วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีใจที่รู้ตัวทัน ทราย หันหน้าต่อสู้โรคซึมเศร้า ยอมรับอยู่ได้ก็เพราะยา

เป็นนักแสดงมากฝีมือและมากความสามารถมาก สำหรับสาว ทราย อินทิรา เจริญปุระ ล่าสุดได้โดดมารับงานละครเรื่องใหม่เรื่อง ระบำมาร ที่มีหนิง ปณิตา และนีโน่ เมทนี เป็นผู้จัดละคร ซึ่งเรื่องนี้สาวทรายบอกว่า เธอได้รับบทที่ไม่เครียด ไม่ดราม่ามากเท่าเรื่องที่แล้ว อีกทั้งเห็นเงียบๆ อย่างนี้เธอวิ่งรอกรับงานละคร-หนัง 5 เรื่องต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ที่ต้องรับงานเยอะอย่างนี้ เพราะเธอมีคุณแม่ที่ต้องดูแล ซึ่งทรายบอกว่า ตอนนี้คุณแม่ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อเข้ารับการรักษาไปอีกขั้น

ส่วนอาการโรคซึมเศร้าของตัวเธอเองนั้น ตอนนี้ดีขึ้นมาก เจ้าตัวบอกว่า ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะยา หากวันไหนรู้สึกอารมณ์ไม่โอเค ก็จะกินยาแล้วเข้านอนเร็วกว่าเดิม พอตื่นเช้ามาก็สดใสร่าเริงแล้ว โดยทรายได้ให้สัมภาษณ์ว่า  

ห่างจากละครไปนานมั้ย? "จริงๆ ก็ไม่ได้ห่าง เพราะเล่นอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดของหนิงก็คือ คนเริงเมือง แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่พีเรียตเท่านั้นเอง (หัวเราะ) ก็ยังคุยเล่นกันในกองว่าถ้าจะมีเลขาที่ทำงานเยอะขนาดนี้ต้องได้ค่าตัว 500,000 นะ บทจะเป็นฝ่ายบริหารจัดการค่ะ จะเป็นเลขาของพี่วี แต่เราก็รับเงินจากเมียพี่วีให้มาส่องพี่วีอีกทีนึง (หัวเราะ) จริงๆ ก็คือผู้กุมความลับนั่นเองว่ามีเมียน้อยกี่คน วันนี้คิวของบ้านไหนประมาณนี้"

บทนี้ไม่ต้องเครียดแล้ว? "ไม่เครียดเลยค่ะ สนุก ของคนอื่นปัญหาชีวิตเขาเยอะนะ แต่เราเล่นในจังหวะที่แปลกกว่าคนอื่นได้อยู่คนเดียว เล่นแล้วบางทีก็ตลกตัวเองนะ"

ตอนนี้มีละครกี่เรื่อง? "5 เรื่องค่ะ ก็ให้ทีมงานเขาไปแบ่งเวลากันเอง (หัวเราะ) จริงๆ มันจัดการได้ค่ะ เพราะเราก็จะอยู่เป็นที่ที่ไป อีกวันก็เป็นของอีกเรื่องนึง อาทิตย์หน้าเป็นของอีกเรื่องสลับกันไป เพราะต้องแบ่งเวลากับงานเขียนคอลัมน์ของทรายด้วย มันก็ต้องมีเวลาทำให้ได้ทั้งสองอย่าง"

จัดการเรื่องอารมณ์ยังไง เพราะแต่ละเรื่องคาแรกเตอร์ก็ไม่เหมือนกัน? "ไม่เหมือนกันเลยค่ะ สายโลหิตก็พีเรียต เรื่องนี้ก็เป็นปัจจุบัน อีกเรื่องนึงเป็นบู๊ผี อีกเรื่องเป็นหนังผี อีกเรื่องเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ (หัวเราะ) แต่ก็แบ่งได้นะ คือมันเป็นส่วนนึงของชีวิตเราไปแล้วกับการที่สลับไปสลับมา และไม่ใช่ว่าอย่างสมัยเด็กที่เป็นนางเอกชื่อเดียวอยู่ 6 เดือน แต่ตอนนี้เรียกชื่ออะไรดิฉันก็หันทั้งนั้นแหละค่ะ (หัวเราะ) พอเล่นบ่อยๆ รู้สึกว่าปรับตัวได้ดีกว่าตอนที่ไม่ค่อยได้เล่นด้วยซ้ำ"

เรียกว่ารับงานเยอะกว่าปกติมั้ย? "ก็ยอมรับว่าเยอะนะคะ แต่คนจะคิดว่าหายไปไหน จริงๆ มันเป็นช่วงผลิตค่ะ แต่พอละครออกมันก็ออกรวดเดียวเลย มันก็ต้องรับนะ แม่ยังเล็ก (หัวเราะ) มันจำเป็น ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ เราทำได้ยังมีกำลังก็ทำไป แต่ 5 เรื่องนี่ดิฉันไม่ชุ่ยนะคะ ตั้งใจทำงานเท่ากันทุกเรื่อง ถ้ามีอะไรจะติดต่อมาอีกก็ติดต่อมาเลยนะคะ แล้วก็ไปเคลียร์คิวกันได้เองเลย (หัวเราะ) เพราะเราเล่นเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นแม่ เป็นน้า ได้หมด และมันก็อยู่เป็นที่ที่ไม่ต้องร่อนเร่ไปไหน ก็จัดการคิวกันได้อยู่แล้ว"

ไม่เกี่ยงเรื่องบทแล้ว? "ไม่เกี่ยงนะ เพราะเราเริ่มชีวิตการแสดงด้วยการถูกข่มขืนเป็นบ้าไปแล้ว พออายุ 18 ก็เป็นผีที่ตายทั้งกลม มันก็ไม่ต้องเกี่ยงอะไรแล้วมั้ง (หัวเราะ) คนจะชอบบอกว่าไปรับบทแบบนี้แล้วจะตกหรือเปล่า ไม่รู้สิ เรารู้สึกว่าอะไรที่เรายังสนุก ยังอยากทำอยู่และแฮปปี้ที่จะไปกองอันนั้นคือดี ตอนนี้รู้สึกว่าอยากเล่นอะไรที่สบายๆ แล้วมานั่งดูคนอื่นเขาเครียดกันบ้างก็โอเค (หัวเราะ)"

ยังมีเวลาไปดูแลคุณแม่อยู่? "ก็ต้องดูค่ะ คือทุกวันนี้ที่เขาป่วยก็ป่วยด้วยโรคน้อยใจว่าลูกไม่ดูแลอยู่แล้ว ก็ต้องทำความเข้าใจกันอยู่เนืองๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้"

เห็นยังมีน้อยใจคุณแม่อยู่? "เอาจริงๆ เราก็ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับการโดนด่าซะทีเดียว ก็โดนด่ามาทั่วทิศแล้วล่ะ แต่การโดนแม่ด่ามันก็เป็นอีกเลเวลหนึ่งเหมือนกันนะ ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าเขาด่าเพราะป่วย เขาไม่ได้ด่าเพราะเกลียดชัง แต่บางทีฟังแล้วมันก็ใจเสียนิดนึง บางทีกลับบ้านไปเราก็หวังว่าจะได้มธุรสวาจานะ (หัวเราะ) บางทีเราก็ไม่พร้อมเหมือนกัน แต่ก็ดูแลกันไปค่ะ ทรายว่าขีวิตแม่ลูกมันก็คงอะไรอย่างนี้แหละมั้ง"

ตอนนี้คุณแม่อยู่บ้านหรือโรงพยาบาล? "โรงพยาบาลค่ะ เพิ่งเข้าไปอีกรอบ เพราะต้องปรับยา และเขาขึ้นไปอีกสเตทหนึ่ง ซึ่งต้องปรับยากันใหม่ คุณหมอเลยบอกแอดมิดดีกว่าจะได้ดูแลอย่างทั่วถึงไปเลย เพิ่งแอดมิดไปเมื่อต้นอาทิตย์นี่เองค่ะ แต่จะอยู่นานมั้ยก็ต้องแล้วแต่หมอ แต่เราก็ไม่อยากให้แม่ไปอยู่นานๆ หรอกนะ

ไม่ใช่ว่าหมอเขาดูแลไม่ดี เขาดูแลดีมากเลยแหละ แต่เรารู้สึกว่าบ้านมันเงียบๆ (หัวเราะ) แต่ก็เข้าใจว่าไปแล้วมันก็จะดีกับทั้งตัวเขาและตัวเราด้วย แต่เห็นแล้วก็ใจไม่ดี พยาบาลก็บอกว่าอย่าเพิ่งมาเยี่ยมนะ มาแล้วแม่ร้องไห้เยอะ แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นกติกา แล้วยิ่งถ้าเราไปฝืนดื้อจะไปเยี่ยม มันก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้นไปอีก แทนที่จะหนึ่งอาทิตย์ก็กลายเป็นสองอาทิตย์ เราก็ต้องเชื่อผู้ที่เขารู้"

คุณหมอบอกว่าจะดีขึ้นบ้างมั้ย? "ต้องบอกก่อนว่าโรคนี้มันไม่มีทางหายขาด แต่มันก็จะดีมาช่วงนึงหลังจากที่ปรับยาแล้วเข้าที่ แต่จะอยู่ได้ขนาดไหนก็แล้วแต่ระดับอาการความรุนแรงของโรคว่ามันจะยังคงอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนที่จะเข้าสเตทต่อไป ก็เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกัน แต่ที่มันเศร้าก็คือพอแม่เขาเริ่มรู้สึกตัวดีขึ้น เขาก็จะเศร้ามากๆ

ที่เขาป่วยแล้วเป็นภาระของลูก ซึ่งเราก็จะบอกว่ามันไม่ใช่ภาระนะแม่ แล้วมันก็จะวนเป็นความเศร้าอยู่อย่างนี้ เราก็เลยต้องพยายามเอนเตอร์เทนแม่มากกว่าใครๆ แต่บางทีมันก็ยากเหมือนกันค่ะ เราเข้าใจเขามากๆ นะ แต่เราป่วยแทนเขาไม่ได้จริงๆ งานเราก็ยังต้องทำ และไม่ควรจะแบกเอาปัญหาส่วนตัวมาที่หน้ากองด้วย มาถึงนั่งร้องไห้ไปครึ่งวันทำงานไม่ได้มันก็ไม่ใช่มืออาชีพ ทุกคนก็คาดหวังความพร้อมการทำงานได้จากเรา"

กลัวตัวเองจะกลับมาเป็นโรคซึมเศร้าอีกครั้งมั้ย? "ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ มันเป็นไปแล้ว (หัวเราะ) ทุกวันนี้ก็ยังกินยาอยู่ พี่วี วีรภาพ ก็ยังล้อเลยว่านี่อาการของโรคหรือเปล่าเนี่ย (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องปกติสำหรับทรายนะ ทรายไม่ได้รู้สึกแย่หรือเลวร้ายอะไร มันดีด้วยซ้ำที่เรารู้ว่าเราเป็นอะไรแล้วเรากินยาด้วย ก็จะมีบางวันเหมือนกันที่บอกเอาไว้เลยว่าวันนี้ไม่พร้อมคุยด้วย พร้อมสำหรับการแสดงอย่างเดียว วันนี้เราไม่พร้อมจะคุยเล่น เพราะบางทีมันจะดีเลย์เหมือนกันเวลาเขาเล่นกัน บางวันมันไม่พร้อม แต่บางวันก็ดีด คึกก็มี (หัวเราะ) แล้วแต่วัน"

เพื่อนๆ รับรู้มั้ย? "รู้ค่ะ คุยได้ ล้อได้ แต่บางทีอยู่ในกองพอถ่ายไปนานๆ มันจะมีช็อตๆ เหมือนกัน แต่มันไม่ได้มีผลถึงขั้นทำงานไม่ได้ แต่ทรายก็ไม่ได้ปิดบังนะ เพราะเรารู้สึกว่าอย่างน้อยเราก็หาหมอ กินยา ทำงานได้ คือเราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแย่สำหรับตัวเรา คนที่ป่วยมันไม่แฮปปี้อยู่แล้วแหละ

เราก็อยากร่างกายแข็งแรง แต่เราอยากให้รู้สึกว่าเราก็ยังทำงานได้นะ มีชีวิตที่ปกติได้ มันอาจจะมีบางวันที่ดาวน์บ้าง ซึ่งทุกคนก็จะเข้าใจนะ ดีกว่าอยู่แบบอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่บอกใครเลย เหมือนคนมีเมนส์ตลอดเวลามันก็ไม่ไหว ก็เลยคิดว่าบอกดีกว่า แล้วมีหลายคนที่หลังไมค์มาว่าเห็นพี่ทรายแล้วมีกำลังใจที่จะออกไปสู้กับโลกภายนอกมากขึ้น คนเรามันก็ต้องมีวันที่แย่บ้างเป็นธรรมดา หลังๆ เพื่อนแซวว่าเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโรคซึมเศร้าแล้วใช่มั้ย (หัวเราะ)

ซึ่งถ้ามันจะช่วยคนได้มันก็ดีนะ หมายถึงว่าได้ทำความเข้าใจบ้าง ทรายเห็นใจคนธรรมดาด้วยซ้ำที่บางทีต้องทำงานหรือเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกับคนที่ป่วย เขาอยากช่วยเรา แต่เขาไม่รู้จะเข้าหายังไง พูดอันนี้เดี๋ยวมันร้องไห้แล้วจะตายมั้ย คืออยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเราทำงานได้ เรายังมีประโยชน์อยู่

ทรายเชื่อว่าคนเป็นโรคซึมเศร้าอยากหายทุกคนค่ะ พยายามทำตัวแข็งแรงอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะปลอบก็เอาเรื่องเฉพาะหน้าก็พอ ชวนไปทำอย่างอื่น ร้องไห้เหรอไปกินข้าวมั้ย ร้านนี้อร่อยมากเลยนะ คือพยายามเปลี่ยนประเด็นไป แต่ถ้าเขาไม่ไหวจริงๆ ก็ปล่อยนอนไปค่ะ เดี๋ยวเขาก็ดีขึ้นเอง บางทีวันที่มันแย่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราได้สร้างความอึดอัดใจให้ใครมากขนาดไหน ซึ่งคนรอบๆ ตัวทรายก็จะบอกเขาเลยว่าวันนี้ไม่พร้อมจริงๆ อะไรอย่างนี้เลย"

ต้องกินยาไปตลอดมั้ย? "ตลอดค่ะ กินยาทุกวัน จะถามเลยว่าวันนี้ดึกมั้ย ถ้าดึกต้องกินยาตอนนี้ๆ นะ คือเราจะมีการบริหารจัดการของเรา แต่ก็เจอหมอบ่อย เพราะหมอก็ดูทั้งแม่ดูทั้งเราด้วย หมอก็รู้ปัญหาของทั้งคู่"

มีช่วงดาวน์ที่พีคสุดๆ มั้ย? "มี (เสียงสูง) มีวันแย่ๆ ที่แบบเปิดเพลงนี้แล้วฉันร้องไห้ ฝนตกกระจกแตกอกหักตลอดเวลา ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เราจะรู้ตัวก็จะรีบบอกน้อง บอกคนรอบข้างว่าวันนี้พอนะ กินยาแล้วจะรีบนอนเลย คือเรารู้ อย่างล่าสุดที่พาแม่กลับเข้าโรงพยาบาล เราก็รู้สึกแย่นะ โกรธโลก แต่เรารู้ว่าพอได้นอนมันก็จะดีขึ้น".

ทราย เจริญปุระ เผยคุณแม่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ต้องเข้ารับการรักษาอีกครั้ง ตนเองพยายามทำงานเก็บเงินให้มากที่สุดเพื่อเอาเงินมารักษาคุณแม่ ตอนนี้วิ่งรับละคร-หนัง 5 เรื่อง ส่วนอาการป่วยโรคซึมเศร้าของตัวเองยังต้องพึ่งยาเหมือนเดิม 12 ม.ค. 2561 14:36 12 ม.ค. 2561 16:01 ไทยรัฐ