วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กินดีอย่างไร...ก็ยังเสร็จ

ได้ยินข่าวอยู่เรื่อยๆว่าคนรักษาสุขภาพอย่างยอดเยี่ยม เสียชีวิต เข้าโรงพยาบาลเฉียดตาย ทั้งๆที่กินอาหารที่เรียกว่า “สุขภาพจัด” ออกกำลังกายสุดยอด แถมยังดูไม่อ้วน แต่ไม่มีใครทราบว่าเครื่องใน ข้างในช่องท้อง จะอุดมไปด้วยไขมัน (visceral fat) หรือไม่ ที่ฝรั่งเรียกว่า skinny fat ซึ่งต้องทำการตรวจด้วยเครื่องที่จับพิรุธว่าในช่องท้องปลอดไขมันจริงหรือเปล่า

ในช่วงเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ต่างก็มีสูตรอาหารหลายชนิดที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และข้อมูลจากการสังเกตและจากการศึกษาติดตามทางระบาดวิทยาเพื่อจะให้เพียบพร้อม ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์น้อยที่สุด แม้กระทั่งคงสมองให้สดใสอยู่ตลอด ปลอดจากโรคอัลไซเมอร์ และเมตาโบลิกซินโดรม (metabolic syndrome) อันได้แก่ อ้วน ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลสูง ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) สูง ซึ่งเป็นไขมันที่ได้จากแป้งน้ำตาล ของหวาน เป็นส่วนใหญ่ และมีระดับไขมันดีที่เรียกว่า HDL ต่ำ ซึ่งภาวะเหล่านี้จะโน้มนำให้เกิดโรคเส้นเลือดแข็ง ตัน ในหัวใจและในสมอง และเบาหวาน

สูตรอาหารประดามีเหล่านี้ เช่น อาหารแบบตะวันตก แบบอเมริกัน ซึ่งถือว่าเป็นอาหารด้อยสุขภาพที่สุด โดยอุดมไปด้วยไขมันและแป้งที่ผ่านกระบวนการต่างๆ แบบต่อๆมาซึ่งอาจจะถือว่าสร้างเสริมสุขภาพมากกว่า ได้แก่ อาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน อันประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ปลา น้ำมันมะกอก ข้าวสาลี และไวน์แดง ถัดมาคือแนวญี่ปุ่นโดยมีข้าวและส่วนประกอบสกัดจากชาเขียว และอีกแนวคือหนักไขมันและโปรตีน โดยไม่มีแป้งหรือมีแต่น้อยที่สุด หรือที่เรียกว่าสูตรคีโตจีนิก (ketogenic diet หรือ แอตกินส์ Atkins diet)

รายงานล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2017 ในวารสารพันธุศาสตร์ (genetics) เป็นการศึกษาในหนูที่มีรหัสพันธุกรรมแตกต่างกัน แต่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เปรียบเสมือนเช่นในมนุษย์ที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนซะทีเดียว ทั้งนี้ มีหนูทั้งหมดสี่กลุ่ม โดยที่หนูในแต่ละกลุ่มเดียวกันมีลักษณะพันธุกรรมใกล้เคียงเกือบเหมือนกัน และในแต่ละกลุ่มจะได้รับอาหารสี่แบบดังข้างต้น และแบบสุดท้ายคืออาหารหนูมาตรฐานที่ใช้ทั่วไป

การวิเคราะห์ประกอบไปด้วย การศึกษาลักษณะพฤติกรรม ความกระฉับกระเฉงและความเจริญอาหารมากน้อยแค่ไหน พร้อมกันนั้นก็ศึกษาถึงอาการและปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเมตาโบลิกซินโดรม ศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางเมตาโบโลมิก (metabolomic) หรืออีกนัยหนึ่ง คือการศึกษากระบวนการทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับสารที่เป็นโมเลกุลเล็กๆที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะเป็นผลผลิตในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งลักษณะการศึกษาเป็นระบบเช่นนี้เปรียบเสมือนเป็นการตามลายแทงของกระบวนการในเนื้อเยื่อหรือในเซลล์ และศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางกระบวนการที่มีอิทธิพลเหนือระบบพันธุกรรม (epigenetic)

ผลของการศึกษาหลังจากหกเดือนไปแล้วพบว่า หนูในกลุ่มที่สี่ที่ได้รับอาหารแบบญี่ปุ่นมีผลลัพธ์แย่มากเกิดมีไขมันพอกตับ และตับถูกทำลาย ในขณะที่จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการได้รับอาหารแบบอื่นๆที่เหลือ ในขณะที่หนูอีกสองกลุ่มตอบสนองอย่างดีต่ออาหารอุดมไขมันและโปรตีนซึ่งแทบไม่มีแป้งเลย และหนูในอีกสองกลุ่มที่เหลือกลับแย่ลง ทั้งนี้ โดยที่กลุ่มหนึ่งมีน้ำหนักอ้วนฉุ มีไขมันพอกตับและมีระดับไขมันคอเลสเทอรอลในเลือดสูง และอีกกลุ่มเฉื่อยชา มีไขมันพอกในอวัยวะภายในแม้ดูภายนอกตัวอย่างผอมเพรียวอยู่ หรือ skinny fat ดังข้างต้น ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีงาม

อย่างไรก็ตาม ดังคาดคืออาหารแบบตะวันตกหรือแบบอเมริกันหนูทุกกลุ่มแย่หมดโดยสองกลุ่มอ้วนฉุมีลักษณะของเมตาโบลิกซินโดรม และสองกลุ่มที่เหลือแม้จะดูเฉยๆ แต่มีไขมันพอกตับเยอะ

ทีนี้มาดูอาหารสุขภาพแบบเมดิเตอร์เรเนียน ปรากฏว่าได้ผลคละกัน โดยบางกลุ่มสุขภาพดีแต่บางกลุ่มกลับอ้วนขึ้นแม้จะไม่อ้วนเท่าแบบที่กินอาหารอเมริกัน

บทสรุปที่ได้จากหนูอาจเป็นเครื่องแสดงว่าไม่มีสูตรสำเร็จของอาหารสำหรับทุกคน แต่แท้จริงแล้วอาจขึ้นอยู่กับลักษณะของพันธุกรรมของแต่ละคน โดยที่ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงสำหรับการวางแผนการดำเนินชีวิตด้านอาหารการกินเฉพาะบุคคล โดยมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังศึกษาอย่างขะมักเขม้น

ดังนั้น การศึกษานี้แม้จะเป็นในหนูแต่อาจจะสะท้อนให้เห็นได้ว่าทำไมถึงหัวใจวายเป็นอัมพฤกษ์เปราะง่าย ทั้งๆที่ปฏิบัติตัวตามตำราเป๊ะ

จนกว่าจะถึงเวลานั้นที่จะรู้ถึงรหัสพันธุกรรมใดที่กำหนดการตอบสนองที่ดีต่ออาหารชนิดต่างๆ หมอดื้อสรุปง่ายๆว่า “ความสุข” น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต และความสุขคือการให้โดยไม่ต้องถามว่าตัวเองจะได้อะไร แต่ถามว่าถ้าไม่ให้ เขาเหล่านั้นจะทุกข์ยากขนาดไหน ดูพี่ตูนของเราในขณะนี้เป็นตัวอย่างนะครับ.

หมอดื้อ