วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.โต้40ส.ส.พท. ยังไม่ได้สรุป เรื่องไต่สวน! ลงชื่อสุดซอย

ป.ป.ช.ยันไม่มีเกมล้างบาง พท. “วัชรพล” ชี้คณะอนุไต่สวนนิรโทษ สุดซอยยังไม่ส่งสัญญาณปิดจ๊อบตามที่ “วรชัย” ออกมาตีปลาหน้าไซ พท.กางตำรายัน ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย ล้วงลูกคลอดกฎหมายฝ่ายนิติบัญญัติ เผยอดีต 40 ส.ส.ฟ้องยันไว้แล้ว เชื่อมั่นเป็นเกมทำลายล้างเพื่อต่อท่ออำนาจ เด็ก ปชป.ได้ทีเย้ยเป็นกฎแห่งกรรม “เสรี” ยันไม่มีใบสั่งทหารชงแสดงมหรสพหาเสียง ปชป.หวั่นเปิดช่องซื้อเสียงแยบยล อัด คสช.ทำลายความน่าเชื่อถือ ป.ป.ช. “บิ๊กกุ้ย” ไม่กังวล กรธ.กดดันยื่นศาล รธน.ตีความกฎหมายลูก ป.ป.ช. “บิ๊กตู่” เชื่อ คสช.วางยุทธศาสตร์ยกแผ่นดินสูงขึ้น ปลุกสร้างประชาธิปไตยแบบไทยนิยม

กรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ไต่สวนอดีต 40 ส.ส.พรรคเพื่อไทย กรณีเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเมื่อปี 2556 เตรียมสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิด พร้อมชี้ว่าเป็นแผนล้างบาง เพื่อสืบทอดอำนาจนั้น

ป.ป.ช.ปัดล้างบาง 40 อดีต ส.ส.พท.

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ระบุคณะอนุกรรมการไต่สวนอดีต 40 ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยมิชอบ เตรียมสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดอดีต 40 ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ยังไม่ทราบความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่องยังอยู่ในชั้นของคณะอนุกรรมการไต่สวน แต่คาดว่ายังไม่ถึงขั้นใกล้จะสรุปสำนวนการไต่สวนเร็วๆนี้ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะคณะอนุกรรมการไต่สวนยังไม่แจ้งต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ว่าคดีดังกล่าวใกล้เสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบถามความคืบหน้าจากคณะอนุกรรมการไต่สวนว่าสำนวนคดีไปถึงไหนแล้ว ยืนยันว่า ป.ป.ช.ดำเนินการทุกอย่างตามข้อมูลพยานหลักฐาน ไม่ได้มีแผนล้างบางฝ่ายใด เพื่อสืบทอดอำนาจให้ใคร

พท.ยัน ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน เตรียมชี้มูลความผิด 40 อดีต ส.ส. ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเมื่อปี 2556 ให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณานั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีมติเช่นนั้นหรือไม่ แต่ทางพรรคได้เตรียมการต่อสู้คดีไว้ตั้งแต่มีการตั้งอนุกรรมการแล้ว โดยโต้แย้งคัดค้านว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจไต่สวน เพราะการเสนอกฎหมายเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. และสภาจะเป็นผู้พิจารณา ถือเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าองค์กรอิสระก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ และเรื่องนี้หนึ่งใน 40 อดีต ส.ส.ไปฟ้องเป็นคดีขอให้ศาลระงับการไต่สวนของ ป.ป.ช. รวมทั้งเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว อย่างไร ก็ตาม เมื่อมีข่าวออกมาทีมกฎหมายของพรรคก็ได้หารือกัน หาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลออกมาจริง อาจต้องฟ้องร้องเป็นคดีๆ ต่อไป

อดีต 40 ส.ส.ฟ้องละเมิดยันไว้แล้ว

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะหนึ่งใน 40 อดีต ส.ส.ที่ลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากอนุกรรมการ ป.ป.ช.มีมติอย่างเป็นทางการเช่นนั้นออกมา อดีต ส.ส.ทั้ง 40 คน จะนัดหารือแนวทางการต่อสู้คดีต่อไป และรอดูว่า ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะมีความเห็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม กรณีที่พวกตนถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวนนั้น นางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ ตัวแทนกลุ่มอดีต 40 ส.ส. ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน และคณะกรรมการป.ป.ช. 9 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานละเมิด ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี และศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ พ 821/2560 โดยจะสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 13 ก.พ. ขณะเดียวกัน นางสมหญิงยังฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ตนเองกับพวกรวม 1 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการทำให้กลุ่มผู้เสนอกฎหมายได้รับความเสียหาย เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ให้การคุ้มครอง ส.ส. ส.ว. พิจารณากฎหมายในการประชุมสภาเป็นเอกสิทธ์ิโดยเด็ดขาดไม่สามารถฟ้องร้องได้ และจะเป็นแนวทางในการต่อสู้หาก ป.ป.ช.ชี้มูลต่อไปด้วย

ฉะยับเกมล้างบางฝ่ายตรงข้าม

“กฎหมายคุ้มครองการอภิปรายและลงคะแนนสมาชิกรัฐสภาไว้ ที่กล่าวหาว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อพวกพ้องนั้น เชื่อมโยงไปเองทั้งสิ้น เพราะในร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการนิรโทษกรรมให้กับทุกสีเสื้อ ไม่เจาะจงที่ใครคนใดคนหนึ่ง ไม่อยากให้เอาประเด็นเหล่านี้มาเป็นเรื่องการเมือง ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งจะไม่จบสิ้น และที่นายกฯบอกจะลงเล่นการเมืองแล้วมีกรณีเช่นนี้ออกมา จะถือเป็นการล้างบางฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ อีกทั้งร่างกฎหมายดังกล่าวที่พวกตนเสนอ ไม่สามารถเป็นกฎหมายได้เลยถ้าไม่มีผู้โหวตให้ผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร แล้วไปตกที่ ส.ว. ก่อนมีการยุบสภา สุดท้ายจึงมีการยึดอำนาจ แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างต่อไป ถ้า ป.ป.ช.เข้ามาก้าวก่ายการทำงานของรัฐสภาได้แล้ว อำนาจนิติบัญญัติจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร” นายสมคิดกล่าว

ใช้ ป.ป.ช.เป็นกลไกต่อท่ออำนาจ

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีต ส.ส.เพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้สังคมจับตาดูการทำงานของ ป.ป.ช. ที่ตรวจสอบรัฐบาล คสช.ไม่เข้มข้นเหมือนกับที่ตรวจสอบนักการเมือง โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย ประกอบกับมีกระแสข่าวเอาผิดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยช่วงเดียวกับที่สังคมกำลังจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะวางกลไกสืบทอดอำนาจหรือไม่ เพราะเพิ่งออกมาประกาศตัวว่าเป็นนักการเมือง น่าสนใจว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่ไม่ถูกรีเซ็ต หนำซ้ำยังได้รับการต่ออายุอีก จึงทำให้สังคมยิ่งสงสัยว่า ป.ป.ช.มีความอิสระในการทำงานอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นงานฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลกันแน่ เพราะองค์กรอิสระอื่นที่มีความคิดเห็นสวนทางกับรัฐบาลกลับถูกรีเซ็ตทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เป็นกลไกที่จะนำไปสู่การต่อท่ออำนาจของรัฐบาล คสช.หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้บ้านเมืองก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม แต่เป็นประชาธิปไตยแบบบังคับ ตามที่นายโชคชัย สุทธาเวศ จากมหาวิทยาลัย มหิดล ออกมานิยามไว้

เด็ก ปชป.เย้ยกฎแห่งกรรมทำงาน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุว่า คสช.จะล้างบาง 40 อดีต ส.ส. ตัดสิทธิทางการเมืองสืบเนื่องจากการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า กรณีนี้เกิดขึ้นสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วทำการหักดิบกลางสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกฎหมายตอนตีสี่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกับพวก ป.ป.ช.จึงมีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล คสช.แต่อย่างใด จึงต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย อย่าเบี่ยงประเด็น ใครจะล้างบางหรือกลั่นแกล้งอดีต ส.ส.เพื่อไทยไม่ได้ แต่เป็นเพราะการออกกฎหมายนี้ผิดข้อบังคับการประชุมสภาและขัดรัฐธรรมนูญขณะนั้น จึงเป็นกฎแห่งกรรมที่ทำไว้ยามเหิมเหลิงอำนาจ เชื่อฟังคำสั่งของนายใหญ่มากกว่ากฎหมายบ้านเมือง ผลจึงเป็นเช่นนั้น

ย้อนภาพขยี้เผด็จการรัฐสภา

นายวัชระกล่าวว่า เหตุทั้งหมดมีที่มาที่ไปเกิดขึ้นเพราะฉวยโอกาสปิดปากผู้แปรญัตติไม่ให้อภิปรายนับร้อยคน รวบรัดเป็นเผด็จการสภาฯ ไม่ฟังเสียงท้วงติงสังคม ขนาดนายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ยังถูกกลั่นแกล้งปิดปากไม่ให้อภิปรายในทุกมาตรา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยแย่งกันเอาใจนายใหญ่ถึงขั้นชกต่อยในห้องกรรมาธิการ จึงต้องมีการร้องต่อ ป.ป.ช.ว่าอดีต ส.ส.เหล่านี้ประพฤติมิชอบ ขัดต่อหลักกฎหมายบ้านเมือง หาก ป.ป.ช.ตัดสินให้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 40 คนมีความผิด ก็ต้องอธิบายด้วยว่า นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ซึ่งขณะนั้นเป็น กมธ.ฝ่ายรัฐบาล ที่ร่วมผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยนี้เช่นเดียวกัน ควรจะมีความผิดนี้ด้วยหรือไม่

“เสรี” ปัดใบสั่งทหารชงแสดงมหรสพ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุข้อเสนอ กมธ.เรื่องการให้แสดงมหรสพระหว่างการหาเสียงได้เป็นการรับใบสั่งจากผู้มีอำนาจว่า ข้อเสนอดังกล่าวมีมาตั้งแต่ยุคสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่เกี่ยวกับผู้มีอำนาจหรือทหารสั่งการใดๆ ไม่มีใครสั่ง กมธ.ได้ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดโยงเรื่องผู้มีอำนาจมีใบสั่งเรื่องการพิจารณากฎหมายลูกได้แล้ว เพราะโยงมาตั้งแต่ระบบไพรมารีโหวต การรีเซ็ตสมาชิกพรรค การรีเซ็ต กกต. และการแสดงมหรสพ ขอให้ค้านอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ค้านเพื่อหวังสร้างคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว ยืนยันว่าการแสดงมหรสพไม่ทำให้พรรคใดเสียเปรียบ เพราะค่าใช้จ่ายการจ้างมหรสพมาแสดง ต้องนำไปคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคการเมืองด้วย นอกจากนี้ การให้แสดงมหรสพยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อม เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทำมาค้าขายระหว่างหาเสียง ช่วยให้บรรยากาศหาเสียงคึกคัก มีสีสันชวนให้คนอยากออกมาฟังนโยบายของผู้สมัครและพรรคการเมือง

ปชป.หวั่นเปิดช่องซื้อเสียงแยบยล

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลักการของ กกต. ตามกฎหมายใหม่ คือต้องให้ผู้สมัครประหยัดเงินที่สุด เช่น ห้ามติดโปสเตอร์หาเสียงขนาดใหญ่เหมือนแต่ก่อน และติดได้เฉพาะจุดที่ กกต.อนุญาตหรือกำหนด จะไปติดป้ายบนถนนเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว กกต.อ้างว่าเพื่อประหยัดลดค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร แต่การเสนอให้จัดงานมหรสพได้ช่วงเลือกตั้ง จะทำให้ผู้สมัครที่มีฐานะรวยกว่าได้เปรียบผู้สมัครที่ไม่ค่อยมีเงิน แล้วจะเกิดการซื้อเสียงที่แยบยล ตามจับได้ยาก เรื่องนี้จึงขัดและแย้งกับหลักการของ กกต.อย่างร้ายแรง ทั้งเสี่ยงต่อการเกิดทุจริต และสิ้นเปลืองเงินมหาศาล ไม่ควรให้จัดมหรสพได้ ไม่ว่ารูปแบบใดๆ

ซัด คสช.บ่อนทำลายเครดิต ป.ป.ช.

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เสนอแนะให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการต่ออายุคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยไม่เซ็ตซีโร่เหมือนกรรมการในองค์กรอิสระอื่น เช่น กกต. และ กสม.ว่า กรณีนี้สามารถมองเป็นเรื่องของการเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน และจะเกิดคำถามต่อสังคมจนกลายเป็นความเสื่อมของรัฐบาล คสช. ซึ่งอาจบานปลายเป็นชนวนความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ เนื่องจากจะเป็นเงื่อนไขที่ฝ่ายตรวจสอบหรือเห็นต่างนำมาปลุกกระแส เวลานี้ก็จุดติดแล้วในโลกโซเชียล หากผู้เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจยังเพิกเฉยไม่อธิบายให้สังคมเข้าใจ ที่สุดรัฐบาลจะล้มละลายทางความเชื่อถือ น่าเสียดายที่รัฐบาล คสช.เองกลับเป็นผู้ทำลายความเชื่อมั่นของ ป.ป.ช. ทั้งที่ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตจนเป็นที่ไว้วางใจของสังคมไทยมาโดยตลอด วันนี้ต้องถูกดิสเครดิตจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลคสช.เสียเอง จึงไม่แปลกที่สังคมขณะนี้จะวิพากษ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ของผู้มีอำนาจในรัฐบาลบางคนกับ ป.ป.ช.ชุดนี้

จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบเอาผิด สนช.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้สอบสวนถึงการทำหน้าที่สมาชิก สนช.ทุกคนที่ลงมติเห็นชอบให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ทั้งๆที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างชัดแจ้ง เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องและอดีต สนช.ที่ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อสร้างบรรทัดฐานมาตรฐานของหลักนิติรัฐ นิติธรรมต่อไป ความจริงสนช.ที่ดี มีหลักการก็มาก แต่ควรกล้าพูด กล้าทำมากกว่านี้ อย่าทำตามใบสั่งของทหารบางคนเพียงอย่างเดียว ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ก็ทำตามใบสั่งอย่างเดียว สุดแท้แต่เขาจะสั่งให้ไปทางไหน หาหลักการไม่ค่อยพบ นักศึกษาประชาชนต่างสงสัยว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติออกกฎหมายลูกขัดต่อกฎหมายแม่ได้อย่างไร

“บิ๊กกุ้ย” ไม่กังวล กรธ.ชงยื่นศาล รธน.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า ขณะนี้ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้ส่งความเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกลับไปให้ กรธ.เรียบร้อยแล้ว โดยมีมติไม่ติดใจหรือโต้แย้งให้ตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายเพื่อทบทวนร่างกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่มี กรธ.ส่งหนังสือถึง สนช.แสดงความเป็นห่วงอยากให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการต่ออายุให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้นั้น ไม่รู้สึกกังวล แต่ยินดีและดีใจ หาก สนช.จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว แต่เบื้องต้นการที่ สนช.เห็นชอบบทเฉพาะกาลเรื่องการต่ออายุการทำงานให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้นั้น แสดงว่า สนช.คงทบทวนพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ มิเช่นนั้นคงไม่โหวตให้ผ่าน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ถูกต้อง กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีปัญหาก็พร้อมพ้นจากตำแหน่ง

พท.ยันยื่นแน่ตีความคำสั่ง คสช.

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่พรรคเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาและแก้ไขคำร้องอีกเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน โดยจะแบ่งเป็นสองส่วนคือในส่วนของสมาชิก และในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่จะไปยื่นด้วย ทั้งนี้ ในส่วนที่สมาชิกจะไปยื่นร้องต่อศาลนั้น เพราะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวที่ออกมา เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรคอย่างชัดเจน โดยมีการยกเลิกความเป็นสมาชิกทั้งหมด แล้วให้เริ่มมารายงานตัวกันใหม่ รวมถึงคุณสมบัติใหม่ที่ออกมามีผลไปย้อนหลังทำให้สมาชิกเดิมต้องขาดคุณสมบัติความเป็นสมาชิกไปด้วย ทั้งที่กฎหมายพรรคการเมืองที่มีผลบังคับใช้มาก่อน ก็ได้คุ้มครองสถานะพรรครวมทั้งความเป็นสมาชิกแล้ว ดังนั้นการเขียนกฎหมายให้มีผลย้อนหลังแล้วทำให้เกิดผลเสียนั้นทำไม่ได้ ที่สำคัญการออกคำสั่งตามมาตรา 44 ก็มีกรอบการใช้ ไม่ควรมาแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

มั่นใจละเมิดสิทธิ–ขัด รธน.

นายสามารถกล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคที่จะยื่นร้องนั้น สาระสำคัญคือคำสั่งดังกล่าวมีผลให้ความเป็นสมาชิกของพรรค รวมถึงสาขาพรรคบางส่วนต้องถูกยกเลิกไป ซึ่งสร้างปัญหาและเกิดผลกระทบกับพรรคชัดเจน อย่างไรก็ตามจะยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในคราวเดียวกัน เพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีกทาง ว่าคำสั่งดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เรายืนยันและเชื่อมั่นว่าคำสั่งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิสมาชิกพรรคและพรรคการเมืองอย่างชัดเจน ดังนั้นจะขอใช้สิทธิที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญดำเนินการ ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่เราจะทำอย่างเต็มที่ เชื่อว่าประชาชนจะรับรู้และเข้าใจได้เอง

คสช.วอนสร้างบรรยากาศเอื้อเลือกตั้ง

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่เริ่มมีกลุ่ม ส.ส. หลายพรรคออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้ง มีกระแสข่าวการทาบทาม ซื้อตัว ดึงตัว วางผู้สมัครลงเขตเลือกตั้งว่า การแสดงความคิดเห็นหรือกิจกรรมของพรรคการเมืองในช่วงนี้ เป็นไปตามที่ คสช.ได้ให้เเนวทางอย่างชัดเจน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของโรดแม็ปในห้วงเวลาการเลือกตั้ง ซึ่งทุกภาคส่วน ทั้ง คสช. สนช. และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างสนองตอบอย่างเต็มที่ จึงขอความร่วมมือสื่อและพรรคการเมือง รวมถึงทุกภาคส่วน ต้องร่วมสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อโรดแม็ปไปจนถึงวันเลือกตั้ง ขณะที่ภารกิจของ คสช.คือรักษาและสร้างสภาพแวดล้อม เพื่อสนับสนุนและเกื้อกูลต่อโรดแม็ป รวมถึงสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ไปจนถึงการส่งมอบความรับผิดชอบให้กับรัฐบาลใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนด

“บิ๊กตู่” ชูยุทธศาสตร์ยกระดับประเทศ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการให้โอวาทกับเด็กและเยาวชน ในการเป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ที่กระทรวงศึกษาธิการและที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีของความสงบเรียบร้อย 2-3 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น สิ่งสำคัญรัฐบาลนี้เข้ามาได้วางยุทธศาสตร์ตรงนี้แล้วเดินไป มีการปฏิรูปในทุกยุทธศาสตร์ จะทำให้สร้างคนที่ดีขึ้นมา 20 ปีข้างหน้าไม่ใช่เวลาที่ยาวนาน หรือเร็วมาก อยู่ใน ขั้นตอนที่ต้องเตรียมการ รัฐบาลใช้เวลามา 3 ปีแล้ว ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการเดินไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ไม่แน่อีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยอาจเป็นประเทศที่มีรายได้สูง มีคุณภาพสูง และสามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆได้ ทำให้ประเทศ ไทยมีศักยภาพต่อไปในเวทีโลกในอนาคต ขอให้ทุกคนภูมิใจว่าพวกเรามีส่วนทำให้แผ่นดินนี้สูงขึ้น ขอให้จำคำพูดตนไว้

ปลุกมีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม

นายกฯกล่าวว่า สิ่งสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติคือความมั่นคง ศักยภาพในการแข่งขัน ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของคน ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดวิเคราะห์มีหลักการและเหตุผล ไม่ใช่พูดหรือฟังอะไรก็เชื่อไปหมด เพราะหลายอย่างบิดเบือนและไม่ถูกต้อง ต้องแยกแยะให้ออก ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้เท่าทัน แล้วในที่สุดจะตกเป็นเครื่องมือ และอาจจะผิดกฎหมายด้วย วันนี้รัฐบาลพยายามสรุปให้ได้ว่าอะไรคือรัฐธรรมนูญ อันไหนคือกฎหมายลูก ซึ่งเกี่ยวข้องกันหมด ต้องยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ดำรงความเป็นไทยให้มีอยู่ตลอดไป เราต้องมีประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่ต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยไม่ผิดกติกาของคนอื่น ต้องพัฒนาทุกอย่าง พร้อมปูพื้นฐานประชาธิปไตยของเราในอนาคตให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความมั่นคง สามารถบริหารจัดการประเทศชาติให้ดีได้ ขัดแย้งกันต่อไปไม่ได้อีก

“อ๋อย” ห่วงเด็กเข้าใจ ปชต.ผิดเพี้ยน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าไทยต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือไทยนิยมว่า 3-4 ปีมานี้ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก ได้เผยแพร่ปลูกฝังความคิดที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่อง การพูดถึงประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยผู้นำระบอบเผด็จการ เข้าใจว่าทำอย่างนี้เป็นความต้องการปลูกฝัง ความคิด ความเข้าใจ ค่านิยมของระบบเผด็จการ น่าห่วงเด็กๆ ที่จะโตมาในยุคเผด็จการครองเมือง เพราะจะไม่มีพื้นฐานความเข้าใจที่ดีต่อประชาธิปไตย จะเป็นปัญหาในอนาคต เพราะประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือไทยนิยมเป็นการปกครองที่ประชาชนไม่มีอำนาจอะไร อำนาจยังคงอยู่กับคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แน่นอนว่าคสช.กับพวกจะเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด นั่นก็คือที่มาของนายกฯคนนอก