วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมื่อ 'ราเยวัช' เดินเข้าป่า (อีกครั้ง)

เมื่อ 'ราเยวัช' เดินเข้าป่า (อีกครั้ง)

โดย Lemon Juice
8 ก.พ. 2561 06:00 น.
  • Share:

ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายนัก เมื่อในที่สุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศขยายสัญญาฉบับใหม่กับ "มิโลวาน ราเยวัช" ออกไปอีกครั้งจำนวน 2 ปี หรือจนสิ้นสุดอำนาจบริการของสภากรรมการชุดนี้นั่นเอง...

ตอนแรกเหมือนจะมีอะไรในกอไผ่ให้ลุ้นกันเล็กน้อย เมื่อมีกระแสจากสื่อต่างชาติว่า ราเยวัช กำลังอยู่ในความสนใจของทีมสโมสรจากเมืองจีนอยู่ด้วยเช่นกัน ในช่วงที่สัญญาฉบับก่อนหน้านี้ใกล้จะหมดลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอด กุนซือวัยเก๋าชาวเซิร์บรายนี้ ก็เลือกที่จะฝั่งหัวใจเอาไว้บนแดนสยามต่อไปจนถึงปี 2020 เป็นอย่างน้อย

ว่ากันเพียว ๆ ในเรื่องของผลงาน ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรสำหรับการนำทีมชนะ 3 นัด เสมอ 2 และแพ้ 3 เพราะทีมที่เจอในช่วงที่ผ่านมา ถือได้ว่าอยู่ในระดับเหนือกว่าแทบทั้งนั้น ทั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย หรือในเกมฟีฟ่า เดย์ ที่สำคัญ ราเยวัช ยังช่วยขันแนวรับของทัพช้างศึกให้ดูดีมีระดับมากขึ้นกว่าเดิม

แต่ในการทำงานในอีก 2 ปีนับจากนี้ อาจจะเรียกได้ว่าช่วงฮันนีมูนของ โค้ชมิโล กับแฟนบอลชาวไทยได้จบลงไปแล้ว เนื่องจากเป้าหมายที่ทุกคนคาดหวังคือต้อง "ไม่ต่ำกว่าเดิม" หรือ "ดีกว่าเดิม" เท่านั้น!!!

ขีดเส้นใต้เอาไว้ตรงนี้เลยครับว่า การผจญภัยครั้งใหม่ของ ราเยวัช ที่เจ้าตัวจะต้องเดินเข้าป่าล่าสัตว์ เอ๊ย!! เดินเข้าไปเพื่อนำช้างศึกฝ่าฟันกับอุปสรรคเบื้องหน้า ต้องท้าทายกว่าเดิมหลายเท่านัก เริ่มจากเดือนมีนาคมนี้ ที่จะต้องป้องกันแชมป์คิงส์คัพเอาไว้ให้ได้ แม้จะมีตัวแปรสำคัญคือคู่ต่อกรที่เหนือกว่า แต่นั้นไม่ใช่ข้ออ้างหากจะยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้น

จากนั้นในช่วงปลายปี เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ก็มาเคาะประตูเรียกอยู่หน้าบ้านแล้ว ในฐานะแชมป์เก่าย่อมกดดันไม่น้อย เพราะแชมป์ก็เสมอตัว เสียแชมป์คือล้มเหลว แถมยังต้องทำทีมให้มีสไตล์และมีคลาสมากขึ้นกว่าเดิมด้วย เกมรับต้องยอดเยี่ยม เกมรุกต้องดุดัน แม้ตอนนี้ยังไม่ชัวร์ว่าจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงแข่งขันหรือไม่ แต่คำตอบของสมการมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือการเป็นแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ที่สำคัญ ยังไม่นับการลดความห้าวของทีมชาติเวียดนามให้น้อยลงกว่าเดิม อย่าให้เหิมเกริมมากนัก หลังจากเพิ่งหักปากกาเซียนก้าวขึ้นไปซิวรองแชมป์ศึกยู 23 เอเชีย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปของพวกเขา คือการล้มไทยเพื่อขึ้นมาครองตำแหน่งเจ้าอาเซียนให้ได้ในเร็ววัน ดังนั้น ราเยวัช ต้องพยายามทำให้พวกเขาสงบปากสงบคำลงบ้าง

ขณะที่โจทย์ใหญ่สำคัญอีกข้อ คือการนำทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์ ทะยานเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เอเชียน คัพ 2019 ที่ยูเออีให้ได้ เพื่อหนีจากคำว่าทีมไม้ประดับของการแข่งขัน ซึ่งถ้าหากทีมชาติไทยทำได้อย่างที่กล่าวมา ก็จะถือว่าเป็นการยกระดับทีมเพื่อก้าวไปสู่ระดับเอเชียในอนาคตอันใกล้อย่างแท้จริง ไม่ใช่การฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่ต้องรีบเข้านอนตั้งแต่หัววันอีกต่อไป.

>> LEMON JUICE <<

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้