วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ตู่’ เดือดซัด2อดีตนายกฯ หาทําปท.ป่วน เหวี่ยงใส่ชาติที่ปล่อยให้เคลื่อนไหว

หมอธีระเกียรติจี้สํานึกนักการเมือง

“บิ๊กตู่” ฉุนซัด “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ป่วนชาติ เคลื่อนไหวเป็นข่าวเดือดร้อนคนทั้งประเทศ พร้อมเหวี่ยงใส่ต่างประเทศไม่เคารพกฎหมายไทย เพิกเฉยต่อคนทำผิด แต่ “ดอน” เผยนายกฯไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ มองไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย “ศรีวราห์” แกะรอยพาสปอร์ต “ปู” ยังคลำไม่เจอถิ่นพำนักหลักแหล่ง “บิ๊กป้อม” เผยบินไปญี่ปุ่นแล้ว “วัฒนา” เย้ย “บิ๊กตู่” ทำให้ดีกว่าคนจะลืมเอง แฉลบซัด ปชป.ติ่งเผด็จการ พรรคอะไหล่ทหาร พท.เต้นข่าวเปลี่ยนตัวหัวหน้า ยันยังไม่ถึงเวลาต้องคิด “อนุดิษฐ์” ลั่น “เจ๊หน่อย” ไม่สะเทือน ไม่ให้ราคาข่าวโคมลอยเลื่อยขา มาร์คข้องใจ คสช.ไม่ขึงขังตามล่า “ปู” นายกฯขออย่ายึดติด รธน.ไม่เหลียวดูกฎหมายอื่น ซัดมีพวกเคลื่อนไหวเจตนาไม่บริสุทธิ์หวังผลการเมือง สมช.เชื่อสถานการณ์ชุมนุมไม่บานปลาย “มีชัย” โว ก.ม.ลูกคว่ำ ร่างใหม่แค่ 2 วันเสร็จ

ข่าวคราวความเคลื่อนไหว 2 อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ปรากฏตัวกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถูกพุ่งเป้าเพ่งเล็งจากรัฐบาล คสช.ว่ามีสัญญาณไม่ปกติ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ได้ออกมาโจมตีอย่างดุเดือด

“บิ๊กตู่” ซัด “ทักษิณ–ปู” ทำชาติป่วน

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆเข้าร่วมกว่า 300 คน นายกฯกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้ำเสียงดุดันช่วงหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ ทำให้คนในประเทศป่วนไปหมด ขยับเป็นข่าวไปหมดเดือดร้อนคนทั้งประเทศ ตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากใครทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เหวี่ยงใส่ประเทศปล่อยเคลื่อนไหว

จากนั้นนายกฯขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า การจะทำอะไรต้องเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม บางคนกระบวนการครบแล้ว ลงโทษไปแล้วยังเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ หลายประเทศเขามองในเรื่องของเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว มองเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ แต่ตนคิดว่า ประเทศไทยก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายของแต่ละประเทศมาทำผิดในประเทศไทย ก็ต้องดำเนินคดี จับกุมแล้วส่งตัวตามกฎหมายกลับไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง เพราะ ฉะนั้นทุกประเทศต้องเคารพในสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าให้มีการเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมายของแต่ละประเทศด้วย เมื่อเราเคารพกฎหมายคนอื่น ดังนั้นคนอื่นต้องเคารพกฎหมายเราด้วยเช่นกัน นั่นคือความเป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประเทศ

ถามสื่อสนใจคนทำผิด ก.ม.ทำไม

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯถึงการเคลื่อนไหวของนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 อดีตนายกฯ นายกฯเลี่ยงตอบคำถามดังกล่าว ระบุเพียงว่า ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำกันอยู่แล้วในการติดตามตัว เมื่อซักว่า แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกฯสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในประเทศไทยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่สนใจ พวกคุณไปสนใจเขาทำไมล่ะ ไปสนใจให้ความสนใจกับคนทำผิดกฎหมาย กับไอ้เรื่องกระพี้แค่นี้ก็ตามใจคุณ ผมไม่สนใจหรอก” เมื่อถามอีกว่า แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกฯกล่าวตัดบทด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ไม่รู้ ไม่มีความคิดเห็นนะครับ ขอบคุณครับ” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที ผู้สื่อข่าวจึงตะโกนถามว่า ได้สั่งการและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง แต่ไม่มีคำตอบ ก่อนที่นายกฯจะเดินกระแทกส้นเท้าเสียงดังขึ้นบันไดกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

“ดอน” เผยนายกฯไม่มีคำสั่งพิเศษ

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เบื้องต้นมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการใดๆ เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและไม่ทราบว่าขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือหนังสือเดินทางของประเทศใด เพียงทราบจากข่าวว่าได้หนังสือเดินทางจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ก่อนหน้านี้เราได้แจ้งทุกประเทศให้รับทราบถึงกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว คงต้องเป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะดำเนินการ เมื่อถามว่า มีรายงานหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พำนักอยู่ที่ประเทศใดเป็นหลัก นายดอนตอบว่า ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน กระทรวงการต่างประเทศไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว นายกฯและหัวหน้า คสช. ก็ไม่ได้สั่งการใดๆเป็นพิเศษ เพราะไม่ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

“ศรีวราห์” สั่งแกะรอยพาสปอร์ต

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายทักษิณ ชินวัตร อดีต 2 นายกฯ ที่กรุงปักกิ่งว่า ขณะนี้ได้สั่งให้กองการต่างประเทศทำหนังสือถึงตำรวจสากลและกระทรวงการต่างประเทศของไทยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งเรื่อง ข้อมูลการเดินทาง สายการบิน ต้นทางและปลายทางและใช้หนังสือเดินทางของประเทศอะไร และสั่งการให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบภาพถ่ายนี้ว่าเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นกับการปรากฏภาพของทั้งสองคนที่ออกมาในห้วงที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง เพราะตำรวจในฐานะที่รับหมายศาลมาให้ติดตามจับกุมก็ทำในส่วนที่ได้รับมอบหมาย โดยเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมได้สั่งกำชับให้ติดตามจับกุม

ยังคลำไม่เจอถิ่นพำนัก “ยิ่งลักษณ์”

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ส่วนการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงเดินหน้าทำต่อ โดยประสานไปยังประเทศปลายทางที่ปรากฏภาพ ส่วนจะได้ข้อมูลมากน้อยเพียงใด อยู่ระหว่างดำเนินการ และที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบพบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนการขอลี้ภัยยังไม่มีข้อมูล ต้องถามกองการต่างประเทศ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันถิ่นพำนักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกราชอาณาจักร จะเอาข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ก็ต้องมีหลักฐานที่เป็นทางการ สำหรับกรณีมีข่าวอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เป็นสิทธิสามารถทำได้ ส่วนจะเรียกมาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่งานในหน้าที่

“บิ๊กป้อม” เผยไปญี่ปุ่นแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่อยู่ระหว่างเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อพัฒนาสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ได้รับรายงานว่าบุคคลทั้งสองเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไปยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว ส่วนการติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

“วัฒนา” สับแหลก “บิ๊กตู่”–ปชป.

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สิ้นคิดพอกัน” กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พาดพิงถึงอดีตนายกฯสองคนที่อยู่ต่างประเทศว่า การเคลื่อนไหวทำให้เกิดความปั่นป่วนในประเทศนั้น ถ้า พล.อ. ประยุทธ์พอมีปัญญาหน่อย ก็จะรู้ว่าการที่ทั้งสองคนจะไปไหนมาไหนถือเป็นเสรีภาพ เพราะไม่ได้ใช้เงินหลวงเช่าเหมาลำมีคาเวียร์เสิร์ฟบนเครื่องเหมือนใครบางคน การที่ประชาชนยังคิดถึงเพราะทั้งสองทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่กักขฬะหยาบคาย เคารพและให้เกียรติประชาชน ที่สำคัญคือได้อำนาจเพราะประชาชนเลือก ไม่ได้ใช้ปืนปล้นมาแล้วถ่วงเวลาไม่คืนให้เจ้าของอำนาจ การทำให้ประชาชนลืมอดีตนายกฯทั้งสองไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากกว่าที่ทั้งสองเคยทำ เคารพและให้เกียรติประชาชน ปัญหาคือมีปัญญาหรือเปล่า ออกอาการเหมือนพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่เคยออกมาปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ถูกเผด็จการละเมิด แต่แก้เกี้ยวโดยการด่านายทักษิณและ น.ส. ยิ่งลักษณ์แทน เสมือนเป็นติ่งเผด็จการ สงสัยหวังจะเป็นพรรคอะไหล่ที่ทหารเลือกใช้บริการหลังเลือกตั้ง ปรับปรุงพฤติกรรมได้หรือยัง ไม่คิดอายเด็กบ้างหรือ

พท.เต้นปัดข่าวเปลี่ยนหัวหน้า

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวอดีต 3 นายกรัฐมนตรีถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยและสื่อมวลชนว่า จากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับเรื่องการเดินทางไปพบและหารือระหว่างอดีตนายกฯสามคน เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีความคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง เท่าที่ตรวจสอบพบว่าอดีตนายกฯทุกคนไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ยังไม่ได้พบปะนัดหมายกับผู้ใดทั้งสิ้น ที่สำคัญคือขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังมีผู้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคตัวจริงตามกฎหมายคือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อีกทั้งตนได้ยืนยันมาตลอดว่าสถานการณ์วันนี้ พรรคยังไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะตัดสินใจเรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่ และกฎหมายก็ยังไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม หากประชุมได้เมื่อไหร่ คณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกจะมีการหารือเพื่อเลือกตัวผู้นำคนใหม่ทันที

“ทักษิณ–ปู” ขอให้ยืนหยัดสามัคคี

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนได้รับการยืนยันจากอดีตนายกฯทั้งสามคนอย่างหนักแน่นเสมอมาว่า อยากใช้ช่วงเวลาในปัจจุบันเพื่อพิจารณาการคิดช่วยเหลือประเทศชาติในวงกว้าง และยังเป็นกำลังใจให้พรรคเพื่อไทย ช่วยกันทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติที่ทั้งสามคนยังคงรักและห่วงใย ขอให้พวกเรารัก สามัคคีกัน และทำงานกันเองอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในความเข้มแข็งและศักยภาพของพวกเราทุกคนว่าจะร่วมกันนำพาพรรคเดินหน้าต่อไปได้อย่างดี ตราบใดที่ยังรักและยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่กำลังยากลำบาก ประชาชนจะโอบอุ้มและไม่ทอดทิ้งพรรคเพื่อไทย

“อนุดิษฐ์” ชี้ข่าวปล่อยไร้น้ำหนัก

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แกนนำภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคเพื่อไทยว่า ตอนนี้ผู้นำพรรคเพื่อไทยคือรักษาการ หัวหน้าพรรค และรักษาการเลขาธิการพรรค กฎหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ข่าวที่ออกมาจึงไม่สมเหตุผล กรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่ามีการปล่อยข่าวเพื่อเลื่อยขาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น ตอนนี้พรรคการเมืองยังทำอะไรไม่ได้ ต้องรอการดำเนินการตามกฎหมาย หากใครจะคิดเช่นนี้คงเป็นเรื่องส่วนตัว

โคมลอยไม่กระเทือน “เจ๊หน่อย”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวอดีต ส.ส.ภาคอีสานและภาคเหนือ ตั้งแง่ไม่สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีผู้พูด จึงเป็นเรื่องลอยๆ จับต้นชนปลายไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้ใหญ่ของพรรคคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจาก ส.ส.ทุกภาค วันนี้พรรคเพื่อไทยมีผู้ใหญ่หลายท่านที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของคนส่วน ใหญ่ แต่คงไม่มีใครได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรค 100% เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายเปิดให้มีการเลือกตัวหัวหน้าพรรค เสียงส่วนใหญ่ไว้ใจให้ใครทำหน้าที่ก็ต้องเป็นไปตามนั้น และไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนได้รับเลือก คิดว่าคนในพรรคพร้อมให้การสนับสนุน ข่าวที่ออกมาไม่มีที่มาที่ไป คงไม่มีผลกระทบอะไรกับคุณหญิงสุดารัตน์

แห่พบ 2 อดีตนายกฯ ที่ฮ่องกง

ส่วนความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเดินทางไปยังฮ่องกง เพื่อพบกับบรรดาแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมเดินทางไปพบที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ.

“อภิสิทธิ์” ข้องใจไม่ขึงขังตามล่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถามทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ กรณีปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมพี่ชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า ต้องย้อนกลับมาดูประเด็นการจัดการกับผู้หลบหนีคดีเป็นอย่างไร ในยุคตนยุ่งมาก เพราะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศขณะนั้นเอาจริง ประสานกับประเทศต่างๆ เพื่อสกัดกั้น ไม่รอให้ไปโผล่ที่ไหน ปฏิกิริยาข้างในประเทศจึงรุนแรง เคยคิดหรือไม่ว่าเหตุใดปี 2553 ถึงมีชุมนุมใหญ่ เพราะมีการยึดทรัพย์นายทักษิณ 4.6 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้การปรากฏตัวตามที่ต่างๆ และออกข่าวว่ากำลังตรวจสอบว่าไปจริงหรือไม่นั้น สรุปว่าจะไม่ทำอะไรหรืออย่างไร การปรากฏตัวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีจังหวะของการปล่อยออกมา และสิ่งที่กำลังพูดกันในเวลานี้คือ ประเทศเหล่านั้นไม่ให้ความสำคัญกับคำพิพากษาของศาลไทย

เตือนแล้วจะเกิดคำถาม ก.ม.ไทย

“ผมเคยเตือนเมื่อช่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี เมื่อเขาไปเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศจะเกิดคำถามเรื่องคำพิพากษาศาลไทย รวมถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย เคยตั้งคำถามถึงวันที่ยังเพิกถอนหนังสือเดินทางไม่ได้ด้วยความไม่เข้าใจ เพราะมีระเบียบชัดเจน ความอ่อนแอตรงนี้จึงโยงมาถึงเรื่องเสือดำ เกิดความรู้สึกมาตลอดว่า สรุปแล้วหากมีเงิน มีอำนาจ จะทำอะไรก็ได้ใช่หรือไม่ ในเมื่อไม่มาปรากฏตัวต่อศาล รัฐก็ไม่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เดินทางไปไหนอยู่แล้ว แต่กลับบอกว่าต้องรอให้มีคำพิพากษาศาลก่อนแล้วจึงเพิกถอนได้ จนกระทั่งมีภาพไปปรากฏถึงมาบอกว่าจะเพิกถอนหนังสือ เดินทาง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“บิ๊กตู่” เปิดงานวันสิทธิมนุษยชนโลก

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทูตต่างประเทศกว่า 300 คนเข้าร่วมงาน นายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี ชมเกม SIM Democracy ที่เป็นเกมเมืองประชาธิปไตย แก้ปัญหาในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยนายกฯได้ขอให้ ตั้งกติกาที่ลดความขัดแย้งและมีธรรมาภิบาลในสังคม และชมคณะนักเรียนโรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ) ร้องลิเกฮูลูสิทธิและเสรีภาพให้ฟัง

อย่ายึดติดแค่ รธน.–ดู ก.ม.อื่นด้วย

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศและคนไทยด้วยกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สงบสุข มีความรักสามัคคี รู้สิทธิหน้าที่ กฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ทุกวันนี้เรามักอ้างสิทธิในรัฐธรรมนูญ แต่อย่าลืมว่าเรายังมีกฎหมายอีกจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง ขอความกรุณาช่วยศึกษาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเพราะกฎหมายไม่ได้รับการปฏิบัติ อ้างรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวถือว่าไม่ถูกต้อง โลกยุคใหม่การประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ คือ เคารพ คุ้มครอง และเยียวยา

อย่าบิดเบือนหวังผลการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอเน้นคำว่าการใช้สิทธิต่างๆ ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้มีสิทธิเสรีภาพ แต่มี พ.ร.บ.อีกหลายฉบับต้องไม่ละเมิด อาจมีการบิดเบือนหวังผลทางการเมืองด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ด้วย หากมองประเด็นใดประเด็นหนึ่งก็จะไม่สงบยั่งยืน มีปัญหาแน่นอน วันหน้าต้องมีประชาธิปไตยอยู่แล้ว ขอให้ศึกษากฎหมายลูกทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญด้วย อย่างเรื่องของสิทธิของผู้ต้องหา ตนไม่เคยสั่งให้ใครไปทรมานใคร หากมีเจ้าหน้าที่ทำผิดจริง สอบสวนมีหลักฐานต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่สังคมบอกผิดหรือถูก ทั้งที่ยังไม่เข้ากระบวนการตรวจสอบ วันนี้ยังมีปัญหากระทำผิดกฎหมายเพราะมุ่งหวังผลทางการเมือง ที่ผ่านมาการเมืองมีความขัดแย้งแต่ไม่รุนแรงเหมือนขณะนี้ สาเหตุเกิดจากอะไรฝากไปคิดดู รัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อทำอะไรแล้วจะไปสู่ประชาธิปไตยที่เป็นสากลได้อย่างไร โดยไม่ใช้วิธีการที่ตนดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็ต้องอยู่ที่ประชาชน เศรษฐกิจไทยดีขึ้นมาถึง 20 ลำดับ หากตนเข้ามาแล้วทำไม่ดีมันจะขึ้นมาได้หรือไม่ แต่ก็มีคนไปถ่วงรั้ง ไปดึงเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยไม่คำนึงถึงข้อกฎหมาย

มีพวกเคลื่อนไหวไม่บริสุทธิ์

“เรื่องการเมืองก็คือการเมือง วันนี้ถามว่าออกมาเคลื่อนไหวการเมืองกันไหมก็ออกมาทุกวัน แล้วจะปล่อยให้ไม่มีกฎหมายเลยได้หรือไม่ มันก็บานปลายไปเรื่อยๆ พอดำเนินการตามกฎหมายปล่อยตัวออกมาก็เคลื่อนไหวกันอีก ถามทุกประเทศจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ใครคิดว่าประเทศไทยแก้ปัญหาไม่ถูกต้องช่วยแนะนำด้วย เพราะการเคลื่อนไหวนี้มีเจตนามุ่งหมายเป็นอย่างอื่น ไม่ใช่เจตนาที่บริสุทธิ์ อนุโลมทุกวันไปเรื่อยๆ ถ้าสังคมโอเครับแบบนั้นแล้ววุ่นวายก็แล้วแต่ เลือกเอา การจะแก้ปัญหาบางอย่างต้องใช้เวลา ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายหรือผู้ที่ถูกบังคับใช้กฎหมาย มีปัญหาหมด ฉะนั้นเราอย่าให้คำว่าสิทธิเสรีภาพหรือสิทธิมนุษยชนไปล้มทุกอย่าง จะเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ รัฐบาล กสม. อัยการ และศาล ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้วในโลกนี้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดการสู้รบ และต้องดูว่าใครที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ใครทำให้เกิดความสงบสุข การแก้ปัญหาภาคใต้ก็เช่นกันไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนที่อื่นมาแก้ก็ไม่ได้ ต้องตัดเสื้อของเราเพื่อให้แก้ปัญหาได้สบายตัว พอใจทุกคนมีความสุข” นายกฯกล่าว

ขอแยกแยะ ปชต.กับละเมิดสิทธิ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็นอยู่แล้วที่จะให้ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย แต่ก็อยู่ที่ความพร้อม ถ้าพร้อมก็ต้องเดินหน้าตามที่กำหนดไว้ ยืนยันว่าเราไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพในการออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพียงแต่ต้องคำนึงไม่ให้ไปละเมิดสิทธิ และขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลกระทบ ขอให้แยกระหว่างประชาธิปไตย การเลือกตั้ง กับการละเมิดสิทธิ เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ หากมีการชุมนุมต่อเนื่อง จะเกิดความวุ่นวาย พล.อ.อ.ประจินตอบว่า รัฐบาลอยากให้บ้านเมืองสงบอยู่แล้ว

สมช.เชื่อไม่ซ้ำรอย 14 ตุลา 16

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.เวลานี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ไม่ได้กำชับอะไร สมช.เป็นพิเศษ เพียงแต่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่ เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์อาจบานปลายซ้ำรอย 14 ตุลา 16 พล.อ.วัลลภตอบว่า ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย ตอนนี้ไม่มีสัญญาณอะไรให้ต้องจับตาเป็นพิเศษ ด้านการข่าวยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม

“มาร์ค” แนะนายกฯตั้งหลักทบทวน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยว่า ได้สอบถามความเห็นของเพื่อนในกลุ่มไลน์พบว่า 1.ไม่มีใครอยากให้เกิดความวุ่นวาย 2.เริ่มมีความไม่พอใจสะสมมากขึ้นเกี่ยวกับการทำงานของ คสช. ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การปฏิรูปการเลื่อนเลือกตั้ง และ 3.ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย เพราะไม่มั่นใจในตัวผู้เคลื่อนไหว และไม่อยากให้บ้านเมืองกลับไปสู่ระบอบทักษิณอีก พร้อมเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. อย่าประมาทการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งหลักดูปรากฏการณ์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย 1.ปรับกระบวนการใช้กฎหมายจัดการ กลุ่มชุมนุม ควรผ่อนคลายคำสั่ง คสช.และให้ใช้กฎหมาย ปกติ คือ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2.ขจัดเงื่อนไขความไม่พอใจ เช่นการปฏิรูป ปัญหาเศรษฐกิจกำหนด การเลือกตั้งให้ชัดเจน หากเปลี่ยนแปลงก็ต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา

“หมวดเจี๊ยบ” สวน “บิ๊กตู่” ไม่เข้าใจ

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องตลกเวลาได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ เพราะรัฐบาลมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไม่หยุดหย่อน คนที่ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนคือตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง อย่าไปโทษภาคประชาชนว่าเรียกร้องมากเกินไป หรือไม่เคารพกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกอ้างว่าการดำเนินคดีคนคิดต่างเป็นไปตามกฎหมาย เพราะกฎหมายและคำสั่งหลายอย่างในยุค คสช. มีเนื้อหาขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน การที่ประชาชนเรียกร้องการเลือกตั้ง ถือเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางการเมือง และการเรียกร้องการเลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งคนที่เคยสวมเสื้อเหลืองและเสื้อแดง สะท้อนว่าเป็นการสลายสีเสื้อ เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เรียกร้องมาตลอดเหตุใดไม่ส่งเสริมและเปิดพื้นที่ให้แสดงออกอย่างเต็มที่

รบ.ยันอังกฤษมั่นใจโรดแม็ปไทย

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายบอริส จอห์นสัน รมว.การต่าง–ประเทศสหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ในโอกาสเยือนไทยครั้งแรก ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯขอบคุณสหราชอาณาจักรที่สนับสนุนการปรับข้อมติสหภาพยุโรปต่อไทย เชิญชวนให้นักลงทุนชาวอังกฤษมาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และหวังจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนผ่านไปยังประเทศ CLMV เชื่อมโยงไปสู่ภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นายกฯขอให้รัฐบาลอังกฤษดูแลนักเรียนไทยที่ศึกษาที่อังกฤษจำนวน 10,000 คน ทั้งนี้ รมว.การต่างประเทศสหราชอาณาจักรชื่นชมไทยที่ได้รับการปรับสถานะ (Ease of Doing Business) เป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 26 และเชื่อมั่นว่าไทยจะจัดการเลือกตั้งและประสบความสำเร็จในการปฏิรูปตามโรดแม็ป

“มีชัย” โว ก.ม.ลูกร่างใหม่แค่ 2 วัน

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 3 ฝ่ายว่าวันที่ 13 ก.พ. กรธ.จะส่ง 5 รายชื่อเพื่อเข้าเป็น กมธ.ร่วม อย่าไปกังวลว่ากฎหมายจะถูกคว่ำ เชื่อว่าจะเป็นการพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าหาก สนช.มีเสียง 2 ใน 3 ตีตก แล้วใครจะเป็นผู้ร่างกฎหมายลูกใหม่นั้น ตรงนี้เป็นหน้าที่ของ กรธ.เพราะรัฐธรรมนูญเขียนให้ กรธ.ทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จ ที่ กรธ.ยังอยู่ก็เพื่อรอจนกระทั่งกฎหมายลูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบทั้งหมด เวลาไม่ได้กำหนดไว้ แต่ 1-2 วันน่าจะเสร็จแล้ว ไม่รู้จะยื้อทำไม เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อย่างกฎหมาย ส.ว.ที่ประชุม สนช.ยังใช้เวลาแค่ครึ่งวัน แก้กันกลางสภาเกือบทั้งร่าง อย่างไร ก็ตาม ตนจะบอกความชัดเจนไม่ได้ เพราะเดาใจ 250 สนช.ไม่ถูก อย่าเพิ่งไปคาดเดาว่าจะคว่ำ ถ้าคิดล่วงหน้ากันเป็นตุเป็นตะแล้ว มันก็ทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่

กปปส.สู้คดีขวางเลือกตั้งปี 57

ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) มารายงานตัวต่อศาล คดีที่ กกต.ยื่นฟ้องฐานละเมิดขัดขวางจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งปี 57 นายสุเทพกล่าวว่า กกต.กล่าวโทษว่า ตนและพวกรวม 38 คนละเมิดเรียกค่าเสียหาย 3,100 ล้านบาท ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการพิจารณาเพราะจำเลย 1 ราย เป็นชาวจังหวัดพัทลุงเสียชีวิตลง ทนายยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีบุคคลดังกล่าว แต่อัยการไม่ยินยอมจะแจ้งข้อกล่าวหาให้ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตเข้ามาทำการรับผิดชอบแทน รวมถึงอัยการได้ยื่นฟ้องประชาชนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นจำเลยเพิ่มอีกคน รวมเป็น 39 ราย จึงเลื่อนพิจารณาเป็นวันที่ 21 พ.ค.2561 ขอยืนยันว่ากปปส.และประชาชนมีเจตนาจะคัดค้านการเลือกตั้ง โดยไม่ได้ขัดขวางตามที่ กกต.อ้าง การที่ กกต.จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องของรัฐบาลขณะนั้น

ใบลาออก ผวจ.จันทบุรียังไม่มีผล

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ผวจ.จันทบุรียื่นหนังสือลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีใช้คำสั่งต้อนรับนายกฯและ ครม.สัญจรผิดพลาดว่า กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีนายระพี ผ่องบุพกิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน คาดว่าใช้เวลาสอบไม่เกิน 30 วัน ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าใจความรู้สึกประชาชนชาว จ.จันทบุรี เพราะ ผวจ.จันทบุรีเป็นคนดี ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เป็นที่ชื่นชมของประชาชน สำหรับหนังสือลาออกขณะนี้ยังไม่มีผลเพราะยังไม่ครบกำหนดเวลา ระหว่างนี้จะดำเนินการสอบ โดยให้ผู้ตรวจราชการลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงให้ครอบคลุม การลาออกจึงยังไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น

รมต.ทิ้งบอมบ์ “อย่างหนา” นาฬิกาหรู

วันเดียวกัน เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานว่านพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทยและสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรมยังไม่เกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษนิยม ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย แต่ถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง “แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร” นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติยังให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า “ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออกเพราะมาสาย เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็กให้หน้าบาง เมืองไทยไม่มีทาง เป็นอย่างหนาตราช้าง เรื่องนาฬิกาผมถูกเปิดโปงเรือนแรกผมก็ออกแล้ว ของอย่างนี้คนก็ไม่กล้าพูด กลัวอะไร พูดแล้วมันจะมาไล่ผมออกหรือ”

“บิ๊กตู่” ฉุนซัด “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ป่วนชาติ เคลื่อนไหวเป็นข่าวเดือดร้อนคนทั้งประเทศ พร้อมเหวี่ยงใส่ต่างประเทศไม่เคารพกฎหมายไทย เพิกเฉยต่อคนทำผิด 13 ก.พ. 2561 00:44 ไทยรัฐ