วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'กล้านรงค์' วูบ เข้าไอซียูด่วน เลือดออกในลําไส้

 พท.-ปชป.ฮือค้าน ให้‘จัดมหรสพ’ลต.

“กล้านรงค์” วูบล้มคว่ำกลางห้องประชุมสภา จนท.ต้องช่วยปั๊มหัวใจก่อนส่ง รพ.วิชัยยุทธ “พีระศักดิ์” รุดเยี่ยมเผยมีเลือดออกในลำไส้ อาการดีขึ้นแต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ “บิ๊กป้อม” เหน็บ พท.เดินสายโชว์ล้วนหน้าเก่าๆ อยากเห็นนักการเมือง หน้าใหม่ โยนประชาชนตัดสินชะตานายกฯคนนอก “บิ๊กตู่” สายเหนือ พท.ยังเหนียวแน่น “สามารถ” ย้ำไม่มีใครแตกแถว จวกข้อเสนอจัดมหรสพหาเสียงสุดย้อนยุค “องอาจ” ก็ค้านบอกล้าสมัย ยุคนี้มีช่องทางสื่อสารหลากหลาย “วิชาญ” ซัดพวกความคิดเผด็จการชงโละ ส.ข. “บิ๊กป้อม” ขู่ จนท.ไม่ตามตัว “ปู” โดน 157 “มาร์ค” ไล่บี้รีบเคลียร์ “บิ๊กตู่” ปลอบใจตั้ง 8 อดีต รมต.นั่งกุนซือพิเศษ

ท่ามกลางการจับตามองการพิจารณากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีก 2 ฉบับที่เหลือของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ล่าสุดนายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช. ได้เกิดอาการวูบกลางห้องประชุมระหว่างรอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นโยบายการกีฬาแห่งชาติ เนื่องจากมีอาการเลือดออกในลำไส้

“กล้านรงค์” วูบกลางห้องประชุม

เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 11 ม.ค.ที่รัฐสภา นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เดินทางมาร่วมประชุมสนช. ที่มีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นโยบายการกีฬาแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าเกิดอาการวูบจนทรงตัวไม่อยู่ ล้มคว่ำลงกลางห้องประชุม ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้นพากันตกใจ รีบกรูกันเข้าไปปฐม พยาบาลเบื้องต้น ขณะนั้นนายกล้านรงค์ยังไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำรัฐสภา และเจ้าหน้าที่วุฒิสภาช่วยกันปั๊มหัวใจ ทำให้นายกล้านรงค์รู้สึกตัวขึ้นมา จากนั้นเจ้าหน้าที่รีบนำตัวนายกล้านรงค์ไปรักษาและตรวจอาการอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธทันที ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายกล้านรงค์มีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง

มีเลือดออกในลำไส้แต่ดีขึ้นแล้ว

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการนายกล้านรงค์ จันทิก ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู มีเครื่องช่วยหายใจและหมอให้เลือดอยู่เนื่องจากนายกล้านรงค์มีอาการท้องเสียมา 2 วันแล้ว ทำให้มีเลือดออกในลำไส้ จึงเกิดอาการโลหิตจาง แพทย์ต้องสั่งให้เลือด ช่วงที่ตนไปเยี่ยมนายกล้านรงค์รู้สึกตัวแล้ว อาการไม่ได้หนักอะไร แต่ยังไม่สามารถตอบโต้ได้ เนื่องจากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และยังต้องนอนพักในห้องไอซียูต่อไป สามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ แต่เมื่อนายกล้านรงค์มีอาการดีขึ้นจะย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากมีแพทย์ประจำตัวอยู่ที่นั่น

“บิ๊กป้อม” อยากเห็นพวกหน้าใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยที่ใช้โอกาสวันขึ้นปีใหม่ เดินสายอวยพรผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค ว่า เป็นการอวยพรกันธรรมดาจะทำอย่างไรได้ ส่วนจะมีนัยสำคัญทางการเมืองหรือไม่ ก็เป็นคนเก่าๆ ทั้งนั้น เราต้องการการเมืองแบบใหม่ไม่ใช่หรือ นักการเมืองเก่าๆ ก็ว่ากันไป เมื่อถามว่าอยากให้มีนักการเมืองหน้าใหม่ๆ เข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มันควรเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ส่วนนักการเมืองรุ่นเก่าควรวางมือหรือไม่ ไม่ทราบ นักข่าวต้องไปถามเขาดู เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่านักการเมืองรุ่นใหม่ควรเป็นกลุ่มไหน พล.อ.ประวิตรตอบว่า กลุ่มอย่างพวกคุณนี่ไง

ให้ประชาชนตัดสินชะตา “บิ๊กตู่”

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถือเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่านายกฯ ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ก็ได้ไหมล่ะ ผมถามคุณ ก็แล้วแต่พวกคุณ แล้วแต่ประชาชนจะเห็นอย่างไร ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เตรียมตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกนั้น ผมไม่รู้ ไม่ใช่นายไพบูลย์จึงตอบไม่ได้” เมื่อถามย้ำว่า เห็นด้วยกับนายไพบูลย์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็น่าจะเห็นด้วย ถ้าประชาชนเห็นด้วย ประชาชนเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้ ความเห็นตนไม่สำคัญ ตนไปตอบคนเดียวว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่ได้ ต้องให้ประชาชน

ไม่ตอบจะกลับมายืนเคียงบ่า

เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกพร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ เป็นกองหนุนให้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า กองหนุนอย่างไร ทำอะไร ยังไม่ถึงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ยังไม่รู้เลย เรื่องนี้อย่ามาสมมติ อย่ามาถ้าเผื่อ เผื่อไม่ได้ เมื่อถามว่า ในฐานะที่ทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์มานานรู้ใจกันมาหลายเรื่อง คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองเต็มตัวได้หรือไม่ในอนาคต พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า “แล้วคุณคิดว่า ได้หรือไม่ ถ้าคุณว่าได้ก็ได้ เอาตามคุณว่า” เมื่อถามว่าหากเข้ามาเป็นนายกฯ เต็มตัวต้องพร้อมยอมรับการตรวจสอบใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะตรวจสอบก็ตรวจสอบ ไม่เห็นเป็นอะไร

ส.ส.เหนือ พท.ยังเหนียวแน่น

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงท่าทีอดีต ส.ส.ภาคเหนือพรรคเพื่อไทย หลังอดีต ส.ส.อีสานประกาศจุดยืนยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า อดีต ส.ส.ภาคเหนือทุกคนอยู่กับพรรคกันอย่างสงบเย็น ไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะเรื่องถูกทาบทามหรือดึงตัวกัน พวกเราไม่ร้อนรน เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่มีการทาบทามอดีต ส.ส.ภาคเหนือแต่อย่างใด

จวกย้อนยุคจัดมหรสพช่วง ลต.

นายสามารถกล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เสนอให้มีการจัดมหรสพและงานรื่นเริง เพื่อใช้ประกอบการหาเสียงได้ ว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะย้อนยุคกลับไปแบบเดิม หลักกฎหมายเลือกตั้งที่ผ่านมาห้ามไม่ให้กระทำบางอย่าง เช่น ออกทีวีหรือวิทยุ ไม่ให้จัดงานรื่นเริง เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่มีทุนน้อย จึงให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีปราศรัย เฉลี่ยเวลาให้ผู้สมัครพูดเท่าๆ กัน การจะกลับไปให้จัดงานมหรสพช่วงหาเสียงได้ เท่ากับว่าผู้สมัครหรือพรรคที่มีทุนหนา มีโอกาสมากกว่าในการจ้างนักร้องลูกทุ่งหรือหมอลำชื่อดังมาแสดง ดึงดูดประชาชน หากยังยืนยันจะมีแบบเดิม ควรให้รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการ เช่น กกต. หรือกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความร่วมมือ

อยากสง่างามให้เปิดหน้าเปิดตา

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรค เพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ควรเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ ว่า เมื่อจะให้ประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบ ถือเป็นเรื่องดี ระบอบประชาธิปไตยต้องรับฟังเสียงคนส่วนใหญ่คือประชาชน หากจะให้ประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบก็ไม่ควรรอเป็นนายกฯคนนอก ไหนๆ พล.อ.ประยุทธ์ก็เปิดตัวเป็นนักการเมืองแล้ว ควรให้พรรคการเมืองที่อยากสนับสนุนส่งชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวเลือกให้ประชาชนเลือกเป็นนายกฯไปเลย เพราะสง่างามกว่ารอเป็นนายกฯคนนอก ที่สำคัญเป็นวิธีที่ประชาคมโลกยอมรับ จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และนักลงทุน

พวกความคิดเผด็จการโละ ส.ข.

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอให้ยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ให้มีการแต่งตั้งประชาคมเขตขึ้นมาแทน ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า แนวคิดดังกล่าวขัดกับ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการกระจายอำนาจให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ– มหานครมาบริหาร เลือกตั้ง ส.ก. มาทำหน้าที่ตรวจสอบ เลือกตั้ง ส.ข. ทำงานใกล้ชิดดูแลประชาชนในพื้นที่ และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของ ผอ.เขตได้ ดังนั้นแนวคิดนี้จึงเป็นเผด็จการ การแต่งตั้งประชาคมเขต สุดท้ายคนเลือกคือ ผอ.เขต จะตรวจสอบถ่วงดุลได้อย่างไร ควรสอบถามความคิดเห็นประชาชนก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆคิดเองทำเองแบบนี้

ปชป.ค้านใช้มหรสพหาเสียง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับกลยุทธ์ใช้มหรสพจูงใจให้ประชาชนมาฟังการหาเสียงมากขึ้น ระยะหลังประชาชนสนใจฟังการปราศรัยหาเสียงลดลง มีช่องทางรับรู้ข้อมูลข่าวสารของนักการเมืองและพรรคการเมืองผ่านช่องทางการสื่อสารอื่นมากมาย รวมทั้งแนวทางการปฏิรูปการเมืองยังเน้นเรื่องการใช้เงินที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การใช้จ่ายทางการเมืองให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ให้ใช้มากเกินความจำเป็น ป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจทุจริตเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ไม่สมควร หรือเกินความจำเป็น ฉะนั้นในยุคปฏิรูปการเมืองจึงยึดแนวทางให้ใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการส่งเสริมให้มีช่องทาง การใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

เชื่อได้เลือกตั้งท้องถิ่นกลางปี

ที่รัฐสภา นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า สนช.ยังไม่ได้รับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับจาก ครม. คาดว่าวันที่ 15 ม.ค.ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช. และรัฐบาล อาจหารือกันเรื่องดังกล่าว หากได้ผลสรุปจะนำเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป ประเด็นที่แก้ไขเท่าที่ทราบน่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครเท่านั้น ไม่ได้แก้ไขมากมาย ดังนั้นคาดว่าสนช.คงใช้เวลาพิจารณาไม่มาก และต้องเป็นไปตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นกลางปี 2561 เมื่อถามว่าจะตัดสิทธิผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกมาตรา 44 สอบสวนอยู่หรือไม่ นายพีระศักดิ์ตอบว่า โดยหลักการคงไม่ไปตัดสิทธิ ทาง คสช.เร่งให้พิจารณาคดีเกี่ยวกับมาตรา 44 ให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง

เล็งสานต่อ สนช.พบประชาชน

นายพีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการลงพื้นที่ตาม โครงการ สนช.พบประชาชน ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบเป็นเรื่องที่ดินทำกิน การคมนาคม พืชผลการเกษตรตกต่ำ หลายเรื่อง สนช.เสนอฝ่ายแก้ไขไปแล้วและได้ผลตอบรับดี ยังเหลือจังหวัดที่ สนช.ต้องลงพื้นที่อีก 4 ครั้ง คือ อำนาจเจริญ สุพรรณบุรี ภูเก็ต และกทม. และจะทำโครงการนี้ต่อ โดยการลงลึกไปยังตำบลหรือหมู่บ้าน เจาะประเด็นปัญหาเป็นกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา

สนช.ดูทางลมก่อนยื่นศาล รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา หลังจากที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จนถูกวิจารณ์ประเด็นการต่ออายุให้กรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบันบางส่วนที่มีคุณสมบัติขัดกับที่รัฐธรรมนูญกำหนด ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. แสดงความห่วงใยในประเด็นดังกล่าว ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 148 เปิดช่องให้ สนช.จำนวน 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิก สนช.เท่าที่มีอยู่ สามารถเข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ จึงมีสมาชิกสนช.บางส่วน มีความเคลื่อนไหวจะเข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้ปัญหาสะเด็ดน้ำ แต่กำลังชั่งน้ำหนักว่าจะเคลื่อนไหวต่อหรือไม่อย่างไร

ขู่ จนท.ไม่ตามตัว “ปู” โดน ม.157

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศอังกฤษ ว่า บอกแล้วให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ทั้งอัยการ ตำรวจ กระทรวงการต่างประเทศ ต้องร่วมมือกัน เป็นเรื่องของกฎหมาย มาถามความคิดเห็นตนไม่ได้ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะกำชับให้เร่งดำเนินการหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องกำชับ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็เจอมาตรา 157 เมื่อถามย้ำว่าภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ปรากฏออกมาเป็นการเย้ยฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่เย้ยหรอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ หนังสือเดินทางของประเทศไหนยังไม่รู้เลย” ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าใช้หนังสือเดินทางของประเทศเพื่อนบ้านนั้น เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปตรวจสอบ ตนไม่รู้ขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้หนังสือเดินทางประเทศอะไร

“มาร์ค” ไล่บี้รัฐบาลรีบเคลียร์

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นการขอลี้ภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ ตามข้อเท็จจริงหากถือหนังสือ เดินทางประเทศอื่นอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอลี้ภัย และอาจเป็นการขอเข้าประเทศนั้นๆในฐานะนักลงทุนก็ได้ ส่วนเรื่องการขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เป็นเรื่องเจ้าตัวกับประเทศปลายทางนั้นๆ เราไปยุ่งไม่ได้ก็จริง แต่การติดตามตัวเป็นเรื่องของประเทศไทย ทราบว่าทางอัยการยังไม่ขอตัว และตำรวจยังไม่ออกหมายแดง โดยชี้แจงว่าเอกสารยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นรัฐบาลควรชี้แจงว่าจะทำอะไรหรือไม่ แต่เห็นว่าเราต้องทำเรื่องขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะถ้าไม่เริ่มต้นขอ ก็ไม่มีทางที่ประเทศนั้นจะส่งมา เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าประเทศเขาถูกต้องตามกฎหมาย

“บิ๊กตู่” ตั้ง 8 อดีต รมต.นั่งกุนซือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 11/2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนและนโยบายสำคัญของรัฐบาล นำไปปฏิบัติอย่างรวดเร็ว รวมถึงผลักดันให้ระบบและโครงการต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ดังนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมการที่ปรึกษา ขณะที่กรรมการที่ปรึกษาได้แก่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายพิชิต อัคราทิตย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ และนางอรรชกา สีบุญเรือง

ให้มาช่วยงานแก้ปัญหาเร่งด่วน

สำหรับคณะกรรมการชุดดังกล่าว มีหน้าที่ พิจารณาเสนอความเห็น กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน พัฒนานโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ให้คำปรึกษา แนะนำ และเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานเรื่องต่างๆต่อนายกฯ และเรื่องอื่นที่นายกฯมอบหมาย โดยให้ส่วนราชการสนับสนุนงานคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ตามที่ร้องขอ ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) อำนวยความสะดวก ส่วนการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.เบี้ยประชุมกรรมการ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นๆ ที่จำเป็นให้เบิกจ่ายจาก สสน. โดยบุคคลทั้ง 8 ล้วนเป็นอดีตรัฐมนตรีที่เพิ่งถูกปรับออกจาก ครม.ที่ผ่านมา

“ศรีสุวรรณ”ยื่นเพิ่มนาฬิกาหรู

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าชี้แจงพร้อมยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช. กรณีเรียกร้องให้ตรวจสอบที่มานาฬิกาหรู และแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายศรีสุวรรณกล่าวภายหลังการชี้แจงว่า คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. สอบถามเกี่ยวกับหลักฐานที่มายื่นเพิ่มเติม เป็นภาพนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตรเพิ่มเติมอีก 16 เรือน รวมกับก่อนหน้านี้ที่ยื่นไป 3 เรือน เป็น 19 เรือน เพื่อให้ ป.ป.ช.มีหลักฐานชัดเจนมากขึ้น และขอให้ ป.ป.ช.เชิญอธิบดีกรมศุลกากรมาให้ข้อมูลว่าใครเป็นผู้สั่งนาฬิกาหรูรุ่นต่างๆเข้ามา เพราะนาฬิกามีมูลค่าหลายล้านบาท การนำเข้าต้องผ่านกรมศุลกากรเพื่อจ่ายภาษีก่อน อยากให้ตรวจสอบนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างเที่ยงตรง กรณีนี้เป็นการวัดใจ ป.ป.ช. และนายก- รัฐมนตรีที่บอกว่าเอาจริงกับการปราบทุจริตทุกรูปแบบ หาก ป.ป.ช.ส่งฟ้อง บทบาท ป.ป.ช.จะโดดเด่นมากขึ้น หากไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.จะสั่นเครือ ตนจะรวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำหน้าที่ ป.ป.ช.ต่อไป

“เอกชัย” ตื๊อ “ประวิตร” ไม่เลิก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันเดียวกันนี้ เวลา 10.00 น. ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางมามอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตร อีกครั้ง โดยเตรียมนาฬิกามาจำนวน 3 เรือน เพื่อให้ พล.อ.ประวิตร เลือก แต่เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายเอกชัยไปพูดคุยที่ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยนายเอกชัย กล่าวหลังมั่นใจว่าจะไม่ได้พบ พล.อ.ประวิตร ว่า พล.อ.ประวิตรเป็นชายชาติทหาร แต่ไม่กล้ามาพบตน ไม่เข้าใจว่าเป็นชายชาติทหารประเภทใด หากเป็นรัฐบาลพลเรือนมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นคงอยู่ไม่ได้ คงต้องออกไปแล้ว ไม่ลาออกไปเอง ก็ถูกบีบให้ออก วันที่ 13 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเด็ก แห่งชาติจะตามไปมอบนาฬิกาให้ พล.อ.ประวิตรต่อไป

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการชี้แจงปมนาฬิกาหรูต่อ ป.ป.ช. โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “โอ๊ย” แล้วเดินขึ้นรถยนต์ออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที

พท.ซัดของบกลางปีไร้เหตุผล

ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 เพิ่มเติม 150,000 ล้านบาท (พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี) ว่า อยากทราบเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลถึงจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม ทั้งที่จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เหตุผลการจัดทำงบประมาณกลางปีในอดีต เพราะรัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้สูงกว่าเป้าหมาย จึงออกงบประมาณกลางปีมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผิดกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีแต่แผนการใช้เงิน แต่ไม่มีโครงการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ไม่ได้แก้ปัญหาความยากจนที่รากเหง้า น่ากลัวจะกลายเป็นการแจกเงินครั้งเดียวแล้วจบ เช่นที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวสวนยางเลิกปลูกยางถึง 40,000 ล้านบาท มีแผนรองรับหรือไม่ว่าจะให้เขาไปทำมาหากินอะไรต่อ

“บิ๊กป้อม” จี้ ยธ.เร่งคดีค้ามนุษย์

ช่วงเช้าที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย หรือทิปรีพอร์ตประจำปี 2560 ที่ต้องจัดส่งให้สหรัฐอเมริกา ภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จึงขอให้ทุกหน่วยงานจัดทำข้อมูลให้กระชับชัดเจน นำเสนอเป็นรูปธรรม ที่สำคัญคดีค้ามนุษย์ที่ตัดสินช้า ขอฝากกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการให้เร็ว หวังว่าจะมีการปรับอันดับเราให้ดีขึ้น

มั่นใจอันดับขยับขึ้นเทียร์ 2

พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อสรุปรายงานการค้ามนุษย์ ก่อนส่งให้นายกฯพิจารณาในวันที่ 15 ม.ค. ก่อนส่งให้สหรัฐฯในวันที่ 31 ม.ค. โดยที่ประชุมให้ความเห็นสำคัญหลายเรื่อง จะนำไปสรุปในวงเวิร์กช็อปอีกครั้งระหว่างวันที่ 12-14 ม.ค. รายงานฉบับนี้นำข้อทักท้วงที่ผ่านมา นำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ทั้งเรื่องการลงโทษข้าราชการ ที่ทำผิด การช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อ รวมถึงเร่งรัดดำเนินคดี มีการแยกแยะชัดเจนว่าคดีใดเป็นคดีทั่วไปหรือค้ามนุษย์ ดังนั้นรายงานฉบับนี้ถือว่าสมบูรณ์มาก และดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา มั่นใจสหรัฐฯจะขยับจากอันดับเทียร์ 2.5 เฝ้าระวัง เป็นเทียร์ 2

พช.ชวนคนไทยให้ข้อมูล จปฐ.

ที่กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “จปฐ. UPDATE 2018 : ลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวข้ามความจน” นายอภิชาติกล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (กชช.) ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ในเขตชนบททั่วประเทศเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบันโดยข้อมูล จปฐ.คือข้อมูลครัวเรือน ที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นพื้นฐานของคนในครัวเรือนในด้านต่างๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเอาไว้ว่าคนควรจะมีคุณภาพชีวิตในแต่ละเรื่องอย่างไรในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ผลสรุปจากการจัดเก็บข้อมูลจะถูกนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น ดังนั้น ข้อมูล จปฐ. ที่ถูกต้องเป็นจริงนั้นเป็นสิ่งสำคัญสุด โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2560 ถึงวันที่ 31 มี.ค.2561 จะมีอาสาสมัคร ไปเคาะประตูบ้านท่านเพื่อสอบถาม และจัดเก็บข้อมูล จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา บนหลักคิดที่ว่า “ร่วม พัฒนาประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูล จปฐ.ที่เป็นจริง”