วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปอดเหล็กเคนยากวาดแชมป์ชาย-หญิง บุรีรัมย์ มาราธอน 2018

"บุรีรัมย์ มาราธอน 2018" ปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ นักวิ่ง 13,435 คน ร่วมแข่งขัน ประเภทมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ชาย-หญิง ปอดเหล็กชาวเคนยา เข้าเส้นชัย...

วันที่ 11 ก.พ. 61 นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2018 Presented by เครื่องดื่มตราช้าง” งานวิ่งมาตรฐานระดับโลกยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ชิงเงินรางวัลรวมมากกว่า 1,650,000 บาท ภายใต้คอนเซปต์ "YOUR ULTIMATE DESTINATION สวรรค์ของนักวิ่ง" ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถระดับโลกที่เตรียมจัดการแข่งขันโมโตจีพี 2018 ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน 13,435 คน 

สำหรับผลการแข่งขันประเภทมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร นักกีฬาชายที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก พร้อมครองแชมป์โอเวอร์ออล ตกเป็นของ คิร์วา นิโคลาส ปอดเหล็กชาวเคนยา ที่เข้าวินด้วยเวลา 02.21.02 ชั่วโมง ตามด้วยอันดับ 2 เอ็ดวิน คิปตานุย คิชเวน จากเคนยาเช่นกัน เวลา 02.25.04 ชั่วโมง และอันดับ 3 บ๋า หยู จากจีน 02.27.51 ชั่วโมง คว้าเงินรางวัลคนละ 100,000-50,000-30,000 บาท ตามลำดับ 

ขณะที่ บุญถึง ศรีสังข์ นักวิ่งมาราธอนจอมเก๋าทีมชาติไทย ซึ่งเป็นนักวิ่งไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก พร้อมรับเงินรางวัล 50,000 บาท และรั้งอันดับ 4 ในโอเวอร์ออล ที่เวลา 02.32.35 ชั่วโมง โดยเปิดใจภายหลังแข่งขันว่า สถิติที่ออกมาน้อยกว่าปีที่แล้ว 2 นาที ยอมรับว่ามีตัวแปรในเรื่องสภาพอากาศ และการเตรียมตัวที่น้อยเกินไป หลังจากนี้คงจะต้องเตรียมตัวแข่งให้ดีกว่านี้เพื่อทำสถิติให้ดีขึ้นในรายการต่อไปอีก 3-4 เดือนจากนี้ ส่วนทีมชาติจะเข้าแคมป์เก็บตัวในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เพื่อเตรียมลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่ผลจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสมาคมฯ ซึ่งเป็นคนคัดเลือกตัว เพราะตอนนี้มีน้องๆ รุ่นใหม่ ที่มีความสามารถหลายคน

ด้าน โอเวอร์ออลหญิง อันดับ 1 โรทิช แนนซี โจนส์ จากเคนยา ทำเวลาได้ 02.48.49 ชั่วโมง ตามด้วยอันดับ 2 เท็ตยานา เวอร์นีกอร์ จากเบลารุส 02.52.12 ชั่วโมง และอันดับ 3 เบอริตูเดเมซา อูเดซา จากเอธิโอเปีย 03.01.07 ชั่วโมง ซิวเงินรางวัลคนละ 100,000-50,000-30,000 บาทตามลำดับ

ส่วนสาวไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรกคือ “ฝน” ณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ นักวิ่งทีมชาติไทย รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมรั้งอันดับ 4 โอเวอร์ออลฝั่งนักวิ่งหญิง ที่เวลา 03.01.14 ชั่วโมง โดยกล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วได้ที่ 1 คนไทยประเภทฮาล์ฟมาราธอน มาปีนี้ขยับมาวิ่งมาราธอน ก็ยังสามารถทำผลงานเป็นอันดับ 1 ของคนไทยได้ จึงพอใจมากกับสถิติที่ทำได้ เพราะก่อนแข่งสภาพร่างกายไม่พร้อม ไม่สบายเป็นไข้หวัด และปวดท้องมีประจำเดือนด้วย หลังจากนี้จะสลับไปวิ่งมินิมาราธอน ก่อนจะไต่อันดับไปวิ่งมาราธอน เพราะถ้าวิ่งในระยะ 10 กิโลเมตร ได้ดี ก็จะส่งผลต่อสถิติในระยะฮาล์ฟมาราธอน และมาราธอนต่อไป ส่วนทีมชาติคงเป็นหน้าที่ของรุ่นน้องมากกว่า ให้น้องๆ ไปหาประสบการณ์ เพราะส่วนตัวอายุมากแล้ว มีภารกิจในด้านหน้าที่การงานและครอบครัว แต่ยังเป็นพี่เลี้ยงให้น้องๆ ต่อไป

สำหรับประเภทฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ฝ่ายชายอันดับ 1 จอซฟัทคิตตานุย ตู (เคนยา/01.03.14 ชั่วโมง) อันดับ 2 วันโยอิเก ปีเตอร์ดันกู (เคนยา/01.05.15 ชั่วโมง) และอันดับ 3 โรทิช เคนเรธเคมบอย (เคนยา/01.08.52 ชั่วโมง) ส่วนหนุ่มไทยที่ทำเวลาดีที่สุดคือ สัญชัย นามเขต นักวิ่งดีกรีทีมชาติ 01.09.11 ชั่วโมง พร้อมได้ที่ 5 โอเวอร์ออล ขณะที่นักวิ่งหญิง อันดับ 1 อิมมาคูลเลท เชมูไต (ยูกันดา/01.21.01 ชั่วโมง) ตามด้วย ลินดา จันทะชิต (ไทย/01.23.45 ชั่วโมง) และอันดับ 3 นิยาดา คอนสันเทียะ (ไทย/01.40.06 ชั่วโมง) โดยอันดับ 1-3 ทั้งชายและหญิงได้รับเงินรางวัลคนละ 50,000-25,000-15,000 บาทตามลำดับ ส่วนแชมป์คนไทยได้ 30,000 บาท 

ขณะที่ มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ฝ่ายชาย อันดับ 1 ลาบันคิปเคมอย โมอิเบน (เคนยา/28.59 นาที) ตามด้วยนักวิ่งคู่แฝดของไทย อันดับ 2 ณัฐวุฒิ อินนุ่ม (29.48 นาที) ซึ่งนับเป็นนักวิ่งชายไทยคนแรกที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 30 นาที ในรายการวิ่งมาตรฐานระยะมินิมาราธอน ด้วยเช่นกัน และอันดับ 3 ณัฐวัฒน์ อินนุ่ม (30.00 นาที) ส่วนฝ่ายหญิง อันดับ 1 ลดแก้ว อินทกุมมาน (ลาว/37.23 นาที) อันดับ 2 วรพรรณ นวลศรี (ไทย/49.17 นาที) และอันดับ 3 สุณีกา ปรีชาโปร่ง (ไทย/40.31 นาที) โดยอันดับ 1-3 ทั้งชายและหญิงได้รับเงินรางวัลคนละ 20,000-12,500-7,500 บาทตามลำดับ ส่วนแชมป์คนไทยได้ 20,000 บาท

"บุรีรัมย์ มาราธอน 2018" ปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ นักวิ่ง 13,435 คน ร่วมแข่งขัน ประเภทมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ชาย-หญิง ปอดเหล็กชาวเคนยา เข้าเส้นชัย... 11 ก.พ. 2561 17:19 11 ก.พ. 2561 17:44 ไทยรัฐ