วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักเตะไทยขึ้นหม้อ โกอินเตอร์ลีกชั้นนำ

ท่ามกลางสถานการณ์ความนิยมฟุตบอลไทยลีกที่นับวันเริ่มจะจืดจางลงเรื่อยๆอันจะเห็นได้จากยอดจำนวนคนดูในสนามที่ลดลงฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย แต่ในขณะเดียวกันกลับตรงกันข้ามกับ “นักเตะไทย” ที่ได้รับความนิยมจากลีกชั้นแนวหน้าอย่างจริงจัง

นั่นแสดงให้เห็นถึง “ศักยภาพ” ฝีเท้าของผู้เล่นไทย

ลีกดังในระดับหัวแถวของทวีปเอเชีย อย่าง “เจ 1” ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น มหาอำนาจลูกหนังในย่านนี้ที่การันตีตั๋วไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตลอด หันมาให้ความสนใจนักเตะไทยเป็นอย่างมาก หลังจาก “คอนซาโดเล ซัปโปโร” ลองชิมลางด้วยการยืมตัว “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไปจาก “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลก่อน

“เจ” สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพาทีมต้นสังกัดรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ แถมยังลบคำสบประมาทด้วยการพาทีมจบฤดูกาลในอันดับที่ 11 บนตารางรวม นับเป็นอันดับสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา และเหนืออื่นใดนักเตะคนนี้ยังเป็นขวัญใจแฟนบอลเวลาอยู่นอกสนามได้อีกด้วย

สิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สโมสรต่างๆในเจลีกเหลียวหลังกลับมาจับจ้องนักเตะไทยกันชนิดตาไม่กะพริบ พร้อมทั้งทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อหวังจ้องจะฉกตัวนักเตะที่ดีที่สุดจากแดนสยามไปเสริมทัพ

โดยมุ่งหวังทั้งเรื่องของ “ผลงานในสนาม” และ “ธุรกิจ”

ในที่สุด “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดของทีมชาติไทยในยุคนี้ และกัปตันทีมสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้ไปค้าแข้งกับ “ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา” ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี จากนั้น “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กราบซ้ายที่ดีที่สุดในเวลานี้ ก็ถูก “วิสเซล โกเบ” ยืมตัวจากเมืองทองฯ ไปใช้งาน 1 ปีเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมี “เจ้าอินซ์” เชาว์วัฒน์ วีระชาติ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของบางกอกกล๊าส เอฟซี และ ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็โดน “เซเรโซ โอซากา” ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ “บีจี” ดึงตัวไปใช้งาน 1 ปีด้วย ซึ่งในส่วนของเชาว์วัฒน์นั้นเชื่อว่าเป็นการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เสียมากกว่า

และกับดีลล่าสุดซึ่งต้องถือว่าเป็นดีลประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย เมื่อ “โอเอช ลูเวิน” ทีมใน “โปรซิมัส ลีก” หรือลีกรองประเทศเบลเยียม ซึ่งมีกลุ่มทุน “คิง เพาเวอร์” เป็นเจ้าของ ได้ตัดสินใจซื้อตัว “เจ้าตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารคนเก่งจากเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสร และเป็นสถิติการย้ายทีมของนักเตะไทยที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ (โดยไม่มีการเปิดเผยตัวเงิน) ซึ่งแหล่งข่าวรายงานว่า “เสี่ยนิด” เศรษฐา ทวีสิน มีส่วนสำคัญกับดีลนี้ด้วยอย่างยิ่ง

การเดินทาง (ไกล) ในอาชีพค้าแข้งของนักเตะไทยกลับมา “บูม” อีกครั้ง

ในเมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็น 4 นักเตะคนสำคัญของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถามว่าทำไมเมืองทองฯถึงยอมปล่อยนักเตะเหล่านี้ออกไป แม้จะรู้ดีว่าต่อจากนี้ต้องลำบาก (มากแน่ๆ)

ผู้บริหารของเมืองทองฯ บอกกับกราวกีฬาไทยรัฐว่า นี่เป็นนโยบายของสโมสร นักเตะอยู่ที่ไหนเก่งกว่า อยู่ที่ไหนดีกว่า อยู่ที่ไหนรายได้เยอะกว่า อยู่ที่ไหนพัฒนาฝีเท้าได้มากกว่า ถ้าหากมีโอกาส สโมสรจะไม่รั้งเอาไว้

ทั้งหมดทั้งมวลถือว่าเป็นการช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลในภาพรวม

คำถามที่หลายคนอยากรู้คงเป็นเรื่องของรายได้ที่ทั้งหมดจะได้รับ เดิมทีก่อนที่ทุกคนจะไปค้าแข้งต่างประเทศ “คาดว่า” ชนาธิปรับเงินเดือนอยู่ประมาณ 5.5 แสนบาท ธีรศิลป์ 7 แสนบาท ธีราทร 5 แสนบาท และกวินทร์ 6 แสนบาท

การไปเจลีก และลีกรองเบลเยียมในครั้งนี้ แต่ละคนจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิมแน่นอน อย่างน้อยๆก็ราว 20–30 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าทุกคนจะมีเงินรายได้เฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือน

แถมเป็นการรับ “เนต” ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายอื่นใดอีก.