วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ณิชาท้าตร. ให้จับเท็จ! ที่บัตรหายจนตกเป็นเหยื่อคอล

“ณิชา” เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมหอบเอกสารหลักฐานทางการเงินเข้าพบ ปปง. พร้อมเข้าเครื่องจับเท็จพิสูจน์ความจริง วอนสื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน หลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวง ขณะที่ตำรวจโรงพักบ้านตากออกหมายเรียก 2 หนุ่มต้องสงสัยมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว ด้าน ผอ.ธนาคารออมสิน ชี้แจงไม่รู้บัตรประชาชนลูกค้าถูกอายัดหรือยกเลิก เพราะเข้าถึงข้อมูลได้จำกัด เร่งหาข้อสรุปเยียวยาให้ผู้เสียหาย

ยังต้องเฝ้าจับตาว่าจะเป็นแพะหรือแกะ กรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกง ที่มาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก และถูกส่งตัวให้ศาลจังหวัดตากพิจารณา ฝากขัง 2 คืน 3 วัน ก่อนที่ญาติจะยื่นคำร้องต่อศาล อุทธรณ์ ภาค 6 จ.นครสวรรค์ ขออนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดี โดยผู้ต้องหาอ้างเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ร่วมขบวนการฉ้อโกง เนื่องจากทำกระเป๋าสตางค์ หาย และคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารถึง 7 แห่ง เพื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินเข้ามา ทำให้มีกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความหละหลวมของระบบธนาคาร และเกรงจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเช่นกัน

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 13 ม.ค. น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้เดินทางกลับจาก จ.ตาก มาถึงบ้านย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 23 ม.ค.นี้จะเดินทางไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยจะนำหลักฐาน ทุกอย่างที่ได้รวบรวมไว้ตั้งแต่รู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมเอกสารบัญชีการเงินที่ตนมีอยู่จริงทั้งหมดไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย มั่นใจว่ากระบวนการต่างๆจะสามารถให้ความยุติธรรม และปกป้องสิทธิ์ของตนที่ถูกขบวนการมิจฉาชีพขโมยบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงเหยื่อ

น.ส.ณิชากล่าวต่อว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานให้ข้อมูลกับสื่อบางสำนักว่าตนอาจเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วยนั้น เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลเพียงพอ หากตนจะนำบัตรประชาชนของตนไปให้คนอื่นเปิด บัญชี เพื่อมาหลอกลวงคนอื่น การกระทำแบบนี้มันผิดวิสัยของโจร แนวคิดนี้เหมือนการตั้งกระทู้เบี่ยง ประเด็น เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขอให้สื่อดังกล่าวหยุดการกระทำ อย่าตกเป็นเครื่องมือ ส่วนการตั้งข้อสงสัยถึงบัญชีเงินฝากธนาคารแห่งหนึ่งของตนที่มีเงินหมุนเวียนประมาณ 6 ล้านบาทนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นบัญชีการทำธุรกิจของครอบครัวที่ได้ร่วมทำกับเพื่อนของบิดาเมื่อราว 5 ปีก่อน สมัยที่ตนยังเรียน ปี 1 ปัจจุบันเลิกใช้บัญชีนั้น 2-3 ปีแล้ว มีเงินติดบัญชีแค่เล็กน้อยแทบไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ในส่วนของการทำธุรกิจมีการจดทะเบียนการค้าถูกต้องและมีเส้นทางการเงินที่ชัดเจนสามารถพิสูจน์ได้

“หากจะให้ณิชาเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อพิสูจน์ความจริงตามที่หน่วยงานต่างๆสงสัยก็ยินดี เพราะณิชามั่นใจในความบริสุทธิ์ ความจริงคือความจริง ทั้งนี้ ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะสื่อหลัก หรือสื่อออนไลน์ต่างๆที่ช่วยให้กรณีของณิชาเป็นที่สนใจของสังคม เพราะหากณิชาไม่ลุกขึ้นมาสู้ปกป้อง สิทธิ์ของตนเอง และไม่ได้รับความเมตตาจากสื่อ ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร แม้วันนี้จะมีการเบี่ยงประเด็นเพื่อกลบกระแสลบของเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน ณิชาก็พร้อมที่จะต่อสู้และพิสูจน์ความจริง” น.ส.ณิชากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก ได้ออกหมายเรียกนายขวัญ ทองน้อย ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งนางการต์สินี ยะเมา ชาว จ.ตาก ที่เป็นผู้เสียหาย ได้โอนเงินเข้าบัญชีนายขวัญจำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 400,000 บาท และยังออกหมายเรียกนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ชาว จ.หนองคาย ที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 630,000 บาท ซึ่งบัญชีทั้ง 2 รายชื่อ เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับ น.ส.ณิชา อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 2 คน ไม่มาพบตามหมายเรียกในครั้งที่ 1 พนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 แต่หากยังไม่ยอมมาพบอีก จะพิจารณาเสนอศาลขอออกหมายจับต่อไป

วันเดียวกัน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารออมสิน เป็น 1 ในสถาบันการเงินที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพสวมรอยปลอมตัวเหมือนบุคคลในบัตรประชาชนมาเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อใช้ในการหลอกลวงนั้น ธนาคารได้ตรวจสอบทันทีตั้งแต่ทราบข่าวและอายัดบัญชีไว้ พร้อมตรวจสอบรายการการฝาก-ถอนเงินเพื่อเป็นข้อมูลให้ตำรวจ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวคนร้าย ยืนยันว่าธนาคารมีระเบียบวิธีปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ทางราชการ ลูกค้าจะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานผ่านเครื่องอ่านบัตร (Smart Card Reader) แล้วตรวจสอบตัวตนของลูกค้ากับบัตรประชาชนที่นำมาเปิดบัญชีว่าตรงกับข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชนหรือไม่

“เครื่องอ่านบัตร Smart Card Reader จะแสดงข้อมูลตามหน้าบัตรประชาชน คือ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ-สกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด สถานะ ที่อยู่ และภาพถ่ายบุคคลเจ้าของบัตรเท่านั้น มิได้มีข้อมูลยกเลิกหรือแจ้งอายัดบัตร ประชาชนแต่อย่างใด ถือเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่จำกัด เชื่อว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถเข้าถึงข้อมูลบุคคลได้มากขึ้น เช่น ฐานข้อมูล ที่เป็นปัจจุบันที่สุด หรือข้อมูลด้านการอายัด/ยกเลิกบัตร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นธนาคาร ได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติ รวมถึงให้ความร่วมมือกับทางราชการในการดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และจะดำเนินการหาข้อสรุปที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อเยียวยาแก่ผู้เสียหายต่อไป” นายชาติชายกล่าว

“ณิชา” เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมหอบเอกสารหลักฐานทางการเงินเข้าพบ ปปง. พร้อมเข้าเครื่องจับเท็จพิสูจน์ความจริง วอนสื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน หลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ร่วมขบวนการ 14 ม.ค. 2561 02:39 14 ม.ค. 2561 03:55 ไทยรัฐ