังนั้นท่าทีที่ปลอดภัยกับ กกต. คือโหวตไปทาง สนช. เท่ากับไม่ขัดกับสภาใหญ่ ไม่นำไปสู่การคว่ำกฎหมาย ต้องแล้วแต่ประธาน กกต. เพราะท่านมีความเห็นอิสระ

“นิกร” หวั่น ปท.มีแต่เสียกับเสีย

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ปัญหาเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีความล่อแหลมมากที่จะเป็นเหตุยื้อเลือกตั้งออกไปอย่างไม่มีกำหนด หนักกว่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 90 วัน กมธ.และผู้รับผิดชอบจึงควรพิจารณาไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญได้ผ่านประชามติมาแล้ว ต้องเคารพหลักการ หากเลื่อนออกไปอีก ไม่ใช่แค่ได้ไม่คุ้มเสีย แต่จะกลายเป็นเสียกับเสีย ประเทศชาติและประชาชนจะเสียหายทุกมิติ ส่วนความเห็นต่างเรื่องการจัดมหรสพในการหาเสียงนั้นพรรคการเมืองต่างแสดงความเห็นแล้วว่าจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จึงควรกลับไปเป็นตามร่างเดิม ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เกี่ยวกับกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม เหลือ 10 กลุ่มนั้น น้อยเกินไปที่จะทำหน้าที่ครอบคลุมได้ ส่วนการเลือกไขว้แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่เพื่อป้องกันการบล็อกโหวต แต่ สนช.จะให้เลือกกันเองจะขัดกับเจตนารมณ์ ควรกลับไปสู่หลักการเดิม

ครม.ขึ้นเงินศาล-องค์กรอิสระ

อีกเรื่อง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างกฎหมาย 10 ฉบับเกี่ยวกับการปรับปรุงค่าตอบแทน เงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง ให้กับศาล องค์กรอิสระ ข้าราชการอัยการ ประกอบด้วยศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการ ประธาน กกต. กรรมการ กกต. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรรมการ กสม. อนุกรรมการ กสม. ข้าราชการฝ่ายอัยการ เห็นชอบให้ปรับขึ้นประมาณร้อยละ 10 โดยศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ตั้งแต่ประธานศาลฎีกา ลงมาจนถึงข้าราชการ ย้อนหลังไปถึง 1 ธ.ค.2557 ส่วนศาลรัฐธรรมนูญให้ปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 10 ย้อนไปถึงปี 2555 ส่วนข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการการเมือง รัฐบาล นายกฯไม่พิจารณา เพราะเกรงจะถูกบิดเบือนว่าขึ้นเงินให้ตนเอง โดยข้าราชการประจำก็ได้ปรับขึ้นตั้งแต่ คสช.เข้ามาแล้ว

“บิ๊กฉัตร” คุยปลอดไอยูยูใน 1 ปี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ว่า มีความคืบหน้าเรื่องการออกใบอนุญาตทำประมงพาณิชย์ ปี 2561-2562 ซึ่งจะปิดออกใบอนุญาตในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และที่ประชุมแก้ไขปัญหาไอยูยู เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ยังเห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมการครอบครองวิทยุคมนาคม และการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับเรือประมง และขยายเวลาขึ้นทะเบียนวิทยุไปจนถึงวันที่ 22 เม.ย. ส่วนการติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มตามท่าเรือทำไปแล้ว 81 จุด โดยเพิ่มโปรแกรมภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการติดตั้งตู้เอทีเอ็มเพิ่มเติม 110 จุด ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จเดือน มี.ค. ทั้งนี้ การแก้ไขตามที่สหภาพยุโรป หรืออียูแนะนำ จะเป็นไปตาม กรอบให้มีความชัดเจนก่อนจะการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับอียู ในวันที่ 5 มี.ค. ความคืบหน้าการแก้ปัญหานี้เพื่อประกาศให้ไทยปลอดไอยูยู ซึ่งสหรัฐอเมริกาและอียูต้องให้ใบรับรอง หากสหรัฐฯและอียูเห็นพ้องจะนำเข้าที่ประชุม ครม.รับทราบ คาดว่า ใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี

รอเคาะ ม.44 บอร์ดประกันสังคม

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านบาท และเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะเสนอขึ้นมาให้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนจะเสนอให้ออกเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 หรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววันนี้

ให้ประกันแกนนำ พธม.บุกเอ็นบีที

อีกเรื่องที่ สน.สุทธิสาร นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อม น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก.สน.สุทธิสาร เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อปี 2551 น.ส.พวงทิพย์กล่าวว่า นายสมเกียติได้รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกับผู้ต้องหา 6 คน คือ น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสนชัย ลิ้มทองกุล และนายภูวดล ทรงประเสริฐ แต่วันนี้นายสมเกียรติมารับทราบข้อกล่าวหาเพียงคนเดียว จากนั้นนายสมเกียรติได้เดินทางไปศาลอาญา รัชดา และนำโฉนดที่ดิน 8 ไร่ อ.เมืองนครราชสีมา เป็นหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว กระทั่งเวลา 16.00 น. ศาลพิจารณาให้ประกันตัวใช้หลักทรัพย์ 3 แสนบาทโดยไม่มีเงื่อนไข

ปมนาฬิกาหรูเขย่า ครม. “หมอธี” แจ้งลาประชุม ครม.หลังทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ก่อนรีบแจ้นเคลียร์ใจ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ตามฟอร์มโบ้ยสื่อบีบีซีแอบอัดเทป 14 ก.พ. 2561 01:48 14 ก.พ. 2561 08:48 ไทยรัฐ