วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แชร์จนได้เรื่อง! เมื่อคนดังถูกแฉภาพ มีปัญหาบนท้องถนน จนเป็นข่าว

เกิดเป็นคนดังเรียกว่าต้องระวังกันแทบทุกฝีก้าวจริงๆ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เหล่าคนดังเกิดปัญหาต่างๆ ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะบนท้องถนน ก็มักจะถูกถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอและนำไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กจนกลายเป็นข่าวหลายครั้ง ยิ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก็ยิ่งกลายเป็นว่าเรื่องราวต่างๆ ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วชนิดเสี้ยววินาที “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” รวบรวมเหตุการณ์คนบันเทิงเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนและถูกแชร์ภาพและคลิปวิดีโอจนกลายเป็นข่าวร้อนมาแล้วมาฝากกัน


มาริโอ้ เมาเร่อ
เรียกว่างานเข้ารับปีใหม่ 2561 เลยทีเดียวสำหรับพระเอกหนุ่มวิก 3 มาริโอ้ เมาเร่อ โดยเจ้าตัวขับรถหรู Porche Carrera ปาดหน้ารถแท็กซี่เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561 ทำให้ นายอุดร สุทธิผล อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวออกอาการหัวร้อน เปิดกระจกด่า และเกิดการด่ากันไปมา ก่อนที่นายอุดรใช้หนังสติ๊กยิงจากภายในรถทะลุกระจกรถตัวเองฝั่งซ้ายไปโดนกระจกฝั่งขวาด้านคนขับรถของมาริโอ้จนแตก

ซึ่งหลังจากนั้นมีเพจดังเพจหนึ่งไลฟ์สดเหตุการณ์ที่ มาริโอ้ และคนขับแท็กซี่เจรจากัน โดยมีตำรวจจราจรเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตำรวจ สน.พญาไท ตั้งข้อกล่าวหาขับรถประมาททำหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคล หรือทรัพย์สิน ต่อพระเอกหนุ่ม และทางตำรวจทำการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว เป็นเงิน 1,000 บาท และแจ้งข้อกล่าวหานี้กับทางโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าวเช่นกัน


น็อต ธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล
เชื่อว่าหลายคนยังคงจำได้ดีกับคลิปเหตุการณ์ "กราบรถกู" ที่ถูกแชร์ผ่านโลกโซเชียลเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2559 และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พิธีกร-นักแสดงหนุ่ม น็อต ธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล ถูกชายคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถมินิคูเปอร์ของน็อต จนทำให้เจ้าตัวโมโหและทำร้ายร่างกายคู่กรณีจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและสั่งให้อีกฝ่ายกราบรถของตนด้วย

และหลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป นอกจากจะเกิดกระแสด้านลบกับน็อตแล้ว เจ้าตัวยังถูกยกเลิกสัญญาและถูกระงับการออกอากาศผลงานทั้งหมด อีกทั้งยังถูกยึดรางวัลที่เพิ่งได้รับมาคืนด้วย นอกจากนี้คู่กรณียังบอกว่าหลังเกิดเรื่องไม่ได้รับค่าชดเชยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องทำจมูกเพราะจมูกเบี้ยวหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สุดท้ายน็อตจึงได้ช่วยเหลือค่าทำจมูกใหม่ 1.8 แสนบาท ให้กับคู่กรณีและขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานในวงการอีกครั้ง


บอย ถกลเกียรติ
เป็นคนดังที่เจอประสบการณ์ด้านลบเกี่ยวกับการใช้บริการรถแท็กซี่สำหรับ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ช่องวัน ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา บอย ถกลเกียรติ โบกเรียกรถแท็กซี่อยู่กับลูกสาว แต่แท็กซี่ไม่รับหลายคัน จนกระทั่งโบกรถแท็กซี่ที่มีนายรุ่งนคร ดลกุล อายุ 40 ปี เป็นผู้ขับรถ แต่ไม่จอดรับ

ผู้บริหารดังจึงโมโห พยายามเรียกและใช้เท้ายื่นออกไปตรงประตูรถด้านซ้ายเพื่อให้จอด เลยกลายเป็นเตะรถคู่กรณี ทำให้แท็กซี่คันดังกล่าวจอดรถและถามว่าทุบรถตนทำไม และเกิดการเถียงกันไปมา และแท็กซี่พูดว่ามายิงกันสักนัดไหม ทำให้ตนรู้สึกว่าแรงไปและลูกสาวยืนอยู่ตรงนั้น เขาก็บอกว่าไปเถอะ ตนก็เลยขอโทษโชเฟอร์แท็กซี่ แท็กซี่บอกให้ไหว้ตนก็ไหว้ จากนั้นตนจึงเสนอว่าจะให้ชดใช้เท่าไหร่ เขาบอกว่า 1,000 บาท ตนจึงให้เงิน 1,000 บาทไป และคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องทำให้แท็กซี่คันดังกล่าวถูกปรับ 2 ข้อหา คือ 1.ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ปรับ 1,000 บาท 2.ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ ปรับ 1,000 บาท และพักใบอนุญาต 30 วัน และอบรมมารยาทการขับรถอีก 3 เดือนด้วย


หยาดทิพย์ ราชปาล
ปิดท้ายกับกรณีโลกโซเชียลฯ แชร์ภาพเหตุการณ์ที่ผู้ชายคนหนึ่งลงไปเจรจากับนางเอกสาวชื่อดังซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างหนุ่มคนหนึ่งคนขับรถ BMW หลังเกิดเหตุการณ์รถ BMW ดังกล่าวขับชนท้ายรถแท็กซี่และทำให้รถแท็กซี่คันดังกล่าวถูกดันไปชนท้ายรถมิตซูบิชิ มิราจ จนได้รับความเสียหาย แถมฝั่งนางเอกสาวพอเกิดเรื่องแล้วทะเลาะกับชายที่ขับรถ BMW ก็บอกว่าห้ามบอกแม่ หลังจากเกิดเหตุก็ไม่ได้รับการเยียวยา พอโทรหาแม่ของนางเอกดังก็บอกว่าจะให้เงิน 10,000 บาท แต่สุดท้ายก็บอกให้ไปเอาเงินที่ฝ่ายชาย

และเมื่อภาพและเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็สืบหาจนทราบว่าเป็นนางเอกสาวหน้าคม หยาดทิพย์ ราชปาล โดยภายหลังหยาดได้ชี้แจงผ่านทางไอจีส่วนตัวว่า คืนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา รถคันดังกล่าวเป็นของหยาดจริง แต่รุ่นพี่ของหยาดเป็นคนขับ และไม่ได้ทะเลาะกันก่อนเกิดเหตุ แต่หลังเกิดเหตุหยาดต่อว่ารุ่นพี่ที่ขับรถเพราะโกรธและตกใจที่ขับรถชนจนทำให้คนอื่นเสียหาย อีกทั้งไม่ได้พูดถึงคุณแม่ว่าห้ามบอกแม่ ซึ่งหลังจากนั้นตนได้รับผิดชอบทุกอย่าง มีประกันจัดการให้ เพื่อนก็จ่ายค่าปรับแล้ว แต่อีก 2 วันทางแท็กซี่โทรหาแม่เรียกเงินอีก 20,000 บาท เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่จะได้รับจากประกันด้วย

แต่รุ่นพี่บอกว่ายินดีจ่ายให้ 10,000 บาท แต่อีกฝ่ายบอกว่าจะเอา 20,000 บาท เท่านั้น และยังพูดถึงเหตุการณ์คืนนั้นบิดเบือนไปหมด จนกลายเป็นข่าวว่าตนกับคุณแม่ไม่รับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง จากเรื่องนี้หยาดก็รู้สึกเสียใจที่เกิดอุบัติเหตุ และเสียใจที่มีข่าวออกมากระทบกับครอบครัวด้วย.

เกิดเป็นคนดังเรียกว่าต้องระวังกันแทบทุกฝีก้าวจริงๆ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เหล่าคนดังเกิดปัญหาต่างๆ ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะบนท้องถนน ก็มักจะถูกถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอและนำไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กจนกลายเป็นข่าว 12 ม.ค. 2561 19:23 ไทยรัฐ